เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
Politics นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
ดูทั้งหมด

ฐานผลิตส่งออกวิกฤต ค่ายรถผวา-โรงงานชิ้นส่วนสะดุด

29 ก.ค. 2564 | 08:43น.

วิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ระบาดเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ ภาคเอกชนผู้ประกอบการปรับแผนตั้งการ์ด “ดร.ศุภวุฒิ” ชี้ภาคการผลิตส่งออกเป็นฐานที่มั่นสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่ต้องปกป้อง กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ผวาคลัสเตอร์ชิ้นส่วนลามกระทบไลน์ผลิตต่อเนื่อง ฉุดซัพพลายเชนทั้งระบบ “โตโยต้า” ลุ้นกลับมาเปิดโรงงานสิ้นเดือน ก.ค. “มิตซูบิชิ” หวั่นปัญหาโรงงานชิ้นส่วนมาเลย์สะดุดกระทบฐานผลิตในไทย ผู้ว่าฯฉะเชิงเทราสั่งเข้มทุกโรงงานทำแผนเผชิญเหตุ กรณีพบผู้ติดเชื้อเกิน 10% ถูกสั่งปิดโรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 6 เดือนแรกไทยสามารถส่งออกได้ถึง 132,334 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.53% ซึ่งปัจจุบันภาคส่งออกถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 คลัสเตอร์โรงงานเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จนภาคเอกชนมองว่าอาจจะกระทบต่อภาคการส่งออก พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการคัดกรอง ควบคุมการแพร่ระบาด และฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วน

“ส่งออก” ที่มั่นสุดท้ายเศรษฐกิจ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยภัทร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวในคลับเฮาส์หัวข้อฟื้นเศรษฐกิจไทยอย่างไรหลังภัยโควิด-19 จัดโดย จส.100 เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางพายุโควิด

และเป็นที่น่าตกใจมากที่ กทม.และพื้นที่เสี่ยงมีคลัสเตอร์ถึง 140 แห่ง ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวกับโรงงาน แคมป์คนงาน กระจายไปทั่ว โดยเฉพาะโรงงานต่าง ๆ อย่างล่าสุดในโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ จ.ฉะเชิงเทราและ จ.ระยอง

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น หากไทยไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายใน 1-2 เดือน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยประเมินว่าจีดีพีจะหดตัว ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1.4-1.5 แสนล้านบาท แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น ความเสียหายก็จะเพิ่มขึ้น

“การระบาดรอบนี้รุนแรงมากที่สุด ต่างจากรอบที่ผ่าน ๆ มา เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคการผลิตฝั่งซัพพลาย จากที่ผ่านมากระทบฝั่งดีมานด์ ดังนั้นรอบนี้จะรุนแรงมาก โดยเฉพาะกับเอสเอ็มอีสายป่านสั้น เอ็นพีแอลจะเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้อาจจะมองว่าหนี้เสียในกลุ่มเอสเอ็มอีอยู่ประมาณ 10% ของสินเชื่อทั้งหมด แต่หากรวมดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ดีไม่ดีเอ็นพีแอลอาจจะไปถึง 20% แล้ว ถ้ายังแก้ไม่ได้ อีก 3-4 เดือนจากนี้ฟื้นยากมาก”

ฉะนั้นทางออกสำคัญ คือ 1) คิดให้ดีว่าแผนการจัดสรรวัคซีนให้ใคร อย่างไร เช่น เปลี่ยนจากผู้สูงวัยเป็นวัยทำงานหรือไม่ แล้วให้คนสูงวัยอยู่บ้าน ป้องกันคนทำงานไม่ให้นำเชื้อไปติดผู้สูงวัย และ 2) เร่งการตรวจสอบเชิงรุก เพื่อคัดกรองและหาพื้นที่เซฟโซนให้ภาคการผลิต หากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ทันการณ์จะทำให้ภาคผลิตหยุดชะงักมากขึ้น และหากลามถึงการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวเดียวที่เหลืออยู่จะน่าเป็นห่วงมาก

