เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ส่องตลาดที่อยู่อาศัย ยุค New Normal 2020-2021

01 ส.ค. 2563 | 10:35น.
อาคารสูง-คอนโด
คอลัมน์ ช่วยกันคิด
โดย กณิศ อ่ำสกุล ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธ.กรุงไทย

ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องเผชิญกับปัจจัยลบอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2019 ไม่ว่าจะเป็น 1) การบังคับใช้เกณฑ์ LTV ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงให้ผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยตั้งแต่สัญญาที่ 2 เป็นต้นไป ตลอดจน 2) การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินหยวน ที่ทำให้ที่อยู่อาศัยในไทยมีราคาแพงขึ้นในสายตาของผู้ซื้อชาวจีน ทั้งนี้ แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะมีปัจจัยบวกเข้ามาบ้าง จากการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองให้เหลือรายการละ 0.01% แต่ความหวังที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งก็ดูจะเหมือนดับลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่หนักหนาสาหัสกว่าที่ผ่านมาเสียอีก

ในบทความนี้ได้วิเคราะห์ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างไรต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ? ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2020-2021 จะมีทิศทางอย่างไร ? พร้อมตอบคำถามว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค new normal จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? เพื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาฯสามารถนำไปใช้ในการออกแบบ และพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด

โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างไร ?

พบว่าภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัวอย่างรุนแรง (deep recession) มีโอกาสติดลบ 8.8% ในปีนี้ประกอบกับการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปิดกิจการห้างร้านเป็นการชั่วคราวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีรายได้ลดลง และส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคถูกบั่นทอนลงอย่างมาก

สะท้อนจากยอดจองที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ (presale) ที่ลดลงจาก 20% ในไตรมาสที่ 4/2019 มาอยู่ที่ 15% ในไตรมาสที่ 1/2020 และคาดว่าจะลดต่ำลงเหลือเพียง 12% ในไตรมาสที่ 2/2020 เนื่องจากในเดือน เม.ย.-พ.ค. เป็นช่วงที่ภาคอสังหาฯของไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการ lockdown ที่ทำให้ความต้องการซื้อคอนโดฯของชาวจีนแทบจะหายไปทั้งหมด เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเข้ามาชมโครงการ และทำการโอนกรรมสิทธิ์ในไทยได้

การหดตัวของความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นนั้น มีความสอดคล้องกับผลการสำรวจในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ของ Wunderman Thompson บริษัทเอเยนซี่ชั้นนำของโลกที่ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความตั้งใจซื้อที่อยู่อาศัยลดลงราว 1 ใน 3 โดย 80% ของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตัดสินใจที่จะเลื่อนการซื้อที่อยู่อาศัยออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่รายได้ต่ำกว่า 40,000 บาทต่อเดือน ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้สูงกว่า 40,000 บาทต่อเดือน ให้เหตุผลว่าการลงทุนในอสังหาฯ ณ เวลานี้ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุนได้เท่าที่ควร

ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2020-2021 จะมีทิศทางเป็นอย่างไร ?

จากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ถูกบั่นทอนลงมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 Krungthai COMPASS ประเมินว่า มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะอยู่ในภาวะหดตัวอย่างมากในปี 2020 โดยมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งหมดจะลดลงจาก 5.7 แสนล้านบาทในปี 2019 มาอยู่ที่ 4.2 แสนล้านบาท ติดลบ 27% YOY แบ่งเป็นมูลค่าโอนบ้านจัดสรรที่ 2.4 แสนล้านบาท หดตัว 24% YOY ขณะที่มูลค่าโอนคอนโดมิเนียมซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV และความต้องการซื้อของชาวจีนที่หายไปด้วยนั้น คาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.8 แสนล้านบาท ติดลบถึง 30% YOY

ทั้งนี้ ยอดโอนที่ลดลงอย่างมาก จะส่งผลให้สต๊อกที่อยู่อาศัยเหลือขายในภาพรวมเพิ่มขึ้น 5% แตะระดับ 185,000 ยูนิต แม้ผู้พัฒนาอสังหาฯโดยส่วนใหญ่จะปรับลดการเปิดโครงการใหม่ลงมาเหลือเพียง 72,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาถึง 40% แล้วก็ตาม

สำหรับปี 2021 ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีแนวโน้มที่จะสามารถทยอยฟื้นตัวได้ตามสภาพเศรษฐกิจไทย โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่า GDP และการบริโภคภาคเอกชนของไทยจะกลับมาขยายตัวได้ 6.1% และ 3% ตามลำดับ ประกอบกับการเริ่มฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 8.1 ล้านคนในปี 2020 เป็น 15.9 ล้านคนในปี 2021 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งของคนไทย และต่างชาติฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง

ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล จะเติบโตที่ 12% YOY หรือมีมูลค่าเท่ากับ 4.7 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก หากนำไปเทียบกับการโอนในปี 2019 (ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19) ที่มีมูลค่าสูงถึง 5.7 แสนล้านบาท

พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค new normal จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ?

นอกจากประเด็นด้านมูลค่าตลาดที่มีแนวโน้มหดตัวหนักแล้ว การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้บริโภคบางกลุ่มเปลี่ยนไปอย่างถาวรในยุค new normal อีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้พัฒนาอสังหาฯสามารถออกแบบและพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค Krungthai COMPASS ได้ทำการรวบรวม 3 พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีโอกาสจะเปลี่ยนไปในยุค new normal ซึ่งประกอบไปด้วย

1) “การซื้อที่อยู่อาศัยผ่านช่องทางออนไลน์อาจกลายเป็นช่องทางหลักช่องทางหนึ่ง” สะท้อนจากยอดเข้าชมเว็บไซต์ (Reach) ของผู้พัฒนาอสังหาฯชั้นนำที่เพิ่มขึ้นถึง 40% จาก 8,400 ครั้ง/เว็บไซต์/วัน ในเดือน ม.ค. 2020 ขึ้นมาอยู่ที่ 11,700 ครั้ง/เว็บไซต์/วัน เดือน พ.ค. 2020 ที่เกิดการระบาดของโควิด-19 นอกเหนือจากการพัฒนาระบบ online booking แล้ว ผู้พัฒนาอสังหาฯควรที่จะนำเทคโนโลยี virtual visits มาใช้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการชมโครงการเสมือนจริงผ่านเว็บไซต์ และพัฒนาระบบ back-office ให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินและจัดการเรื่องเอกสารได้ครบถ้วนบนช่องทางออนไลน์

2) “ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยมากขึ้น” เนื่องจากผู้บริโภคจะมีกิจวัตรประจำวันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในที่อยู่อาศัยนานขึ้น โดยเฉพาะการทำงานที่บ้าน (work from home) ซึ่งอาจกลายเป็นเรื่องปกติของผู้บริโภคบางกลุ่ม ภายใต้งบประมาณเท่าเดิม ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจึงมีโอกาสเปลี่ยนจากคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก ทำเลในตัวเมือง เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ บ้านแฝด หรือทาวน์เฮาส์ ในทำเลที่อยู่นอกตัวเมืองมากขึ้น แต่ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เป็นการทดแทน การพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ของผู้ประกอบการ จึงควรที่จะให้ความสำคัญประเด็นนี้ด้วย เช่น การลดสัดส่วนของห้องประเภท studio และหันมาเพิ่มห้อง one bed plus แทน ในคอนโดมิเนียมบางทำเล หรือหันไปเปิดโครงการบ้านจัดสรรแทนคอนโดมิเนียมบางส่วน เป็นต้น

3) “ผู้บริโภคจะต้องการใช้พื้นที่ส่วนกลาง แบบมีพื้นที่ส่วนตัว” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต่อเนื่องมาจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ที่ทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของตนเองมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาที่จะออกแบบพื้นที่ส่วนกลางใหม่ ให้คงไว้ซึ่งจุดขายของโครงการ แต่ก็พร้อมตอบสนองเรื่องความปลอดภัย และสุขภาพของผู้บริโภคไปพร้อมกัน ยกตัวอย่าง เช่น การออกแบบ coworking space ผู้ใช้นั่งกระจายกัน

หรือการนำเทคโนโลยีไร้การสัมผัส (touchless) เช่น ระบบเซ็นเซอร์ ระบบสแกนใบหน้า หรือระบบคำสั่งเสียง มาใช้ในพื้นที่ส่วนกลางให้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ช่วยกันคิด