ฟู้ดแพชชั่นเพิ่มดีกรีปั๊มยอด ระดมแคมเปญยิงยาวข้ามปี
“ฟู้ดแพชชั่น” เร่งปรับตัวรับมือปัจจัยลบ ตลาดร้านอาหารยังฟื้นตัวไม่เต็มร้อย เพิ่มโฟกัสแบรนด์ใหม่ ฌานา โภชา-สเปซคิว พร้อมเปิดตัวโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ “หมูทอดกอดคอ” ทยอยปูพรมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ส่งรีเทลโปรดักต์ “น้ำจิ้ม น้ำพริกกากหมู” บุกตลาด พร้อมระดมสารพัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อปลายปี
นางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหารฟู้ดแพชชั่น บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของร้านบาร์บีคิวพลาซ่า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจร้านอาหารที่มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้าน ยังอยู่ในภาวะที่ชะลอตัว โดยที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย และทราฟฟิกหรือกลุ่มลูกค้าที่กลับเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านจะกลับมาเพียง 70-80% เนื่องจากมีปัจจัยทางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่น
ประกอบกับตลาดร้านอาหารยังมีการแข่งขันสูงต่อเนื่อง จากการมีแบรนด์ร้านอาหารเซ็กเมนต์ใหม่ที่กระโดดเข้ามาในตลาดเป็นระยะ ๆ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น
นางสาวบุณย์ญานุชกล่าวต่อไปว่า สำหรับภาพรวมของบริษัท ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า 80% แบรนด์อื่น ๆ 6% และรายได้จากตลาดต่างประเทศ 9% ที่ผ่านมา ได้ปรับตัวด้วยการนำแบรนด์ในเครือ ได้แก่ บาร์บีคิวพลาซ่า, ฌานา ร้านชาบูเพื่อสุขภาพ, โภชา ร้านสารพัดเมนูซุป และสเปซคิว อาหารประเภทปิ้งย่าง
โดยได้นำครัวของทุกแบรนด์มารวมเป็นครัวกลางที่สำนักงานใหญ่ เพื่อใช้เป็นครัวกลางเฉพาะกิจสำหรับจัดส่งอาหารให้ผู้บริโภค ควบคู่กับการเพิ่มเมนูประมาณ 14 รายการ และมีเมนูที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะการขายในช่องทางดีลิเวอรี่ รวมถึงการออกแคมเปญใหม่ เช่น การเปิดขาย Voucher Bar B Gon & More สามารถใช้ที่ร้าน หรือซื้อกลับบ้านก็ได้ และเพิ่มกิมมิกด้วยการแถมฟรีประกันโควิด-19 จำกัด 1,000 สิทธิ โดยบัตรมีอายุการใช้งานถึงวันที่ 30 เมษายน 2564
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “หมูทอดกอดคอ” ชูจุดขายของเมนู อาทิ หมูสับทอดพริกสด หมูสับทอดกระเทียม ไก่ทอดกระเทียม ฯลฯ มีราคาเข้าถึงง่าย เริ่มต้น 25 บาท ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฟสแรกจะเน้นเปิดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และตั้งเป้าขยาย 100 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
และจากนี้จะเริ่มจัดแคมเปญร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อโปรโมตแบรนด์ รวมถึงจะเพิ่มช่องทางขายดีลิเวอรี่ผ่านแพลตฟอร์มไลน์แมน โดยแบรนด์นี้จะเข้ามาสร้างโอกาสในการขายและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
นางสาวบุณย์ญานุชกล่าวต่อถึงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทจะทำให้ทุกแบรนด์ที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอแข็งแกร่งขึ้น โดยจะโฟกัสไปที่แบรนด์ฌานา โภชา และสเปซคิว หลัก ๆ จะเป็นการเร่งการทำตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังจะเพิ่มในส่วนของรีเทลโปรดักต์ พัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เช่น น้ำจิ้ม น้ำพริกกากหมู ฯลฯ เข้ามาขายผ่านหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 และพร้อมวางขายในปีหน้า ส่วนการขยายสาขา จากแผนเดิมที่ได้เตรียมขยายสาขาธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่จากนี้ไปต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยปีหน้าคาดว่าจะเปิดเพิ่มประมาณ 3-5 สาขา สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ ระบบซีอาร์เอ็ม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าเฉพาะบุคคล
และล่าสุดยังได้จัดแคมเปญส่งท้ายปี “อ้าย Gon Gang ชวน หล่อลวงต้มตุ๋น” ที่จับมือกับค่าย GDH นำแคแร็กเตอร์ของนักแสดงจากภาพยนตร์อ้ายคนหล่อลวง มาพัฒนาเป็นเมนูที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และสามารถนำตั๋วภาพยนตร์ทุก 2 ที่นั่งมารับ QR code แลกซื้อเมนู หมูตุ๋นซีอิ๊วญี่ปุ่น ราคา 89 บาท จากราคาปกติ 169 บาท
“ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ฟู้ดแพชชั่นต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการปรับแนวคิดของคนในองค์กรเพื่อให้เกิดความสามารถในการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องในทุก ๆ แบรนด์” นางสาวบุณย์ญานุชกล่าว