Skip to content

Digital Thai Baht ประตูสู่โลกการเรียนรู้ใบใหม่

31 ต.ค. 2564 | 08:24น.
Digital Thai Baht ประตูสู่โลกการเรียนรู้ใบใหม่
คอลัมน์ ช่วยกันคิด
ดร.ขจรพงษ์ พูลสวัสดิ์

บนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา การเงิน และสังคมในปัจจุบันทำให้สังคมต้องมีการปรับตัวและเรียนรู้กันอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการมาถึงเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ภาคสังคม และภาคประชาชน เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

การมาของ digital thai baht หรือบาทดิจิทัลนั้น จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้โลกธุรกิจและสังคมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เป็นเงินบาทที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสื่อกลางเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ที่มีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดการบริการ ซึ่งจะแตกต่างจากเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันทาง ธปท.อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมทดสอบของทางภาคเอกชนเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาต่อยอด

ผมขอมองข้ามไปยังอนาคตเมื่อมีการนำบาทดิจิทัลมาใช้งานกันอย่างแพร่หลายนั้นเป็นประโยชน์อย่างมาก คือ ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินบาทในรูปแบบดิจิทัลที่มีความเชื่อมั่นสูงจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย และยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินดิจิทัลที่เข้าถึงได้ง่าย และยังสามารถนำมาต่อยอดทางด้านนวัตกรรมทางการเงินอีกด้วย

การต่อยอดทางด้านนวัตกรรมนั้นเป็นตัวแปรที่สำคัญจะนำรูปแบบการเงินของประเทศไปสู่การเชื่อมต่อ การชำระเงินที่รวดเร็ว ทันใจ ประหยัด ต้นทุนต่ำ และแพร่หลาย โดยเฉพาะการที่จะสามารถเปิดให้มีการเชื่อมต่อนวัตกรรมกับเงินบาทดิจิทัล สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการที่สามารถเขียนคำสั่งพิเศษ (programmability) กับบาทดิจิทัลเพื่อให้เกิดการโอนเงินและชำระเงินได้ดำเนินการโดยอัตโนมัติ

หากทางธนาคารเปิดให้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำงานร่วมกันได้ จะเกิดการเชื่อมต่อกับนักพัฒนาอย่างเช่น บริษัทสตาร์ตอัพทางด้านการเงิน หรือ FinTech ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ เช่น ความสามารถในเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อกับบาทดิจิทัล เช่น การทำสัญญาดิจิทัล เมื่อทำงานสำเร็จตามสัญญาแล้วนั้นสามารถที่จะให้บาทดิจิทัลโอนเงินทันที โดยที่เราไม่ต้องไปเข้าแอปต่าง ๆ ให้เสียเวลา ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเงินอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความน่าเป็นกังวลเรื่องความเสถียรภาพของระบบ และความปลอดภัยทางด้านคอมพิวเตอร์อีกด้วย

เมื่อเราเห็นอนาคตที่โลกของเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วนั้น ผมขอมองย้อนกลับมาในปัจจุบัน การเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญอย่างมากเพื่อให้เรานำความรู้และสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพและธุรกิจได้ Bernhard Schindlholzer ได้พูดไว้ใน Ted Talk ว่า Nobody will hire you because of what you know. You will get hired because of what you able to do with your knowledge. ไม่มีใครจะจ้างคุณเพราะสิ่งที่คุณรู้ เราจะถูกจ้างงานจากสิ่งที่คุณสามารถทำได้ ทำคุณประยุกต์ใช้กับความรู้นั้นได้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าการศึกษาที่เราพยายามอยู่ในปัจจุบันนี้ ที่ให้ทำเกรดสูง ๆ ในห้องเรียน อาจจะไม่ใช้คำตอบของอนาคตอีกต่อไป เราจำเป็นต้องฝึกความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน นำไปพัฒนาทักษะต่าง ๆ

3 ทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการเรียนรู้ คือ 1.ทักษะการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ (creative problem solving) ซึ่งเป็นการคิดอย่างเป็นระบบและขั้นตอน ที่นำมาผสมผสานกับความคิดที่แตกต่าง แปลกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อน โดยนำความรู้และประสบการณ์เดิม นำมาหาทางเลือกหลาย ๆ ทางเพื่อใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้แนวทางในการแก้ปัญหาแนวใหม่ที่เกิดประโยชน์มากกว่าเดิม

2.ทักษะการคิดนอกกรอบ (lateral thinking) เป็นการคิดที่ต้องการให้ออกจากความคิดเดิม ๆ เพื่อสร้างความคิดใหม่ ๆ วิธีการใหม่ แนวทางใหม่ และเป็นความคิดที่ยืดหยุ่นที่สามารถนำมาใช้แล้วเป็นที่ยอมรับได้

3.ทักษะการคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) เป็นกระบวนการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับกระบวนการแก้ปัญหา การแตกปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหาย่อย ๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้แนวทางหาคำตอบที่สามารถนำไปใช้โดยบุคคลหรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง

จะเห็นได้ว่า 3 ทักษะนั้นจะเป็นแนวคิดที่นำกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามาบูรณาการหรือประยุกต์กับความรู้ที่ตนมี เพื่อก่อให้เกิดการนำเสนอสิ่งใหม่ หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ช่วยกันคิด