เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์
Finance “เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์
ดูหนังเถื่อนอาจไม่ฟรี เสี่ยงเสียเงิน-ข้อมูลส่วนตัว คนปล่อยโดนคุกสูงสุด 4 ปี
Economic ดูหนังเถื่อนอาจไม่ฟรี เสี่ยงเสียเงิน-ข้อมูลส่วนตัว คนปล่อยโดนคุกสูงสุด 4 ปี
เอกนิติ พิจารณาใช้ภาษีสรรพสามิต บริหารราคาน้ำมัน ยันดูจังหวะเหมาะสม-ไม่ปรับก่อนสิ้น ก.ย. 69
Finance เอกนิติ พิจารณาใช้ภาษีสรรพสามิต บริหารราคาน้ำมัน ยันดูจังหวะเหมาะสม-ไม่ปรับก่อนสิ้น ก.ย. 69
“ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
Economic “ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
รฟม. ให้ขึ้น MRT ฟรี 4 สาย 22 ก.ย. 69 เอาใจคนใช้จักรยาน-สกู๊ตเตอร์พับได้
News รฟม. ให้ขึ้น MRT ฟรี 4 สาย 22 ก.ย. 69 เอาใจคนใช้จักรยาน-สกู๊ตเตอร์พับได้
งบรัฐตึง แบกค่ารักษาหนัก หนุน รพ.-ประกันโต ชู BH-BDMS-PR9-BCH-CHG เด่น
Finance งบรัฐตึง แบกค่ารักษาหนัก หนุน รพ.-ประกันโต ชู BH-BDMS-PR9-BCH-CHG เด่น
‘เอกนิติ’ ชี้ไทยช่วยไทยพลัสดัน 5 ด้าน ใช้เอไอช่วยประชาชนต่อยอดหลังจบโครงการ
Finance ‘เอกนิติ’ ชี้ไทยช่วยไทยพลัสดัน 5 ด้าน ใช้เอไอช่วยประชาชนต่อยอดหลังจบโครงการ
ไอคอนสยาม ชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign เวที Thailand Influencer Awards 2026
Biz Movement ไอคอนสยาม ชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign เวที Thailand Influencer Awards 2026
เปิดอินไซต์ EV ซ่อมแพงกว่ารถน้ำมัน 40% เตือนหน้าฝนระวังแบตเสียหาย
Automotive เปิดอินไซต์ EV ซ่อมแพงกว่ารถน้ำมัน 40% เตือนหน้าฝนระวังแบตเสียหาย
ดูทั้งหมด

“ปราการ นกหงษ์” ทุนภูธร วอนรัฐอัดฉีด 2 ล้านล้านอุ้มภาคธุรกิจ หวั่นเศรษฐกิจไทยหดตัวรุนแรง 20-30%

03 เม.ย. 2563 | 19:10น.
สัมภาษณ์

หลายธุรกิจเคยล้มลุกคลุกคลานในวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 แต่ทว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสกว่าหลายเท่า “ปราการ นกหงษ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทในเครือแหลมทองกรุ๊ป หรือ LT Group กลุ่มทุนใหญ่ค้าปลีกแห่งแรกในภาคตะวันออก ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี วันนี้ได้สยายปีกมาเปิดธุรกิจ “สวนสนุกในร่ม” ได้มาเปิดใจกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ และอยากให้รัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ให้ตรงจุด

Q : โควิดสาหัสกว่าต้มยำกุ้งปี’40

วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ ผมคิดว่าหนักหนาสาหัสกว่าคราวต้มยำกุ้งวิกฤต และ hamburger ตอนนี้ผ่านมา 3 เดือน มีผู้ติดเชื้อแล้วหลายจังหวัด และทุกประเทศต่างยังมึนงงกับการจัดการควบคุมสถานการณ์ ที่ทำได้ดี เช่น ไต้หวัน หรือสิงคโปร์ คือการซื้อเวลาให้ทอดยาวออกไป เรายังไม่ได้พูดถึงระยะการฟื้นตัว (recovery phase) กันเลย รอบนี้ผมว่า 90% ของธุรกิจและประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบมาก หรือมากเป็นพิเศษเท่านั้นเอง ต่างจากวิกฤต 2 รอบที่ผ่านมาที่ผลกระทบเกิดเพียงบางกลุ่ม บางอุตสาหกรรมเท่านั้น และผมคาดว่าการแพร่ระบาดจะจบเดือนกันยายนนี้ แต่คงมีธุรกิจราว ๆ 20-30% ที่ไปต่อไม่ไหว

