เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

สินค้าอายุรเวทอินเดียบูมสุดๆ ธุรกิจ “อาหาร-เครื่องดื่ม” โดดลุยเพียบ

30 ต.ค. 2563 | 16:28น.

การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ศาสตร์การแพทย์พื้นบ้าน-แผนโบราณในหลายประเทศกลับมาเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง โดยอายุรเวทศาสตร์การแพทย์ของชาวฮินดู เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่กำลังได้รับความนิยมจากชาวอินเดียรุ่นมิลเลนเนียล หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2525-2543 ปัจจุบันมีอายุประมาณ 20-38 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ความนิยมนี้กระตุ้นให้บรรดาธุรกิจในแดนภารตต่างนำสูตรยาอายุรเวทมาผลิตเป็นสินค้า ทั้งอาหาร-เครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มชูกำลังผสมสมุนไพรหิมาลัย สมุนไพรอายุรเวทแบบผงสำหรับชงดื่ม ขนมกัมมี่ เมนูอาหาร ไปจนถึงสินค้าความงามและเสื้อผ้า ออกมาวางขายกันอย่างคึกคัก นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากภาพลักษณ์ของศาสตร์อายุรเวทเดิมที่อยู่คู่กับชาวอินเดียมานานในฐานะความเชื่อพื้นบ้านคล้ายยาหม้อของไทย

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชียนรายงานถึงปรากฏการณ์นี้ว่า เป็นผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 กระตุ้นชาวอินเดียรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น โดยตามการสำรวจของรัฐบาลพบว่า ในกลุ่มชาวอินเดียอายุ 20-38 ปีนั้น 45% ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นเรื่องหลัก โดยยอมลงทุนเป็นพิเศษกับสินค้า-บริการที่ตอบโจทย์สุขภาพของตน

สอดคล้องกับผลของบริษัทวิจัยรีเสิร์ช แอนด์ มาร์เก็ต ที่ระบุว่า ชาวอินเดียกลุ่มเดียวกันนี้ซึ่งอยู่ในช่วงอายุที่มีกำลังซื้อสูง จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดอายุรเวทในอินเดียให้มีมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าจากมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปี 2561

นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังเดินหน้าสนับสนุนอายุรเวทด้วยการเพิ่มงบฯให้กับกระทรวงศาสตร์การแพทย์พื้นบ้าน หรือ AYUSH เป็น 2 เท่าในช่วงปี 2563-2564 นี้

แนวโน้มที่ตลาดจะเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ดึงดูดให้ภาคธุรกิจพากันมาร่วมกระแสเพื่อสร้างการเติบโต จนมีสินค้าอายุรเวทสไตล์โมเดิร์นเกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นลูกอม, น้ำสมุนไพร, ผงสำหรับชงดื่ม และอื่น ๆ

โดย “ดาบัว” ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของอินเดีย เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมกระแสนี้ด้วยการเร่งขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าด้วยการนำสูตรอายุรเวทมาผลิตเป็นสินค้าหลากหลาย อาทิ น้ำมะขามป้อม ลูกอมกะเพรา น้ำกะเพรา รวมไปถึงชุดเสริมภูมิคุ้มกันที่โฆษณาว่ามีส่วนผสมของสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ ในขณะที่ “ฮิมาลายา ดรั๊ก” ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร เร่งเข็นสินค้าอายุรเวทออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงบางบริษัทนำสมุนไพรในตำราอายุรเวทไปผลิตเป็นซูเปอร์ฟู้ดแบบผงสำหรับชงดื่มด้วย

“ชเล บาดานี” ผู้ร่วมก่อตั้ง “คาพิวา” แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอายุรเวทสไตล์โมเดิร์นรายแรกของอินเดีย กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมารูปแบบของอาหารที่ชาวอินเดียกินเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยมีความทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งบริษัทรับเทรนด์นี้ด้วยการนำอายุรเวทมาผลิตเป็นสินค้า อาทิ น้ำมันทำอาหารแบบออร์แกนิก เนย โทนิก เครื่องดื่ม และปีหน้าเตรียมเพิ่มขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มสำหรับเด็ก และกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับอาหารเช้า เชื่อว่าจะช่วยให้รายได้ปี 2564 เพิ่มเป็น 14 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากแบรนด์สินค้าแล้ว ร้านอาหารเป็นอีกธุรกิจที่จับกระแสอายุรเวทมาใช้สร้างจุดขายด้วยเมนูสุขภาพ เครื่องดื่มค็อกเทล และม็อกเทลสไตล์อายุรเวท โดยปัจจุบันหากดูเมนูในร้านอาหารหลายแห่งในอินเดียจะเห็นการเน้นโปรโมตอาหารสุขภาพอย่างชัดเจน อาทิ สลัดขมิ้น เกี๊ยวมะรุม รวมไปถึงอาหารอื่น ๆ ที่มีสมุนไพร-ธัญพืชเป็นวัตถุดิบ

โดยเทรนด์อาหารสไตล์อายุรเวทนี้ไม่เพียงได้รับความนิยมในตลาดแมสเท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปถึงผู้บริโภคระดับบนด้วยเช่นกัน เห็นได้จากในเชนร้านอาหารหรูระดับรางวัลอย่าง “ดารีอากัน” ในกรุงนิวเดลี เมนูอายุรเวท ทั้งชาเมล็ดยี่หร่า และเครื่องดื่มน้ำตาลโตนดผสมมะนาว-ขมิ้น ยังได้รับความนิยมไม่ต่างจากเมนูอย่างของหวานผสมสมุนไพร 15 ชนิด หรือค็อกเทล-ม็อกเทลสมุนไพรที่มีเสิร์ฟในร้านอาหารทั่วไป

“อมิท แบ็กกา” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง “ดารีอากัน ฮอสพิทัลลิตี้” ผู้บริหารเชนร้านอาหาร ดารีอากัน อธิบายว่า บริษัทลงทุนเต็มที่กับการพัฒนาสูตรอาหารสุขภาพที่ไม่เพียงแค่มีสมุนไพรเป็นส่วนผสม แต่ต้องอร่อย หน้าตาดูน่ากิน รวมทันสมัย เช่น เคบับทันดูรี

แน่นอนว่ากระแสนิยมนี้ทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพที่เล็งฉวยโอกาสจากผู้บริโภคที่ไม่ระวังตัวไม่ว่าจะด้วยการขายสินค้าปลอม หรือโฆษณาเกินจริง โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้บริโภคระบุว่า ชาวอินเดียจำนวนมากยังไม่สามารถแยกแยะการโฆษณาเกินจริงได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานรัฐของอินเดียได้พยายามรับมือ ด้วยการออกตรารับรองคุณภาพ “AYUSH Mark” แบ่งเป็นระดับพื้นฐาน และระดับพรีเมี่ยม มาเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งที่ขายในประเทศและส่งออก

กระแสนิยมอายุรเวทของชาวอินเดียรุ่นใหม่นี้ถือเป็นหนึ่งในโอกาสของธุรกิจในอินเดียที่จะสร้างรายได้ชดเชยกับสภาพเศรษฐกิจช่วงโควิด รวมถึงอาจต่อยอดเป็นเทรนด์หลักได้ในอนาคตอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด อินเดีย