เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
Economic ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์รับมอบวัคซีนบริจาค ไฟเซอร์-แอสตร้าเซนเนก้า จาก 2 ประเทศ

02 ส.ค. 2564 | 12:43น.
ประยุทธ์ รับมอบวัคซีนบริจาค

ประยุทธ์รับมอบวัคซีนลอตบริจาค ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส แอสตร้าฯ อีก 4.15 แสนโดส จากรัฐบาลสหรัฐ และสหราชอาณาจักร

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ข่าวสด รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีรับมอบวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยมีนายไมเคิล ฮีธ (Mr. Michael Heath) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ ที่ได้สนับสนุนวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมิตรแท้และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนานกว่า 188 ปี รวมถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย-อเมริกา ที่ต้องการจะแก้ไขสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ร่วมกัน

ภาพจาก ข่าวสด

พร้อมขอบคุณ นางแทมมี่ ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ได้ผลักดันและสนับสนุนให้ไทยได้รับวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ล้านโดส โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ ที่ดูแลคนไทยและผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะนำวัคซีนทั้งหมดไปบริหารจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนคนไทยต่อไป

นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตสหรัฐกล่าวว่า ทางสหรัฐมีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในพิธีส่งมอบวัคซีนไฟเซอร์ในวันนี้ และภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับไทยในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อุปทูตสหรัฐยังยินดีที่ไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน และความร่วมมือครอบคลุมทุกมิติ ทั้งความมั่นคง สาธารณสุข และเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เป็นระยะเวลาอันยาวนานที่ไทยและอเมริกา มีความร่วมมือทางด้านสาธารณสุข และการพัฒนาวัคซีนร่วมกันเพื่อป้องกันโรคระบาด การส่งมอบวัคซีนวันนี้นับเป็นการยกระดับความร่วมมือดังกล่าวให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ อุปทูตสหรัฐยังกล่าวขอบคุณรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ดูแลประชาชนชาวสหรัฐในไทยเป็นอย่างดีในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมหวังว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของไทยจะคลี่คลาย

ภาพจาก ข่าวสด

ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวของบริษัทไฟเซอร์ ไบโอเอนเทค (Pfizer-BioNTech) จำนวน 1,503,450 โดส ได้จัดส่งถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีรับมอบวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จากรัฐบาลสหราชอาณาจักร โดยมี นายเอวาน โจนส์ (H.E. Mr. Evan Jones) อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลสหราชอาณาจักรเข้าร่วมพิธี

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณในมิตรไมตรีและความห่วงใยของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ผ่านการสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 415,040 โดส เพื่อร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 ของสหราชอาณาจักรจะสนับสนุนช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคง

โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ สหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบในด้านการบริหารการกระจายวัคซีน ซึ่งสามารถจัดวัคซีนให้ประชาชนได้จำนวนมาก ทั้งนี้ เชื่อมั่นในความสัมพันธ์ของไทย-สหราชอาณาจักร ที่จะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน

ซึ่งในวันพรุ่งนี้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 415,040 โดส จะเดินทางถึงประเทศไทย ตามนโยบายของสหราชอาณาจักรที่ประสงค์บริจาควัคซีนให้แก่มิตรประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ

ภาพจาก ข่าวสด

สหรัฐชี้ อำนาจบริหารไฟเซอร์ อยู่ที่รัฐบาลไทยจัดการ

วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มีการแถลงข่าวออนไลน์ว่าการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ดังกล่าว ทางสหรัฐไม่ได้มีอำนาจหรือบทบาทควบคุมการกระจายวัคซีนภายในประเทศไทย และทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไทยในการกระจายวัคซีนเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ซึ่งทางรัฐบาลไทยเคยกล่าวแล้วว่า จะเน้นการจัดสรรวัคซีนไปยังกลุ่มเสี่ยง อย่างบุคลากรด่านหน้า เช่น แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร บุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ รวมทั้งผู้สูงวัย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากไวรัสสายพันธุ์เดลต้า

สธ.เปิดแผนกระจายไฟเซอร์

วันที่ 30 กรกฎาคม นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดแผนกระจายวัคซีนไฟเซอร์ในเดือน สิงหาคม นี้ โดยฉีดให้ 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ดูแลผู้ป่วยโควิดโดยตรง เป็นบูสเตอร์โดสเข็มที่ 3 จำนวน 700,000 โดส

2.กลุ่มเปราะบาง เฉพาะ 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังอายุ 12 ปีขึ้นไป และคนท้อง 12 สัปดาห์ขึ้นไป จำนวน 645,000 โดส

3.ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เป็นกลุ่มสูงอายุ, 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และคนท้อง 12 สัปดาห์ ไปจนถึงคนไทยที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศที่จำเป็นต้องฉีดไฟเซอร์ เช่น นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น จำนวน 150,000 โดส

4.ทำการศึกษาวิจัย โดยการอนุมัติของคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม จำนวน 5,000 โดส

หมอด่านหน้าฉีด แอสตร้าฯ เข็ม 2-3 โดนตัดสิทธิ์ไฟเซอร์ลอตแรก

วันนี้ (2 ส.ค.) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยระบุว่า วานนี้ (1 ส.ค.) ได้มีการประชุมของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคครั้งที่ 4 โดยมีเกณฑ์พิจารณากำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ในบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มครบ 2 เข็ม พิจารณาให้ไฟเซอร์ 1 เข็ม
  2. ผู้ที่ได้รับวัคซีนใด ๆ มาแล้วเพียง 1 เข็ม พิจารณาให้ไฟเซอร์ 1 เข็ม โดยการเว้นระยะจะเป็นไปตามชนิดของวัคซีนเข็มที่ 1
  3. ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนใด ๆ มาก่อน พิจารณาให้ไฟเซอร์ 2 เข็ม
  4. ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 และยังไม่เคยได้รับวัคซีนพิจารณาให้ไฟเซอร์ 1 เข็ม หลังจากหายป่วยแล้ว 1 เดือน

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับไฟเซอร์ มีดังนี้

  1. ผู้ที่ได้รับวัคซีนสลับยี่ห้อ คือ ซิโนแวค 1 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม
  2. ผู้ที่ได้รับแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม
  3. ผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม