เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
Politics ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
Finance แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
News 9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
Real Estate แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
Finance CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
Biz Movement ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
Economic ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
Economic GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
‘ภาคประชาสังคม’ เปิดข้อมูล 11 บริษัทส่งออกปลาหมอคางดำ 3.2 แสนตัว จี้รัฐสอบเส้นทางย้อนหลัง
Economic ‘ภาคประชาสังคม’ เปิดข้อมูล 11 บริษัทส่งออกปลาหมอคางดำ 3.2 แสนตัว จี้รัฐสอบเส้นทางย้อนหลัง
ดูทั้งหมด

อสส. และ อสม.

02 พ.ค. 2563 | 19:35น.
คอลัมน์ คนเดินตรอก
โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

โรคระบาดไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่น่ากลัวกว่าโรคระบาดอื่น ๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคระบาดใหม่ที่มนุษย์เรายังไม่เคยมีประสบการณ์ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ยังไม่มียาหรือเซรุ่มสำหรับผู้ที่ติดเชื้อโรคแล้ว มีเพียงข่าวว่า ฟ้าทะลายโจร วัชพืชพื้นบ้านของเราสามารถฆ่าไวรัสได้ รักษาอาการเป็นหวัดลงคอ หลอดลมอักเสบได้ แต่ก็ยังไม่ยืนยัน หมอยาไทยรู้จักและใช้เป็นสมุนไพรรักษาไข้หวัดตัวร้อนเจ็บคอมานานแล้ว

การเฝ้าระวังป้องกัน การให้การศึกษาข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งตรวจตราให้มีการปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันโรคระบาดดังกล่าวอย่างใกล้ชิดจึงมีความจำเป็น

โชคดีที่เรามี อสส. และ อสม. ซึ่งลอกแบบดัดแปลงมาจากหมอเท้าเปล่าของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ประธานเหมาเป็นคนที่ได้ก่อตั้งขึ้น หมอเท้าเปล่าจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน ประจำอยู่ทุกหมู่บ้าน ดูแลประชาชน 10-20 หลังคาเรือน ได้รับการอบรมความรู้เรื่องสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน เพื่อกลับไปดูแลประชาชนในชนบท และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4-6 จึงมีโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสส. สำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นชนบท และ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด

ทั้ง อสส. และ อสม. มาจากประชาชนคนธรรมดา เข้าสมัครเป็น อสส. และได้รับการคัดเลือกจากศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข กทม. ขณะนี้มีผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน 35,000 กว่าคนและได้รับคัดเลือกปฏิบัติงานประมาณ 11,000 คน ได้รับการอบรมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร

ส่วน อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากชาวบ้านในแต่ละกลุ่มบ้านหลังคาเรือนในชนบท กลุ่มบ้านที่ อสม.จะเป็นผู้รับผิดชอบ มีประมาณ 10-20 หลังคาเรือน แต่ละครัวเรือนจะมีสมาชิกประมาณ 5 คน ก็เท่ากับ อสม.คนหนึ่งดูแลด้านอนามัยและสาธารณสุขประมาณ 50-70 คน ซึ่งมีทั้งทารก เด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา อสม.ของเราจึงมีเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ

เมื่อมีการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจในเขตชนบทยากจน ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 และ 6 ซึ่งได้กำหนดเขตชนบทยากจน และโครงการต่าง ๆ 26 โครงการ เช่น โครงการโภชนาการแม่และเด็ก ที่ส่วนมากเป็นโรคขาดอาหาร ที่เราเรียกกันว่าโรคตานขโมย หรือโรคซาง ตามภาษาอีสาน มีอาการพุงโร ก้นปอด หรือเป็นโรคพยาธิไส้เดือนและปากขอ แนะนำไม่ให้กินปลาดิบ เนื้อสัตว์ดิบ เช่น ลาบ ก้อย แหนม หมูส้ม ปลาส้ม เป็นต้น อสม.จึงเป็นกลไกในการปฏิบัติให้ได้ตามแผนพัฒนาทั้ง 2 แผน และประสบความสำเร็จได้ผลเป็นอย่างดี