Q : แนวโน้มโควิดจะยืดเยื้อ

นี่คือการล้างไพ่โลกทั้งใบใหม่ ต่อไปธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเมือง รวมไปถึงวิถีชีวิตของเราจะไม่เหมือนเดิม เป็นการกดปุ่มรีเซตประเมินว่าวิกฤตคราวนี้ ส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง และถ้าสถานการณ์ยังลุกลาม นี่คงเป็นวิกฤตใหญ่สุดที่คนเจเนอเรชั่นเราจะได้เห็น ทางออกปลายทางจริง ๆ คือ เมื่อมียารักษา หรือวัคซีน ในราคาที่ทุกคนในโลกเข้าถึงได้ มันไม่ง่าย และไม่เร็ว เมื่อคิดค้นวัคซีนสำเร็จ จะทำให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มกลับมาเดินทางติดต่อกันอีกครั้ง ถ้าให้คาดเดาผมว่า อย่างเร็วคือช่วงเดือนกรกฎาคม แต่มีแนวโน้มสูงจะเป็นช่วงกันยายนถึงสิ้นปี ส่วนภาคธุรกิจบริการคงจะฟื้นตัวและกลับมาอย่างเร็วคงเป็นช่วงต้นปีหน้า

Q : รัฐเยียวยาน้อยกว่าวิกฤต

ก่อนอื่นขอชมภาครัฐในเรื่องความตั้งใจ และความเร็วในการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือในขั้นต้น แต่เมื่อเทียบกับขนาดของวิกฤต รัฐต้องมีมาตรการช่วยเยียวยาตามออกมาอีกมากถึงจะช่วยประคับประคองทั้งภาคธุรกิจ และประชาชน ให้ผ่านพ้นไปได้ อยากร้องขอให้รัฐบาลปรับเพิ่มมาตรการที่ต้องขยายครอบคลุมกลุ่มคนให้กว้างขึ้น รวมถึงเพิ่มเม็ดเงิน ที่สำคัญต้องให้ทันท่วงที ถ้าช้าไปอาจจะไม่เหลือธุรกิจให้ช่วย วันนี้ประเทศไทยมีระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ต่ำมาก ราว ๆ 42% ของ GDP ถือว่าอยู่ในสถานะที่ดี สถานการณ์ตอนนี้บนสมมุติฐานว่า ถ้ารัฐไม่ทำอะไรเลย ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจเราจะหดตัวมากกว่า 20% ซึ่งรุนแรงมาก ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ตอนต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจหดตัว 10% แทบตายแล้ว ครั้งนี้รุนแรงและกระทบเป็นวงกว้างกว่ามาก ขนาดของเม็ดเงินที่เหมาะสม รวมทุกรอบของไทย ควรมีมากกว่า 10-15% ของ GDP คือ ประมาณ 2-2.5 ล้านล้านบาท

ตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับขนาดมาตรการของสิงคโปร์ หรือสหรัฐอเมริกาที่ออกมา ช่วงเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ มีขนาดรวม ๆ กันราว 10% ของ GDP แล้ว นี่เป็นเพียงมาตรการชุดแรก ๆ เพื่อประคองสถานการณ์และธุรกิจเท่านั้น ยังไม่รวมมาตรการตอนที่สถานการณ์เริ่มจะคลี่คลาย เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจเริ่มเดินได้อีกครั้ง เศรษฐกิจของไทยพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยว มากกว่าทั้ง 2 ประเทศนี้ ไทยจึงได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า

ในส่วนมาตรการช่วงแรก ๆ พยายามช่วยคนให้ได้เยอะที่สุด ดีแล้ว แต่เงินที่ช่วยควรมากกว่านี้อีก 3-4 เท่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะมีเงินใช้จ่ายจนผ่านปัญหาไป ถ้าไม่อยากให้เศรษฐกิจไทยหดตัวรุนแรง 20-30% จนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเสียหายจนกลับมาใหม่ไม่ได้ และจะต้องประเมินงบฯให้ครอบคลุมระยะเวลาจนจบสถานการณ์ ที่อาจยาวข้ามปี ก็ต้องช่วยให้ตลอด ประเทศไทยรักษาวินัยทางการเงินกันมานาน เพื่อสถานการณ์แบบในวันนี้ ถ้าเทียบวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นการวิ่งมาราธอน นี่เราเพิ่งเริ่มออกตัวในกิโลเมตรแรกกันเอง ถ้าเราประเมินต่ำไป เรายังต้องเจอความเจ็บปวดกันอีกมหาศาล