ส.อ.ท.ห่วงอุตฯยานยนต์

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เซ็กเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบ ล่าสุดค่ายรถ (โตโยต้า) หยุดการผลิต เพราะซัพพลายเออร์ได้รับผลกระทบจากโควิด เรียกว่าตอนนี้ผู้ประกอบการผลักดันการส่งออกได้อย่างยากลำบากมาก เพราะต้องผจญการบริหารจัดการโควิดทั้งภายในและภายนอก

สิ่งที่ต้องการมากที่สุดตอนนี้มี 2 อย่าง คือ เรื่องการรักษาพยาบาล จากอัตราผู้ติดเชื้อวันละ 15,000 คน ต้องการให้แยกกลุ่มผู้ป่วยและปรับกลุ่มสีเขียวให้กลับมาปกติให้เร็วขึ้น และ 2) เราเป็นจักรกลสุดท้ายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความเสี่ยงของภาคอุตสาหกรรมสูงมาก ต้องดูแล ซึ่งยังไม่เห็นด้วยกับการทำบับเบิลซีลทั้งหมด

เพราะคำถามคือ โรงงานหรือชุมชนเป็นต้นเหตุในการแพร่ระบาด จะต้องมุ่งแก้ไขให้ตรงจุด ถ้าสมมุติชุมชนเป็นจุดแพร่ระบาด การมาปิดโรงงาน เท่ากับไม่ใช่การแก้ไขที่ถูกต้อง

“โตโยต้า” ลุ้นกลับมาผลิต

กรณีผลกระทบจากคลัสเตอร์ชิ้นส่วนโรงงานไทยแอร์โรว์ จังหวัดฉะเชิงเทราถูกจังหวัดสั่งปิด 14 วัน ทำให้ทางโตโยต้าต้องประกาศปิดโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานสำโรง จ.สมุทรปราการ โรงงานบ้านโพธิ์และโรงงานเกตุเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่ 20-23 ก.ค. และหยุดต่อเนื่องตามวันหยุดประจำปีอีก 3 วัน (26-28 ก.ค.)

ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตามตารางการผลิตจะกลับมาผลิตวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค. แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของซัพพลายเออร์

ช่วงนี้มีการวางแผนและประสานงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนทุกฝ่าย เพื่อให้การบริหารจัดการชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์สามารถดำเนินไปตามแผนการผลิตที่วางไว้ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

“โตโยต้ามีมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ชัดเจน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงานทุกคน ตามมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโควิดมาโดยตลอดตามคำแนะนำและกฎข้อบังคับของหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง”

ไทยแอร์โรว์ขอเปิดก่อน 14 วัน

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารระดับสูง บริษัท ไทยแอร์โรว์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมผู้บริหารเร่งหารือกับหน่วยงานราชการที่กำกับดูเเลการแพร่ระบาด หาทางออกเพื่อให้สามารถกลับมาผลิตได้เร็วที่สุด เพราะโรงงานที่ฉะเชิงเทราเป็นโรงงานหลักที่ป้อนชิ้นส่วนให้กับโตโยต้า หากไม่สามารถกลับมาผลิตได้ในเร็ววันจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้โตโยต้าต้องหยุดผลิตยาวตามไปด้วย

“จริง ๆ เรามีอีกโรงงานอยู่ที่ อ.เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ อีกแห่ง ซึ่งโรงนี้ผลิตป้อนค่ายอื่น ๆ ทั้งนิสสัน อีซูซุ ซึ่งกำลังการผลิตน่าจะไม่พอแบ่งให้ส่วนอื่นได้ ดังนั้นถ้าแผนที่เสนอไปไม่ได้รับการอนุมัติและไม่สามารถเปิดไลน์ผลิตได้ก่อน 14 วัน ก็ต้องหยุดยาวไปถึงวันที่ 2 สิงหาคม นั่นหมายความว่าโตโยต้าจะต้องหยุดด้วยเช่นกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากโตโยต้าต้องปิดไลน์ผลิตจากผลกระทบการซัพพลายชิ้นส่วน น่าจะทำให้เป้าการผลิตไม่เป็นไปตามแผน ที่นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุไว้เมื่อต้นปีว่า

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2564 จะอยู่ที่ 254,000 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว จากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เช่น เอเชียและโอเชียเนีย ทั้งนี้ โตโยต้าตั้งเป้าการผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 527,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19% จากปี 2563

นิสสันทำ “บับเบิลแอนด์ซีล”