อสส.ในกรุงเทพมหานคร และ อสม.ในต่างจังหวัด ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกมักจะเป็นผู้หญิง เคยสอบถามทาง กทม.และต่างจังหวัดก็ได้รับคำตอบว่า ผู้ที่กระตือรือร้นจะมาเป็นอาสาสมัคร และได้รับเลือก มักจะเป็นผู้หญิง เป็นที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จัก เป็นคนขยันขันแข็ง เป็นที่ประจักษ์ในความเสียสละในการทำกิจกรรมของชุมชน หรือในหมู่บ้าน เป็นงานอาสาสมัครที่มีค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย เริ่มต้นเพียงเดือนละ 600 บาท ขณะนี้เพิ่มให้เป็น 1,000 บาท ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่

Advertisement

งานที่จะต้องทำเป็นนโยบายเชิงรุกในกลุ่มแม่และเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยเรื้อรัง ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในชุมชน เพื่อเป้าหมายในการลดผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ให้ความรู้เรื่องไอโอดีน เป็นผู้สื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุข ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในหมู่บ้าน

นัดหมายเพื่อนบ้านมารับการป้องกันโรค และแจ้งข่าวสารสาธารณสุข เช่น ข่าวการเกิดโรคระบาด โรคติดต่อที่สำคัญ หรือโรคระบาดในท้องถิ่น หรือเป็นผู้แจ้งข่าวไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำอำเภอ รวมทั้งแก้ข่าวร้าย ข่าวลือ กระจายข่าวดี แก้ความเชื่อที่ไม่จริง และเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย แจ้งข่าวโอกาสในการรักษาพยาบาลเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ

ถ้าจำไม่ผิด อสม. และ อสส. เริ่มมีขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และกลายเป็นจักรกลสำคัญในการนำเอามาตรการในแผนพัฒนาชนบทยากจน เป็นผู้นำมาตรการต่าง ๆ ในแผนพัฒนาชนบทไปปฏิบัติในระดับครัวเรือน

ข่าวคราวเรื่องอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุข กทม. กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อไวรัสโคโรน่าระบาดจากต่างประเทศเข้ามาแพร่กระจายในประเทศ ยอดผู้ติดโรค ยอดผู้เสียชีวิต ทำท่าจะพุ่งสูงขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยต่อสู้กับโรคระบาด เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส โรคไข้เหลือง ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก ไม่นับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ ซิฟิลิสและหนองใน กลไกที่ทำให้การควบคุมโรคระบาดต่าง ๆ ในประเทศที่สำคัญก็คือ อสม. และ อสส.

ทั้ง อสส.และ อสม. ที่เลียนแบบหมอเท้าเปล่าของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในสมัยทำสงครามปลดปล่อย สมัยหลังจากการปลดปล่อย และสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเหมาะกับประเทศยากจนที่ประชากรส่วนใหญ่ยากจน ขาดอาหาร ขาดการศึกษา ขาดบริการทางการแพทย์ อยู่ห่างไกลในชนบทอันกว้างใหญ่ไพศาล

สมัยสงครามเย็น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยก็ได้มีการจัดตั้ง “หมอเท้าเปล่า” ขึ้นในกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย และมีหมอเท้าเปล่าโดยเลือกจากผู้ที่สมัครใจทำงานสาธารณสุขเพื่อประชาชน ถือกระเป๋ายาตรากาชาดอยู่ในกองทัพปลดแอก และหมู่บ้านที่ได้รับการปลดปล่อย และรอรับการคัดเลือกเพื่อไปศึกษาเพิ่มเติมวิชาการแพทย์ ทั้งวิชาการแพทย์สมัยใหม่ และวิชาการแพทย์แผนจีน ซึ่งก็มีทั้งยาสมุนไพร ผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่ ที่เมืองคุนหมิง แล้วกลับมาปฏิบัติการในกองทัพปลดแอก และหรือในเขตปลดปล่อยทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งก็เป็นต้นกำเนิดของโครงการสาธารณสุขหมู่บ้านชนบท

