เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
News ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
News กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
Economic ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
Politics ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
คอนเฟิร์ม 9.5 ล้านคน ‘จนจริง’ คัดออก 50% ได้สิทธิ ‘60/40’ แทนแจกเงิน 2 พันต่อคน ส.ค.-ก.ย.
Finance คอนเฟิร์ม 9.5 ล้านคน ‘จนจริง’ คัดออก 50% ได้สิทธิ ‘60/40’ แทนแจกเงิน 2 พันต่อคน ส.ค.-ก.ย.
อนุทิน เปิดโต๊ะถก บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมอง ก่อนชงต่อยอดคุย ’นายกฯจีน‘
Politics อนุทิน เปิดโต๊ะถก บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมอง ก่อนชงต่อยอดคุย ’นายกฯจีน‘
กรมบัญชีกลาง ขู่ตัดสิทธิผู้เสนอราคา e-bidding จ่ายค่าซื้อซองช้า
Finance กรมบัญชีกลาง ขู่ตัดสิทธิผู้เสนอราคา e-bidding จ่ายค่าซื้อซองช้า
ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
Finance ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
ดูทั้งหมด

แห่ตั้งโรงไฟฟ้าเวียดนาม รับดีมานด์พุ่ง-ลงทุนง่าย

09 ส.ค. 2563 | 12:30น.

เอกชนไทยแห่ลงทุนโรงไฟฟ้าเวียดนามนับ 10 โครงการ บี.กริม-กัลฟ์ จ่อลงทุนโรงไฟฟ้า LNG ร่วม 1 หมื่นเมกะวัตต์ ด้าน “นักวิชาการ” ชี้ “เวียดนาม”ปัจจัยบวกเพียบทั้งดีมานด์การใช้เพิ่มจีดีพีโต รัฐบาลกระตุ้นลงทุน แต่เงื่อนไขการลงทุนยังไม่ “ประกันการรับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำ” ส่วนไทยจีดีพีติดลบ ดีมานด์หด กำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกินล้น 40% ขอใบอนุญาตยาก เตรียมปฏิรูประบบขอใบอนุญาตง่ายต่อธุรกิจ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในช่วงครึ่งปีแรก 2563 มีบริษัทเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทยหลายรายที่ประกาศขยายการลงทุนไปที่ประเทศเวียดนาม อาทิ บี.กริม พาวเวอร์, กัลฟ์, ซุปเปอร์, ราชกรุ๊ป นับรวม 10 โครงการ (กราฟิก) แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่การลงทุนอุตสาหกรรมนี้ในเวียดนามยังคึกคัก

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บี.กริม เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่เวียดนาม 2 โรง ขนาดกำลังการผลิตรวม 677 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเร็ว ๆ นี้จะทำโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) จาก LNG ขนาด 3,000 เมกะวัตต์ ใกล้โฮจิมินห์

“ตอนนี้กำลังศึกษาร่วมกับโลคอลพาร์ตเนอร์เจ้าใหญ่ คาดว่าถ้าไม่โชคร้ายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าจะเซ็นสัญญาได้ โดยสามารถเข้าถือหุ้นได้มากถึง 70%”

แม้เวียดนามประสบปัญหาเรื่องโควิดมีผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน แต่จีดีพียังขยายตัว 4-5% จากเดิมที่วางไว้ 6-7%ต้องยอมรับว่าการขยายตัวอุตสาหกรรมในเวียดนามพุ่งแรงมาก และพื้นที่ทางภาคใต้ยังมีปัญหาไฟฟ้าขาด ส่วนภาคเหนือยังมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

“จากประสบการณ์การลงทุนที่เวียดนาม รู้สึกว่ารัฐบาลเวียดนามมีความพยายามในการดึงดูดการลงทุนมากกว่าใคร จำนวนประชากรก็มีถึง 90 ล้านคน รองจากอินโดนีเซียที่มี 100 ล้านคน ส่วนไทยมีประมาณ 60-70 ล้านคนก็เป็นเหตุผลหนึ่งในการลงทุน แต่เหตุผลสำคัญที่สนใจเวียดนาม เพราะเรื่องความยากง่ายในการลงทุน ไม่ซับซ้อน สถานการณ์การเมืองที่นิ่งก็มีส่วนด้วย”

อย่างไรก็ตาม มองว่า รัฐบาลควรใช้โอกาสจากการที่ไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ในการดึงดูดการลงทุน เพราะสะท้อนถึงความพร้อมด้านสาธารณสุขของไทย

นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการขยายการลงทุนเข้าไปยังเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจเวียดนามมีอัตราการขยายตัวสูงจากการที่นักลงทุนต่างชาติเข้าไปขยายการลงทุนผลิต ทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แน่นอนว่ารัฐบาลเวียดนามยิ่งต้องสนับสนุนการลงทุนให้ง่าย เพื่อจะได้มีไฟฟ้าเพียงพอใช้ ขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียง 2-3% ในช่วงที่ผ่านมา และยิ่งประสบปัญหาโควิด-19 ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะติดลบ 8-9% ทำให้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง ประกอบกับปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองมากถึง 40% ยิ่งทำให้เกิดไฟฟ้าล้น และการขออนุญาตยังมีกระบวนการที่ต้องใช้เวลานาน

“เวียดนามไม่ได้มีนโยบายอะไรที่ดีกว่าไทย แต่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากกว่า เพราะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนจำนวนมากซึ่งหากเปรียบเทียบนโยบายและระบบการรับซื้อไฟฟ้าของสองประเทศ พบว่าไม่มีอะไรที่ต่างกัน และบางเรื่องเวียดนามก็ยังไม่มี เช่น เรื่องการประกันความเสี่ยงการรับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำจากผู้ผลิต ทางเวียดนามยังไม่มี แต่ไทยมีเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาซื้อไฟฟ้า 20-25 ปี แต่ไม่มีการประกันการรับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำนั่นทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าในไทยมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะไทยมีระบบสัญญาที่เรียกว่า must take must run ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้ผลิตก็ได้รับผลตอบแทนจากการผลิต”

อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังปรับปรุงกระบวนการออกใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเดิมต้องขออนุญาตทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมให้ออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน

ล่าสุดคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพลังงานกำลังเสนอแผนปฏิรูปเพื่อลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตให้เป็นรูปแบบ onestop service แค่มายื่นที่ กกพ.จุดเดียวไม่ต้องขอใบอนุญาต รง.4 คาดว่าอย่างช้าระบบนี้น่าจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ต้นปีหน้า ส่วนการทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ไม่เกี่ยวกับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ

นายอาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการขยายการลงทุนไปเวียดนาม จากเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำต่อเนื่องหลายปี และยิ่งประสบปัญหาโควิด-19 ยิ่งชะลอตัวมากขึ้นอีกทั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของไทยยังสูง และการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานถึง 3 คน ในช่วงเวลาแค่ 2 ปี ทำให้ขาดความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน เช่น การแก้ไขแผน PDP ยังค้างไม่ผ่านคณะรัฐมนตรีมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

“ตอนนี้มีผู้ผลิตไฟฟ้าหลายรายขยายการลงทุนไปต่างประเทศ บี.กริม ถือว่าโดดเด่นมากที่สุดที่ไปเวียดนาม และยังได้ขยายไปอีกหลายประเทศทั้งกัมพูชาและมาเลเซียด้วย จากนี้ก็จะเห็นการขยายการลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งแม้ว่าหากเปรียบเทียบระบบการรับซื้อพลังงานไทยจะดีกว่า มีความมั่นคงในการรับซื้อซึ่งดีกับผู้ผลิตมากกว่า แต่เมืองไทยไม่มีรูมแล้ว และขาดความต่อเนื่องนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีหลายคน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้า