นอกจากนี้ ขอเพิ่มเติมอีก 3 ประการ คือ “คุณหมอนำ-เราหยุดเชื้อ-รัฐประคอง” ดังนั้นเมื่อ คุณหมอนำ เป็นหน้าด่านต่อสู้กับโรคนี้ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน ต้องพร้อม ต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มให้มากเพียงพอ

เราหยุดเชื้อ ด้วยการปิดประเทศ ซึ่งเราได้ทำแล้วโดยพฤตินัย ส่วน social distancing ที่ทำแล้ว แต่ต้องยกระดับความเข้มข้น โดยต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงเหมือนในต่างประเทศ โดยที่มาตรการอาจต่างกันไปในแต่ละเมือง ยิ่งเข้ม ยิ่งจบเร็ว เศรษฐกิจยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็ว

รัฐประคอง ในส่วนมาตรการสำหรับภาคธุรกิจ วันนี้แทบทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหนักมากกว่าที่รัฐคาดการณ์ไว้ รัฐต้องช่วยประคองธุรกิจโดยลดรายจ่ายที่ธุรกิจต้องจ่ายให้ภาครัฐ ทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น เป็นเวลา 1 ปี ได้แก่ 1.ปรับลดค่าไฟฟ้าให้ธุรกิจทุกประเภท และทุกครัวเรือน เพราะต้นทุนค่าไฟฟ้าเป็นค่าใช้จ่ายหลัก 1 ใน 3 อันดับของแทบจะทุกธุรกิจ และทุกครัวเรือน ทำได้โดยการลดค่า Ft และค่าไฟฟ้าฐานลง ไม่ใช่เพียงแค่ตรึงราคา หรือลด 3% ให้ 3 เดือน ส่วน “ค่าน้ำ” ไม่ควรปรับลด เพราะมีปัญหาภัยแล้งรออยู่ การปรับลดอาจซ้ำเติมปัญหา

2.ยกเลิกการส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากกฎหมายประกันสังคมเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อดูแลธุรกิจและลูกจ้างในภาวะวิกฤต วันนี้เรามียอดเงินคงค้างในบัญชีประกันสังคมกว่า 2 ล้านล้านบาท ถ้าไม่นำมาใช้เพื่อประคองทุกคนในวันนี้ จะใช้วันไหน ?

3.ยกเว้นการจ่ายภาษีท้องถิ่นทุกประเภท ทั้งภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

4.ให้ยืดระยะเวลาการจ่ายภาษีของแต่ละเดือนออกไป โดยให้จ่ายภายใน 6 เดือน โดยยกเว้นการคิดเบี้ยปรับ+เงินเพิ่ม ของภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ VAT

5.ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจเฉพาะที่ไม่สามารถปิดได้ เนื่องจากมีแขกเข้ามาพักอยู่บ้าง จึงทำให้ยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานทั้งหมดอยู่ 75% แต่ในที่สุดหากสถานการณ์ลากยาวไปอีก 2-3 เดือน หรือจนถึงสิ้นปี โรงแรมต้องดำเนินการให้คนออกอีกจำนวนมาก ตรงนี้จึงอยากให้รัฐมีมาตรการพิเศษเฉพาะเพื่อบรรเทาปัญหาของธุรกิจประเภทนี้โดยเฉพาะ

 

"ฮาร์เบอร์ แลนด์"กระอัก แผนลงทุนชะงัก คาดสิ้นปีสูญ1.7พันล้าน

การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อ 4 กลุ่มธุรกิจหลักในกลุ่มแหลมทอง

กลุ่มแรก คือ กลุ่มศูนย์การค้า มีทั้งหมด 8 แห่ง กลุ่มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีก 2 แห่ง กลุ่มออฟฟิศสำนักงานอีก 3 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มธุรกิจสนามเด็กเล่นในร่ม (indoor playground) ดำเนินการภายใต้บริษัท ฮาร์เบอร์ แลนด์ จำกัด เปิดให้บริการไปแล้ว 10 สาขาทั่วประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจสนามเด็กเล่นใน กทม. มีทั้งหมด 5 สาขา คือ สาขาเมกา บางนา, แฟชั่นไอส์แลนด์, เกตเวย์ เอกมัย, เกตเวย์ บางซื่อ และสาขาสินธร มิดทาวน์ ส่วนต่างจังหวัดมี 5 สาขา คือ เทอร์มินอล 21 โคราช, ฮาร์เบอร์ พัทยา, ตึกคอม ชลบุรี, ตึกคอม ศรีราชา และสาขาตึกคอม ขอนแก่น โดยบริษัทมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง ภายในปี 2563 ซึ่งเปิดไปแล้ว 1 ที่ คือ สินธร มิดทาวน์ หลังสวน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนที่ดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว ตามกำหนดจะเปิดปลายเดือนมีนาคมนี้ คือ ที่เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ต้องเลื่อนออกไป ส่วนที่อื่น ๆ ได้เจรจาเพื่อชะลอไว้ทั้งหมดแล้ว

คาดรายได้สูญ 1.7 พันล.