หมอเท้าเปล่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในยามที่ประเทศยังมิได้พัฒนา ประชาชนยังคงอยู่ในวัฏจักรแห่งความยากจน และไม่มีความรู้ เราเป็นประเทศที่อาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นประเทศส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก แต่แม่และเด็กเป็นโรคขาดอาหาร ทุพโภชนาการ โลหิตจาง มีโรคระบาดเจ็บป่วยล้มตายเสมอมา เด็กสมัยนั้นเจ็บป่วยด้วยโรคง่าย ๆ ตั้งแต่คลอดจนถึงอายุ 5 ขวบ ซึ่งสภาพเช่นนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว

เป็นบุคลากรต้นแบบที่สำคัญในการนำแผนไปปฏิบัติการในระดับกลุ่มบ้าน 10-15 หลังคาเรือน ทำให้การรักษาด้วยเวทมนต์ คาถา เป่ากระหม่อม อาบน้ำว่าน หรือความเชื่อว่าเจ็บป่วยเพราะผิดผีผิดสางนางไม้ เจ้าพ่อเจ้าแม่ ต้องเสียเงินเสียทองสะเดาะเคราะห์ บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ผีสางนางไม้ ค่อย ๆ หายไปจากสังคมไทย แต่ที่พม่ายังคงมีอยู่มากเป็นปกติ

รูปแบบของการทำงานเพื่อควบคุมและป้องกันโรคระบาด เช่น โคโรน่าไวรัสของเรา น่าจะเป็นรูปแบบเดียวกันกับประเทศจีน และคงไม่เหมือนกับประเทศยุโรปตะวันตก นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นระบบสาธารณสุขระดับกลุ่มบ้าน ซึ่งเล็กกว่าหมู่บ้าน ใช้บุคลากรอาสาสมัครสาธารณสุขที่มีจิตใจสาธารณะ มิใช่ทำเพื่ออาชีพประจำ ต้นทุนทางการเงินจึงต่ำ เหมาะสำหรับประชาชนผู้ยากไร้ เป็นระบบบริการสาธารณสุขและการแพทย์ที่เริ่มต้นจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด แต่ไปไกลจนถึงระดับภาคและประเทศ เป็นระบบที่ทำให้เกิดการประหยัดและทั่วถึง

สำหรับผู้ที่มีฐานะและต้องการบริการสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ที่ดีและรวดเร็ว ก็สามารถรับบริการได้จากโรงพยาบาล หรือสถานบริการของเอกชน หรือโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐ นอกเวลาราชการ ที่ราคาค่าบริการและค่ายาสูงกว่าในเวลาราชการ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ก็ไม่ต้องไปลงทุนทำคลินิกของตนเอง หรือไปทำงานต่างประเทศ แต่อาจจะออกไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน ได้รับผลตอบแทนในอัตราระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน บริการทางการแพทย์ของเราก็กลายเป็นสินค้าส่งออก ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก

บทบาทของ อสม. และ อสส. จึงเป็นบทบาทที่น่าชื่นชมในความเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม และอาจจะกล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จไม่แพ้หมอเท้าเปล่าในประเทศจีนต้นแบบ

เสียดายที่โรคระบาดจู่โจมจีนเป็นประเทศแรก ยังไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ตั้งตัวได้เร็วกว่ายุโรปและอเมริกา ไทยก็น่าจะตั้งตัวได้ดีกว่าเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศอื่นในอาเซียน และคงจะไม่กลับคืนมาอีก เพราะฝีมือของกระทรวงสาธารณสุข และที่สำคัญ คือ เรามี

อสม. อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน