เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Economic โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
HR Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
Politics ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
Thai SELECT ปักธงนิวยอร์ก ‘ศุภจี’ ดันอาหารไทยจากรสชาติสู่ซอฟต์พาวเวอร์การค้าโลก
Economic Thai SELECT ปักธงนิวยอร์ก ‘ศุภจี’ ดันอาหารไทยจากรสชาติสู่ซอฟต์พาวเวอร์การค้าโลก
สหรัฐโยงไทย กล่าวหาเอไอจีน “Moonshot AI” แอบเข้าถึงชิปขั้นสูง  Nvidia
News สหรัฐโยงไทย กล่าวหาเอไอจีน “Moonshot AI” แอบเข้าถึงชิปขั้นสูง Nvidia
Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
Business Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
Economic EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
World ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
Economic กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
Business BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
ดูทั้งหมด

กัมพูชาเตรียมลงนาม FTA กับจีน โอกาสและความท้าทายของไทย

02 ต.ค. 2563 | 14:16น.
ธุรกิจสิ่งทอ-กัมพูชา
คอลัมน์แตกประเด็น
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

กัมพูชาเตรียมลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับจีน ตั้งเป้าหมายให้มีผลใช้บังคับภายในปี 2563 ซึ่งจะเป็น FTA ฉบับแรกที่กัมพูชาทำกับประเทศคู่ค้าในรูปแบบทวิภาคี เพื่อขยายการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

หาก FTA ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สองประเทศจะลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าระหว่างกันเพิ่มเติมจากที่ลดให้กันแล้วใน FTA อาเซียน-จีน ซึ่งจะครอบคลุมสินค้าจากจีนที่ส่งออกไปกัมพูชา กว่า 9,500 รายการ และสินค้าจากกัมพูชาที่ส่งออกไปจีนกว่า 10,000 รายการ

ใน FTA ฉบับใหม่ จีนจะลดเลิกภาษีศุลกากรเพิ่มให้สินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกัมพูชากว่า 340 รายการ ซึ่งร้อยละ 95 จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรจากจีนทันที อาทิ พริกไทย พริกแห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กระเทียม น้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋อง และผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เช่น หอยแมลงภู่ ปู ปลา และผัก ผลไม้ ที่เหลืออีกร้อยละ 5 จะได้รับการยกเว้นใน 10 ปี จะช่วยขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรของกัมพูชาไปจีน

ในปี 2562 การค้าระหว่างกัมพูชา-จีน มีมูลค่า 9,420 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 จาก 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2561 จึงคาดว่านักลงทุนจากจีนและประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการขยายการส่งออกไปจีน จะให้ความสนใจลงทุนในกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และฟาร์มปศุสัตว์ ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กัมพูชามากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการกัมพูชาอาจกังวลการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน

เหตุผลหลักที่กัมพูชาเร่งรัดให้การจัดทำ FTA กับจีน มีผลใช้บังคับโดยเร็ว เป็นเพราะต้องการลดผลกระทบจากที่สหภาพยุโรปเพิกถอนสิทธิพิเศษทางการค้า(Everything But Arms : EBA) ที่ให้กับกัมพูชา จากปัญหาสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 ประกอบกับปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของกัมพูชายังไม่หลากหลาย ตลาดส่งออกยังจำกัด สินค้าส่งออกหลัก อาทิ สิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า ตลาดส่งออกสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป และสหรัฐ

นักลงทุนไทยจึงน่าจะพิจารณาใช้ความตกลงการค้าเสรีกัมพูชา-จีน เป็นโอกาสในการขยายฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปจีน โดยอาศัยประโยชน์จากค่าแรงของกัมพูชาที่มีต้นทุนถูกกว่าค่าแรงในไทย และสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรที่กัมพูชาจะได้รับจากจีน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป ที่กัมพูชาจะได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากรจากจีนทันที

ขณะเดียวกัน เนื่องจากการลงทุนในด้านการผลิตและแปรรูปสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในกัมพูชายังมีไม่มาก กัมพูชาจึงเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสของไทยในการขยายธุรกิจ นำความรู้ความชำนาญต่าง ๆ เข้าไปในกัมพูชา ไม่ว่าจะในรูปแบบของการร่วมทุน หรือการเป็นบริษัทที่ปรึกษา เป็นต้น

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชามีการปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงาน โดยได้ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการ อาทิ การลดต้นทุนและค่าธรรมเนียมการขนส่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและพลังงาน การพัฒนาการบริหารจัดการระบบ การขนส่งทางราง และการปรับลดและผ่อนผันการเก็บภาษีรายได้และภาษีศุลกากร เพื่อดึงดูดการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา เช่น อุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตร การผลิตและการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมเคมี พลาสติก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เป็นต้น

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการก่อสร้างในกัมพูชายังมีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากประเทศต้องการพัฒนาและปรับปรุงซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้มีความต้องการสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง อาทิ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ปูนซีเมนต์ แร่ยิปซัม สายไฟและสายเคเบิลเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติมีการย้ายฐานการผลิตของธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูปเข้าไปในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง กัมพูชาก็เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม เนื่องจากแรงงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนมากนิยมเข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรเพื่อใช้ทดแทนแรงงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อาทิ รถไถนาเดินตาม รถเกี่ยวข้าว เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เครื่องสูบน้ำ และเครื่องพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าเหล่านี้ของไทยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยบางรายอาจมองความตกลง FTA กัมพูชา-จีน เป็นความท้าทาย เพราะสินค้าที่กัมพูชาส่งออกและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากจีน อาจเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับที่ไทยส่งออก แต่สินค้าส่งออกสำคัญของกัมพูชา

ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องแต่งกาย รองเท้า เครื่องหนัง ประกอบกับจีนเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึงกว่า 1,400 ล้านคน และมีความต้องการที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย

จึงน่าจะเป็นโอกาสที่จะเร่งพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานของสินค้าไทยที่ส่งออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ แตกประเด็น