ด้านนายอิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย รองประธานสายงานการตลาดและการขาย นิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และประธานกรรมการบริหาร นิสสัน อินโดนีเชีย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีมีคลัสเตอร์ชิ้นส่วนติดโควิดและต้องปิดโรงงานว่า

นิสสันมีการใช้ชิ้นส่วนจากโรงงานไทยแอร์โรว์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยพาร์ตส่วนใหญ่จะใช้จากโรงงานอีกแห่ง และบริษัทก็มีชิ้นส่วนในสต๊อกเพียงพอรองรับการผลิตได้พอสมควร

สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดนั้น บริษัทมีมาตรการควบคุมอย่าเคร่งครัดตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยพบพนักงงานติดเชื้อบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อมาจากภายนอกโรงงาน ซึ่งบริษัทได้พยายามควบคุมและมีการทำ “บับเบิลแอนด์ซีล” อย่างเข้มงวด

มิตซูบิชิหวั่นชิ้นส่วนมาเลย์สะดุด

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โรงงานผลิตรถยนต์ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ใช้มาตรการเข้มข้นควบคุมความปลอดภัยของพนักงาน โดยในส่วนพนักงานบริษัทยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่มีบางส่วนที่เป็นพนักงานเอาต์ซอร์ซ และพนักงานโลจิสติกส์ที่เข้ามาติดต่อกับบริษัทมีติดเชื้อบ้าง ซึ่งบริษัทก็ได้เพิ่มความเข้มงวดตรงนี้

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ผลกระทบจากโรงงานชิ้นส่วนในบ้านเรานั้น ยังไม่ส่งผลกระทบกับการผลิตของบริษัท แต่ที่กำลังจับตาคือมีชิ้นส่วนบางตัวนำเข้าจากมาเลเซีย เริ่มมีปัญหาความล่าช้าและอาจจะทำให้ไลน์การผลิตสะดุดได้

“เอ็มจี-ฮอนด้า” ตั้งการ์ดสูง

ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี ยังผลิตรถยนต์เอ็มจีตามปกติ โดยเฉพาะ MG5 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปยังสามารถผลิตและจัดส่งได้ตามแผนที่วางไว้ บริษัทมีการติดตามและประสานงานกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด

รวมทั้งมีมาตรการเข้าไปสนับสนุนการทำงานของซัพพลายเออร์เพื่อป้องกันผลกระทบด้านการผลิตอย่างเต็มที่ ปัจจุบันยังไม่มีการรับแจ้งจากซัพพลายเออร์รายใดว่าหยุดผลิต โดยบริษัทมีมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด และด้วยความระมัดระวังอย่างสูง

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางเข้าออกในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ได้จัดหาห้องพักเดี่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้กับพนักงานที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด

และในส่วนของพนักงานออฟฟิศที่โรงงานได้มีการกำหนดให้ WFH มากที่สุด ส่วนแผนการผลิตมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำเนินแผนงานในการผลิตได้อย่างดีที่สุด

ห่วงส่งออกรถยนต์พลาดเป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ไลน์การผลิตรถยนต์ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลัสเตอร์ชิ้นส่วน ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะส่งผลต่อเป้าหมายส่งออกรถยนต์รวมในปี 2564 ซึ่งกำหนดไว้ 8.5 แสนคัน แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถตุนตัวเลขส่งออกไว้ได้แล้วถึง 486,237 คันก็ตาม

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากการประเมินครึ่งปีหลังยังคาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ได้สูงสุดถึง 1.6 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดส่งออก 8.5 แสนคัน และขายในประเทศ 7.5 แสนคัน เพราะประเทศคู่ค้าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ขณะที่คนไทยยังมีกำลังซื้ออยู่

ดังนั้นการผลิตรถยนต์ซึ่งไทยเป็นฐานใหญ่ที่สุดจึงไม่สามารถหยุดการผลิตได้ มาตรการที่ต้องควบคุม ป้องกัน และดูแลอย่างเคร่งครัด คือต้องไล่ตรวจพนักงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กันบุคคลที่มีความเสี่ยง ปรับการทำงานใหม่เพื่อไม่ให้กระทบกับช่วงเวลาการผลิต แม้จะต้องปรับตัวกับแผนงานใหม่และต้องประเมินสถานการณ์ทุกวัน ทุกโรงงานก็ต้องทำเพื่อไม่ให้การผลิตต้องหยุดลง แม้จะต้องรับภาระที่เพิ่มขึ้น

