เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โรงพยาบาล’ ชิงเค้กสังคมสูงวัย รับเทรนด์กำลังซื้อ 3.5 ล้านล้าน
Business ‘โรงพยาบาล’ ชิงเค้กสังคมสูงวัย รับเทรนด์กำลังซื้อ 3.5 ล้านล้าน
นักท่องเที่ยวจีนร่วงหนัก หวั่นลากยาวถึงตรุษจีนปี’70 จี้รัฐเร่งสื่อสารรัฐต่อรัฐ หลังฑูตเตือนเที่ยวไทย
Business นักท่องเที่ยวจีนร่วงหนัก หวั่นลากยาวถึงตรุษจีนปี’70 จี้รัฐเร่งสื่อสารรัฐต่อรัฐ หลังฑูตเตือนเที่ยวไทย
ครม.ลดภาษีน้ำมัน E20-B20 จองคิว 3 เดือนโซลาร์ครัวเรือน
Politics ครม.ลดภาษีน้ำมัน E20-B20 จองคิว 3 เดือนโซลาร์ครัวเรือน
‘สมิทธ์’ CFO กัลฟ์ กับภารกิจรุก ‘ดาต้าฯ-AI
Economic ‘สมิทธ์’ CFO กัลฟ์ กับภารกิจรุก ‘ดาต้าฯ-AI
EEC สร้างเมืองใหม่บางละมุง ต้นแบบ ‘กรีนซิตี้ ’ ทุ่มลงทุน 7 หมื่นล้าน
Economic EEC สร้างเมืองใหม่บางละมุง ต้นแบบ ‘กรีนซิตี้ ’ ทุ่มลงทุน 7 หมื่นล้าน
บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
Economic บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
Finance ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
Economic กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
Real Estate รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Finance บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
ดูทั้งหมด

‘วัคซีน’ โควิดมาแล้ว ต่างชาติแห่ลงทุน-เที่ยวไทยจริงหรือ

05 ธ.ค. 2563 | 07:46น.
ชั้น 5 ประชาชาติ
กฤษณา ไพฑูรย์

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบปะนักธุรกิจ และประธานหอการค้าหลายจังหวัด ในงานประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 แต่ละจังหวัดล้วนมีมิติ และบริบทของปัญหาภายในจังหวัด ในแต่ละภาคแตกต่างกัน

หลายจังหวัดเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 เริ่มปรับตัวดีขึ้น และคิดว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้า ทุกอย่างจะกลับมาดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจภายในจังหวัดที่ผ่านมาไม่ได้พึ่งพารายได้จากต่างชาติ

พร้อมชื่นชม “โครงการคนละครึ่ง” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงเป้ามากกว่าโครงการอื่น ๆ ที่ผ่านมา

เพราะเม็ดเงินกระจายลงไปยังประชาชนทั่วไปได้อย่างดี “แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย” ต่างได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้า

ดังนั้น ทุกจังหวัดจึงประสานเสียงให้รัฐบาลดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง” ต่อ ผ่านเป็น 1 ในอีกหลายปัญหาที่บรรจุในสมุดปกขาวที่ยื่นถึงรัฐบาล

แต่บางจังหวัดเศรษฐกิจที่เริ่มโงหัวขึ้น แค่ทำให้ตัวเลขติดลบน้อยลงเท่านั้น หรือพูดง่าย ๆ ว่า เดิมเคยติดลบ 90% วันนี้ติดลบเพียง 60-70% หากเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ที่ถือเป็นภาวะดิ่งตกต่ำสุด ๆ ของภาคธุรกิจ

โดยเฉพาะจังหวัดที่พึ่งพารายได้หลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติบอกว่า โครงการคนละครึ่งอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

แต่สิ่งที่หลายคนหนักใจมากตอนนี้ คือ ภาวะขาดทุน ภาระหนี้สินของผู้ประกอบการรายกลาง และรายย่อย หรือ SMEs ที่พอกพูนขึ้น

ขณะที่โครงการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของภาครัฐที่ขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ ให้ลูกค้าพักการจ่ายหนี้ ครบกำหนด 6 เดือนไปแล้วตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคม 2563

ส่งผลให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและภาคบริการกำลังจะหมดลม ! ต้องกลับมาแบกรับภาระการจ่ายเงินต้น และดอกเบี้ยแบงก์ต่อ ขณะที่รายรับยังไม่เข้ามา

ที่สำคัญ หลายคนพูดตรงกันว่า หาก SMEs เหล่านี้ “ล้ม” ! โอกาสที่จะ “ฟื้นกลับ” มา ยากเต็มที !

