เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Zero Corruption ดีเดย์ 1 ตุลาฯ รณรงค์ ‘เลิกจ่ายใต้โต๊ะ’
Economic Zero Corruption ดีเดย์ 1 ตุลาฯ รณรงค์ ‘เลิกจ่ายใต้โต๊ะ’
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,200 บาท
ส.อ.ท. จี้รัฐฟังเสียงเอกชน หลังดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ร่วง 89.7 ชี้ 3 ทางออก ดัน E20–เชื่อม FDI–เร่งซื้อสินค้าไทย
Economic ส.อ.ท. จี้รัฐฟังเสียงเอกชน หลังดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ร่วง 89.7 ชี้ 3 ทางออก ดัน E20–เชื่อม FDI–เร่งซื้อสินค้าไทย
เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้
Economic เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้
‘ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค’ จัดงาน Bangkok Flower Festival 2026 ค้นหาปากคลองตลาดรูปแบบใหม่
Uncategorized ‘ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค’ จัดงาน Bangkok Flower Festival 2026 ค้นหาปากคลองตลาดรูปแบบใหม่
‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
Business ‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
Real Estate กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
SD มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
Finance TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
Economic ‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
ดูทั้งหมด

โรงงานอาหาร-ยา-รีเทลร้องสภาอุต ขอรัฐผ่อนพ.ร.ก.ฉุกเฉินขนสินค้า

28 มี.ค. 2563 | 20:45น.

เอกชนปรับแผนรับมือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 7 สินค้าจำเป็น “อาหาร-ยา-สื่อสาร-ธนาคาร-พลังงาน-เกษตร-ค้าปลีก” ขนส่งต้องไม่สะดุด หวั่นการให้อำนาจจังหวัดใช้ “ดุลพินิจ” ห้ามเคลื่อนย้ายสินค้า-วัตถุดิบ-แรงงานเข้มงวดเกินไปทุบซัพพลายเชนสะดุด กลุ่มยาขอผ่อนปรน 170 โรงงานหลังออร์เดอร์ทะลัก

จากการบังคับใช้ พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ภาคการผลิตใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศต้องประสานไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อขอให้รัฐบาลช่วย “ยกเว้น” หรือ “อำนวยความสะดวก” ให้กับผู้ผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมที่จำเป็น (essential goods) 7 ประเภท ได้แก่ อาหาร/เครื่องดื่ม, เวชภัณฑ์การแพทย์, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ธนาคาร, ธุรกิจเกษตร, พลังงาน/สาธารณูปโภค และโลจิสจิกส์รวมถึงค้าปลีก สามารถขนย้ายสินค้าและเคลื่อนย้ายแรงงานในอุตสาหกรรมโดยสะดวกเพื่อไม่ให้สายการผลิตขนส่งสินค้าสะดุดและหยุดชะงัก

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมได้ทยอยแจ้งปัญหาอุปสรรคในการผลิตและขนส่งสินค้าจำเป็นเข้ามายัง สอท. อาทิ การมอบอำนาจให้ท้องถิ่นใช้มาตรการเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดทำให้เจ้าหน้าที่ในบางจังหวัด “ใช้ดุลพินิจ” ไม่อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าเข้าไปส่งสินค้าในบางพื้นที่ เช่น โรงงานข้ามเขตจังหวัดหรือแรงงานที่อยู่คนละจังหวัดกับโรงงาน หากเจ้าหน้าที่ยิ่งใช้มาตรการเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้สินค้าเกิดการขาดตลาดเป็นวงกว้างการกำหนดระยะเวลาในการปิดถนนหรือเส้นทางขนส่งที่ไม่ชัดเจนทำให้

ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนขนส่งได้ และปัญหาเกี่ยวกับกฎระเบียบของแรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับมาจากประเทศต้นทางในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ อาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับการกลับเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าว จนทำให้โรงงานขาดแคลนแรงงานได้ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาทางเทคนิคในกรณีที่สินค้าต้องตรวจสอบผ่านห้องปฏิบัติการ “ซึ่งขณะนี้เริ่มมีความแออัดมากขึ้น” ปัญหาการส่งออกสินค้าที่เริ่มได้รับผลกระทบจากการชะลอการส่งมอบ การขอเลื่อนเวลาชำระเงิน ตลอดจนปัญหาการหมุนเวียนตู้ล่าช้าและปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อวัตถุดิบลดลงจากปกติกว่า 50%

โรงงานยาขอผ่อนปรนขนสินค้า

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมยา กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยาจำนวน 170 โรงงานได้ส่งเรื่องไปยังประธาน ส.อ.ท. ประสานให้รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มการเคลื่อนย้ายบุคลากรและสินค้าที่่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยาตลอดทั้งซัพพลายเชน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตยา-ผู้นำเข้า-คลินิก-ร้านขายยา-ผู้ส่งยา รวมถึงซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิตสารเคมี-บรรจุภัณฑ์-ผู้ขาย/ซ่อมอุปกรณ์-เครื่องมือวิเคราะห์ ให้สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อทำการผลิตขนส่งยาและเวชภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการต่อไปได้ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตลาดยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งมีมูลค่าปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการผลิตยาและเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลร้อยละ 80 และจำหน่ายผ่านร้านยาอีกร้อยละ 20

“ที่กังวลกันก็คือ การที่ให้แต่ละจังหวัดออกมาตรการในพื้นที่เองอาจจะทำให้การขนส่งยาสะดุด ทางโรงพยาบาลก็ได้เพิ่มการสั่งซื้อยาไปสต๊อกไว้ล่วงหน้าในทุกรายการ ขณะที่ต้นทางคือ โรงงานผลิตยา ก็ต้องเตรียมพร้อม เพราะหลังจากการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศปิดก็จะกระทบกับวัตถุดิบนำเข้า ส่วนใหญ่โรงงานที่สต๊อกวัตถุดิบอยู่ประมาณ 2-3 เดือน เราต้องเตรียมแผน เพราะวัตถุดิบนำเข้าจากจีนและอินเดีย ซึ่งขณะนี้อินเดียประกาศปิดประเทศไป 21 วัน ส่วนจีนเพิ่งกลับมาเปิดประเทศ แต่เราต้องเตรียมการว่า หากนำเข้าวัตถุดิบทางเครื่องบินไม่ได้ก็ต้องส่งมาทางเรือ ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า ส่วนแนวโน้มความต้องการใช้ยาในประเทศยังประเมินยากว่าจะเพิ่มขึ้นมากเพียงใด เพราะทุกโรงพยาบาลต่างตุนสต๊อกก่อนเป็นการสต๊อกเพิ่ม แต่ความต้องการจริงอาจจะไม่เพิ่มก็ได้” แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนในด้านของราคานั้น ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยาและสมาคม TPMA ยังให้ความร่วมมือด้วยการ “ตรึงราคา” จำหน่ายสินค้ายาและเวชภัณฑ์ต่อไป

ล่าสุดมีรายงานข่าวเกี่ยวกับยาและเวชภัณฑ์บางชนิด เช่น หน้ากากอนามัย, น้ำยาฆ่าเชื้อ, แอลกอฮอล์ มีปริมาณสินค้าไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดเกิดการขาดแคลนและหาซื้อยาก การสั่งซื้อใช้เวลานานขึ้นและมีราคาสูง ในเรื่องนี้ยอมรับว่า มีผู้ผลิตบางรายปรับราคาขึ้นไปแล้ว เช่น แอลกอฮอล์ทางการแพทย์ ปรับขึ้นไปแล้วเกินกว่า 2-3 เท่าหรือจากขวดละ 50 เป็นขวดละ 300 บาท เพราะโรงงานผู้ผลิตยังแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบผลิตแอลกอฮอล์ไม่ได้

