เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
Biz Movement ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
Politics ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
Finance แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
News 9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
Real Estate แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
Finance CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
Biz Movement ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
Economic ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
Economic GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
ดูทั้งหมด

คมนาคมรายงาน ครม.ผลศึกษาทำไมต้องขยายสัมปทาน”ทางด่วน-รถไฟฟ้าสายสีเขียว”

01 ก.ค. 2563 | 12:06น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย. 2563 มีมติรับทราบผลการศึกษาเรื่องการพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าบีทีเอส ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป

โดยกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของรายงานการพิจารณาศึกษาการขยายสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าบีทีเอส ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร

ในกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เห็นด้วยกับขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ซึ่งการขยายระยะเวลาสัมปทานทางด่วนนั้น ครม.มีมติวันที่ 18 ก.พ. 2563 เห็นชอบการแก้ไขสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 รวมถึงส่วน D และสัญญาทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด รวม 2 ฉบับ ตามที่คมนาคมเสนอ

โดยให้ต่อขยายระยะเวลาสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A B C ออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน นับแต่วันสัญญาสิ้นสุดในวันที่ 29 ก.พ. 2563 สำหรับส่วน D ขยายเป็นระยะเวลา 8 ปี 6 เดือน นับแต่สัญญาส่วน D สิ้นสุดในวันที่ 21 เม.ย. 2570 และทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ดต่อขยายเป็นระยะเวลา 9 ปี 1 เดือน นับแต่วันสัญญาสิ้นสุดในวันที่ 26 ก.ย. 2569

เพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นตามสัญญาเดิมทั้งหมด เป็นการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยไม่ต้องต่อสู้คดีกันต่อไป

สำหรับการต่อสัมปทานใน 15 ปีหลัง ซึ่งให้มีการก่อสร้างทางด่วนขึ้นที่ 2 นั้น ครม.มีมติให้คมนาคมไปพิจารณาศึกษา แล้วนำเสนอ ครม.ต่อไป

รวมทั้งเอกชนที่เป็นคู่สัญญาตกลงให้ความร่วมมือยกเว้นค่าผ่านทางในเทศกาลต่าง ๆ และจะไม่เรียกร้องค่าชดเชยและค่าเสียหายด้วย ส่วนการสอบสวนหาผู้กระทำความผิดเพื่อตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการเกิดข้อพิพาทจนนำไปสู่การขยายสัญญาสัมปทาน ในเรื่องนี้คมนาคมได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้ว

ทั้งนี้การขยายสัญญาสัมปทานดังกล่าวเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ กทพ. โดย กทพ.ไม่ต้องนำส่วนแบ่งรายได้ชำระหนี้ให้แก่เอกชน และหาก กทพ.ต้องจ่ายค่าชดเชยตามคำพิพากษาก็ยังสามารถให้บริการประชาชนต่อไปได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อรายได้ที่จะนำส่งรัฐ ซึ่งการขยายสัมปทานเป็นการลดความสูญเสียจากการแพ้คดี

Advertisement

และในสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) และสัญญาทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด (ฉบับแก้ไข) ยังคงเงื่อนไขให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี และยังมีการยกเว้นค่าผ่านทางให้แก่ประชาชนในเทศกาลต่าง ๆ ด้วย

และการแก้ไขสัญญาสัมปทานกรณีนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 มาตรา 47 ประกอบกับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

ส่วนผลการศึกษาการขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส)
ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลงวันที่ 11 เม.ย.2562 ให้ครบถ้วน และเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้มีการต่อสัญญาสัมปทานนี้ต่อไป

ขอบเขตของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าวจะมีผลให้เอกชนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แทน กทม. ในช่วงต้นโครงการ และ กทม. ได้รับส่วนแบ่งจากค่าโดยสาร สถานีเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สถานีห้าแยกลาดพร้าว ได้มีการออกแบบเพื่อรองรับการเดินรถในระบบ Through Operation

และไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน อัตราค่าโดยสารตามสัญญาร่วมทุนมีราคาน้อยกว่าหรือเท่ากับอัตราค่าโดยสารที่มีการจัดเก็บในปัจจุบัน และอัตราค่าโดยสารตลอดสายสูงสุด 65 บาท และตามสัญญาร่วมลงทุนได้รวมการปรับปรุงบริเวณสถานีตากสินไว้ด้วย จะทำให้สถานีสีลมมีค่าความถี่การให้บริการดีขึ้น และมีการกำหนดค่าความหนาแน่นของผู้โดยสารตามมาตรฐานที่มีความเหมาะสม

เป็นการแก้ไขปัญหาภาระการเงินของ กทม. ในอนาคต ซึ่ง กทม.อาจนำส่วนแบ่งผลประโยชน์มาเป็นส่วนลดค่าโดยสารให้กับประชาชนนั้น เนื่องจากการเจรจาผลตอบแทนกับภาคเอกชน ได้พิจารณารายได้จากเส้นทางหลัก ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ในคราวเดียวกัน โดยนำผลกำไรจากเส้นทางหลักมาชดเชยผลขาดทุนของส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2

จากแนวทางดังกล่าวจะทำให้มีอัตราค่าโดยสารเหมาะสม คือสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และไม่กระทบภาระทางการเงินของ กทม. สำหรับต้นทุนภาระทางการเงิน 107,000 ล้านบาท ในการสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น กทม. จะนำเงินรายได้ของโครงการมาชำระค่างานโยธา ดอกเบี้ย และภาระอื่น ๆ สำหรับส่วนต่อขยายที่ 2 จากการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

การที่ไม่ส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการฯ ทำให้ไม่สามารถพิจารณาประเด็นภาระต้นทุนทางการเงินของ กทม. ได้นั้น กทม. ได้ให้ข้อมูลสูงสุดที่สามารถให้ได้จากการเจรจาแล้ว

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการเงินของภาครัฐด้วยการขยายสัญญาสัมปทานควรอยู่ 5 ในกรอบของ 1.ระยะเวลาการขยายสัมปทาน 2.อัตราค่าโดยสาร 3.การจัดหาผู้ประกอบการที่สามารถบริการตามความต้องการของประชาชน และ 4.การดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย นั้น กทม.ได้ยึดถือแนวทางดังกล่าวเป็นกรอบในการเจรจาสัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กทม. กับภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม กทพ. ควรเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2563 และเพื่อความรอบคอบในการบริหารกิจการขององค์กร กทพ.ควรศึกษาผลกระทบและปัจจัยเสี่ยงอันเกิดจากการดำเนินการตามข้อสัญญาเดิม เพื่อมิให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ผ่านมา

สำหรับกรณี กทม.ควรดำเนินการตามขั้นตอนของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2562 ดังกล่าวให้ครบถ้วน รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทางด่วน รถไฟฟ้าสายสีเขียว