ดังนั้น หลายจังหวัดจึงเรียกร้องตรงกันในการขอพักชำระหนี้ต่อออกไปอีกสักระยะหนึ่ง อาจจะ 3-6 เดือน รอให้ได้ลืมตาอ้าปากได้ก่อน

เพราะขณะนี้ “เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ” หรือ soft loan ดอกเบี้ย 2% ที่รัฐบาลออกมาตรการมาช่วยเหลือนั้น หลายจังหวัดให้ข้อมูลตรงกันว่า SMEs ส่วนใหญ่ “เข้าถึงยาก” มีเพียงส่วนน้อยมากที่ได้รับการช่วยเหลือ

จึงอยากให้รัฐบาลผ่อนคลายกฎเกณฑ์เงื่อนไขการพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีเงินไปหมุนเวียนธุรกิจบ้าง

มิเช่นนั้น หากธุรกิจ SMEs เหล่านี้ล้มอีกระลอกใหญ่ ! พนักงานที่ทำงานในบริษัทเหล่านั้น รวมถึงพนักงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่ ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการทั่วประเทศ จะมีโอกาส “ตกงาน” เพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้อีกจำนวนมาก

ทุกคนยอมรับว่า ตอนนี้กลไกการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศ มาจากเงินลงทุนของภาครัฐ ที่ส่งผ่านเม็ดเงินโดยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ

ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนเริ่มมีให้เห็นบ้าง แต่ยังไม่มากนัก เพราะปัจจัยเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังหนักหนาสาหัส จึงชะลอลงทุนอย่างระมัดระวัง

แม้หลายบริษัทในต่างประเทศคิดค้น “วัคซีน” สำเร็จออกมาแล้ว แต่อย่าลืมว่า ความบอบช้ำทางเศรษฐกิจที่หลายประเทศได้รับ ทำให้มีคนว่างงาน เศรษฐกิจล้มซวนเซ เช่นเดียวกับสถานการณ์ในประเทศไทย

ดังนั้น การที่คนต่างชาติพร้อมหอบเงินมา “ลงทุน” มา “ท่องเที่ยว” ในประเทศไทยได้อย่างเหลือเฟือ อาจมีเพียงส่วนน้อย ยิ่งมี “ม็อบ” กระหึ่มกันวันเว้น 2 วันด้วยแล้ว

แหล่งข่าวหลายคนยังบอกตรงกัน ช่วงจีนเกิดโควิด “ทุนญี่ปุ่น” หลายรายย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ไปประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามจำนวนมาก ไม่เลือกมาไทย เพราะมีหลายปัจจัยเรื่องการค้าระหว่างประเทศ และการอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อผู้ลงทุนด้วย

ส่วนด้านนักท่องเที่ยว ได้คุยกับผู้ประกอบการรายหนึ่งเล่าว่า ทัวร์จีนจำนวนมากที่มาท่องเที่ยวกัน ส่วนใหญ่เป็นคนฐานะปานกลาง วัยทำงาน กว่าคนเหล่านี้จะเก็บเงินกลับมาท่องเที่ยวเมืองไทยได้ คงต้องใช้เวลา เพราะเศรษฐกิจจีนก็ย่ำแย่เช่นเดียวกัน

ภาพสวยหรูที่หลายคนมองว่า เมื่อมีวัคซีนแล้ว ต่างชาติจะแห่กลับมา “ลงทุน” แห่มา “ท่องเที่ยว” ประเทศไทยจำนวนมากภายในกลางปีหน้า หรือปลายปีหน้า อาจจะเร็วเกินไปหรือไม่

สำหรับสายตาของนักธุรกิจอีกหลายคนที่มองกันว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากว่าเศรษฐกิจจะฟื้นดีดกลับมา และคงไม่เท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แน่นอน !

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีน เที่ยวไทย