โมเดลมหาชัยบังคับโรงงานทั่วไทย

นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ทาง ส.อ.ท.ได้มีการประชุมร่วมกับประธานสภาอุตสาหกรรมในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อหารือกรณีที่มีข่าวว่าหลายจังหวัดมีแนวคิดจะนำมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาครมาบังคับใช้กับโรงงานทั่วประเทศ

โดยเฉพาะข้อกำหนดให้โรงงานที่มีพนักงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปต้องจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อแยกกักผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในโรงงาน (factory accommodation isolation : FAI) โดยจะต้องมีจำนวนเตียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของแรงงาน ซึ่งที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

เพราะสถานการณ์โควิดแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน ถ้าจะออกกฎอย่างเดียวกันมาบังคับใช้แบบเหวี่ยงแหทั่วประเทศไม่เห็นด้วย เพราะศักยภาพของโรงงานแต่ละแห่งแตกต่างกัน ทางออกในการแก้ปัญหาที่ดีตอนนี้คือ รัฐบาลต้องเร่งจัดหาวัคซีนมาให้โดยเร็ว

“การทำโรงพยาบาลสนามภายในโรงงานรายใหญ่บางแห่งคงทำได้ แต่รายเล็กไม่มีพื้นที่ภายในโรงงาน และไม่มีกำลังเพียงพอจะให้ไปเช่าหอพัก หรืออพาร์ตเมนต์ภายนอกโรงงาน เพื่อไว้ให้พนักงานกักตัว เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจซบเซา ยอดรายได้แต่ละโรงงานไม่เหมือนเดิม ค่าระวางเรือแพง จะไปลงทุนตั้งโรงพยาบาลสนามคงลำบาก” นายทวีกล่าว

แปดริ้วสั่งเข้มทุกโรงงาน

ขณะที่ นายจีรทัศน์ แจ่มไพบูลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดในสถานประกอบการจังหวัดฉะเชิงเทราค่อนข้างจะควบคุมยาก เนื่องจากมีพนักงานเดินทางไปกลับจากจังหวัดข้างเคียงประมาณ 20,000 คน

ล่าสุด นายไมตรี ไตรติลานนท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา ได้หารือปัญหาดังกล่าวกับทาง ส.อ.ท.จังหวัด และนิคมอุตสาหกรรมภายในจังหวัด โดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ ๆ เพื่อหาทางออก โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปให้สถานประกอบการทุกแห่งไปจัดทำแผนเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด 4 ข้อ ประกอบด้วย

1.โรงงานทุกแห่งในจังหวัดต้องจัดทำแผนสถานการณ์ประกอบ บริหารแบบนิวนอร์มอล, แผนปฏิบัติตัวของพนักงาน, แผนการเดินทาง การขนย้ายแรงงาน และแผนเผชิญเหตุ กรณีพบผู้ติดเชื้อ การเตรียมโรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักคอย

2.กรณีแรงงานเดินทางข้ามจังหวัดต้องได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม หรือซิโนแวค 2 เข็ม กรณียังไม่ได้ฉีดวัคซีน เจ้าของโรงงานต้องทำ antigen test kids แบบสุ่ม 10% ทุก ๆ 7 วัน

3.หากโรงงานพบผู้ติดเชื้อไม่เกิน 5% ให้ทำตามแผนเผชิญเหตุ และหากพบผู้ติดเชื้อ 10% ขึ้นไปจะสั่งปิดทันที 4.กรณีโรงงานถูกสั่งปิดแม้ยังไม่ถึง 14 วัน ทางโรงงานสามารถทำแผนป้องกันการแพร่ระบาดมาเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณาทบทวนได้

“ตอนนี้ทางจังหวัดมีการสั่งให้ทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับ และหากเกิดสถานการณ์ผู้ป่วยล้นเตียง สถานประกอบการคงจะต้องเช่าอพาร์ตเมนต์ให้กับพนักงานซึ่งก็เป็นทางเลือกที่มองไว้ ปัจจุบันได้เพิ่มเตียงอีก 1,400 เตียง คาดว่าจะสามารถเปิดใช้ในสัปดาห์หน้า”