สถานการณ์ปกติบริษัทมีรายได้รวมทุกธุรกิจ ประมาณเดือนละ 150-160 ล้านบาท ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สถานการณ์เริ่มส่อเค้าให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรง จีนประกาศปิดประเทศ รายได้ลดลงเหลือประมาณ 80 ล้านบาท สิ้นเดือนนี้คงอยู่ราว ๆ 40-50 ล้าน เพราะตั้งแต่มีประกาศปิดสถานบริการครั้งแรกใน กทม. ยังไม่เข้าข่ายที่สั่งปิด แต่ให้ความร่วมมือ โดยคาดหวังว่ารัฐจะควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจปิดบริการทันที

ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป คาดว่ารายได้จากธุรกิจยังพอดำเนินไปได้ คือยังไม่ถูกรัฐสั่งปิด จะเหลือไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 10% จากปกติ โดยธุรกิจที่ยังอยู่ คือ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2 แห่ง ขณะนี้เหลือเพียงแต่กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นที่พักแบบรายปี ส่วนลูกค้ารายวันไม่มีเลย ส่วนศูนย์การค้ายังพอเปิดได้ ในส่วนร้านอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต และอาคารสำนักงานบางส่วนเท่านั้น ซึ่งยังคงกังวลอยู่ ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกในเดือนต่อ ๆ ไปหรือไม่ ซึ่งอาจมีคำสั่งปิดธุรกิจเพิ่มอีก ณ วันนี้ รายได้หายไปแน่ ๆ ประมาณ 140 ล้านบาทต่อเดือน แต่ถ้าเหตุการณ์ลากยาวต่อไป คาดว่าจะหายไปราว ๆ 1,700 ล้านบาทต่อปี

ปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้อยู่กับ 4 ธนาคาร ทุกธนาคารได้ปรับเงื่อนไขช่วยเหลือ ตามกรอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วรอบหนึ่ง แต่ตอนนี้สถานการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะไทยทรุดลงเร็วและแรงกว่าเมื่อตอนที่เจรจากับแต่ละธนาคารเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นฝุ่นยังตลบ สถานการณ์ไม่ชัด พิจารณาเหตุการณ์ที่จีนแล้วก็หวังกันว่าจะจบเร็วได้ภายใน 2 เดือนเหมือนจีน แต่วันนี้ไม่ใช่ สถานการณ์แย่ลงมากทั้งโลก ไม่มีใครรอด จีนที่เคยแย่ กลับกลายเป็น safe zone ของโลกไปแล้ว บริษัทเองก็กำลังอยู่ในช่วงหารือถึงเรื่องการปรับเงื่อนไขกับทุกธนาคารอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ผนึกพนักงานฝ่าวิกฤต

กลุ่มแหลมทองมีพนักงานรวมกันกว่าพันคน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์นี้จะลุกลามขยายกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจไปทั่วโลก และคงจะยืดเยื้อยาวนาน

“ตัวผมเองเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้ว 2 รอบใหญ่ ๆ คือ วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 และ Hamburger Crisis ปี 2551 บทเรียนสำคัญ คือ ต้องจัดการทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว และชัดเจน ต้องชี้แจงพนักงานให้เข้าใจถึงปัญหา และวางแผนรับมือ เพื่อทำให้พวกเรารอดไปได้ ผมตั้งใจพาพนักงานทุกคนฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน โดยไม่มีการ lay off แต่ทุกคนต้องสู้ อดทน และเสียสละ” ปราการกล่าว

มาตรการหลัก ๆ ที่ทำไปแล้ว คือ 1.ลดเงินเดือนลง 50% โดยให้มาทำงานครึ่งเดือน สลับกันหยุด 2.ปิด office โดยให้ work from home 100% ยกเว้นในส่วนงานบริการ

3.ขอให้พนักงานในส่วนธุรกิจที่ถูกคำสั่งปิด ย้ายไปช่วยธุรกิจอื่นที่ยังเปิดได้ หรือในสาขาใกล้เคียง แต่รายได้พนักงานลดลง จึงมี 2 มาตรการช่วยเหลือ โดยแจกอาหารฟรี 20 มื้อต่อสัปดาห์ และจัดหาหอพัก หรือพักที่โรงแรมของบริษัทฟรี