Advertisement

53,000 โรงงานผลิตสินค้าปกติ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มโรงงานผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยกว่า 53,000 โรงงานยังสามารถเดินเครื่องผลิตและส่งมอบสินค้าได้ โดยแต่ละโรงงานต้องวางระบบป้องกันความปลอดภัยของตนเอง เริ่มจากคนขับและผู้ติดตามต้องไม่มีประวัติเสี่ยงในช่วงย้อนหลังไป 7 วัน ต้องมีหน้ากากอนามัยและขนส่งสินค้าห้ามค้างคืน “ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์” แต่จะต้องนำเอกสารการส่งมอบสินค้าไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่มีความเป็นไปได้ว่า การเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้ใช้เวลานานในการตรวจสอบ มีผลทำให้การขนส่งสินค้าแต่ละเที่ยวกินเวลานานเช่นกัน โดยทางผู้ประกอบการค้าปลีกก็ได้ปรับเพิ่มปริมาณการสต๊อกและเพิ่มปริมาณการขนส่งต่อเที่ยวให้มากขึ้น ส่วนกลุ่มร้านอาหารได้รับผลจากมาตรการที่เข้มงวดขึ้นส่วนใหญ่หันไปขายอาหารผ่านช่องทางฟู้ดดีลิเวอรี่ไปแล้วมากกว่า 50%

“ถ้าให้ประเมินสถานการณ์วัตถุดิบ ขณะนี้ทางสมาคมยังมองว่าสินค้าเกษตร อาหารและอาหารสำเร็จรูปของไทยจะไม่ขาดแคลน เพราะไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าอาหาร เราขายในประเทศมากกว่าส่งออก ดังนั้นยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการห้ามส่งออกสินค้าอาหาร เพราะถ้ารัฐบาลบล็อกส่งออกจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรต้องเดือดร้อนแน่ ๆ” นายวิศิษฐ์กล่าว

ขณะที่นายภคิน ชลรัตนหิรัญ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในภาคขนส่งเอกชนมีความกังวลว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีผลต่อการหยุดเดินรถจนกระทบภาคการผลิต แต่ล่าสุดรัฐบาลยืนยันแล้วว่า จะไม่มีการหยุดภาคการขนส่ง

หยุดทุกโหมดการเดินทาง

นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ปัจจุบันเส้นทางวิ่งและผู้โดยสารรถ บขส.และรถร่วม บขส.ลดลง 30-40% ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเดินรถหยุดวิ่งบริการ ซึ่งทุกบริษัทก็พร้อมให้ความร่วมมือ เช่น นครชัยแอร์ เชิดชัยทัวร์ สมบัติทัวร์ กรีนบัส ที่หยุดวิ่งในบางเส้นทางแล้ว เพราะผู้โดยสารน้อย จากการจัดที่นั่งเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะเดียวกันได้ปิดจำหน่ายตั๋วไปถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า หลังรัฐประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทุกระบบลด 65% ได้แก่ บีทีเอสอยู่ที่ 2.2 แสนเที่ยวคน/วัน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงอยู่ที่ 148,000 เที่ยวคน/วัน แอร์พอร์ตลิงก์อยู่ที่ 23,000 เที่ยวคน/วัน และรถไฟอยู่ที่ 25,000 เที่ยวคนต่อวัน เนื่องจากคนทำงานที่บ้านและงดการเดินทางเลี่ยงไวรัสโควิด-19

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางลดลงทุกโหมด ผลพวงจากไวรัสโควิด ล่าสุดรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯได้รับแจ้งว่ามีหยุดวิ่งแล้ว 30,000 คัน จากในระบบ 80,000 คัน ด้านถนนทางหลวงรอบกรุงเทพฯ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า ปริมาณการจราจรลดลด 25% ขณะที่มอเตอร์เวย์ก็ลดลงเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โควิด-19