ปัจจุบันโรงงานมีผู้ติดเชื้อและได้รับผลกระทบหนัก คือ บริษัท ไทยแอร์โรว์ จำกัด ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มีพนักงานถึง 4,200 คน มีผู้ติดเชื้อประมาณ 500 คน และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 600 คน ได้ถูกสั่งปิดเป็นเวลา 14 วัน

ซึ่งหลังจากหยุดการผลิตไป 5 วัน ได้เข้ามาเสนอแผนกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเรา เพื่อจะขอเปิดโรงงาน โดยทางคณะกรรมการฯให้กลับไปจัดทำแผนใหม่ให้เรียบร้อยและมาเสนออีกรอบ เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ จึงต้องสร้างความมั่นใจให้ชุมชนโดยรอบด้วย

ชลบุรีเด้งรับตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่ม

นายสมบูรณ์ ตรีพรเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โควิด-19 ในชลบุรีพบการแพร่ระบาดภายในโรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งโรงงานที่พบส่วนมากทางจังหวัดจะใช้มาตรการ bubble and seal เพื่อไม่ให้กระทบการผลิตภายในโรงงาน

ส่วนภาพรวมของจังหวัดยังไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดกับโรงงานอื่น ๆ แต่ก็คงต้องเตรียมจัดหาสถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนามไว้รองรับคนป่วยสีเขียวและสีเหลือง เพราะจะรอการขับเคลื่อนของจังหวัดและภาครัฐอย่างเดียวคงไม่ได้ ทุกโรงงานต้องเตรียมแผนในการช่วยเหลือตัวเอง

บับเบิลแอนด์ซีลไปคนละทาง

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. เปิดเผยว่า การใช้มาตรการขึ้นอยู่กับแต่ละโรงงานที่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับจังหวัด ถ้าจัดการได้ครบถ้วน ระยะเวลาการปิดก็จะสั้น

เช่น สามารถตรวจเชิงรุก แยกผู้ป่วยได้ชัด มาตรการ bubble and seal มีพร้อมกับสถานที่แยกกักตัว หรือโรงพยาบาลสนาม จะสามารถดำเนินการผลิตต่อได้ ซึ่ง bubble and seal มีมาตรฐานอยู่แล้ว ว่าจะสุ่มตรวจประเมินสถานการณ์

ถ้าติดเชื้อ 10% ขึ้นไป ก็เอาคนที่ผลเป็นบวกออกไปอยู่โรงพยาบาลสนาม ส่วนที่เหลือทำงานต่อไป ถ้าพบบวก 0-5% test treat trace ให้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แยกกักกันผู้ติดเชื้อ พบบวก 6-10% เพิ่มตรวจเชิงรุกในกลุ่มก้อนที่ติดเชื้อ แต่ขึ้นอยู่กับมาตรการของแต่ละจังหวัด ที่เอกชนมองว่าเป็นปัญหาคือขณะนี้คำสั่งแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน บางแห่งติดเชื้อไม่กี่คนสั่งปิดโรงงานเลย

ปรับแผนผลิตต้นทุนพุ่ง

นายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ประกาศล็อกดาวน์ 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม แม้ไม่ใช่ประเภทกิจการที่ต้องปิดดำเนินการ แต่มาตรการล็อกดาวน์ทำให้หลายโรงงานต้องปรับแผนงานใหม่

อาทิ การบริหารจัดการเดินทางของพนักงานโดยปรับช่วงเวลาทำงาน บางบริษัทที่มี 2 กะ เข้ากะดึกตอน 20.00 น. ให้มีรถบัสรับจ้างมารับส่งพนักงานตามเส้นทางหลัก จะเข้าโรงงานก่อน 2 ทุ่มจึงไม่กระทบ ทำให้ทางโรงงานมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

และบางบริษัทปรับกะโดยงดการทำงานกะดึก เพิ่มชั่วโมงการทำงานกะกลางวัน และวันหยุดสุดสัปดาห์แทน เป็นลักษณะของค่าล่วงเวลา (OT) ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก ค่ายรถ