เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
Economic เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
Economic ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
Economic “สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
Finance ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
Economic อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9.08 หมื่นตัน ปิดช่องว่างดีมานด์จริง ดัน “Thai Traceability”
Economic กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9.08 หมื่นตัน ปิดช่องว่างดีมานด์จริง ดัน “Thai Traceability”
ลุ้นหุ้นไทยวันนี้ Outperform ตลาดโลก ชูพลังงานเด่น รับน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
Finance ลุ้นหุ้นไทยวันนี้ Outperform ตลาดโลก ชูพลังงานเด่น รับน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์
จับตาญี่ปุ่นทุ่ม 1 ล้านล้านเยน ดัน “อาหารใหม่” ตลาด 3 ล้านล้านเยน ชี้โอกาสทองธุรกิจไทย
Economic จับตาญี่ปุ่นทุ่ม 1 ล้านล้านเยน ดัน “อาหารใหม่” ตลาด 3 ล้านล้านเยน ชี้โอกาสทองธุรกิจไทย
ดูทั้งหมด

ทิศทาง “อุตฯยานยนต์ไทย” หลังโควิด

16 ต.ค. 2564 | 07:08น.
คอลัมน์ แตกประเด็น 
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

 

แม้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าโควิด-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน แต่ทุกชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน ในช่วงที่ผ่านมาโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วนของประเทศไทยเรา ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม และประชาชน ซึ่งเครื่องยนต์เดียวที่ยังคงขับเคลื่อนและช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยในตอนนี้ คือ “ภาคการส่งออก” โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นกำลังหลักอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ว่าจะมีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมติดเชื้อโควิด-19 อยู่บ้างก็ตาม ซึ่งภาครัฐควรเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานภาคอุตสาหกรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวสุดท้ายสะดุด

เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจไปแล้ว จะขอพูดถึงเครื่องยนต์จริง ๆ กันบ้าง ในเดือนสิงหาคม 2564 เราเห็นสถิติที่ไม่สู้ดีนัก โดยพบว่า มียอดผลิตรถยนต์ 104,144 คัน ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ลดลงจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ร้อยละ 11.18 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีการชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่น สาเหตุหลัก คือ การขาดชิป หรือเซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนของรถยนต์

ส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศมี 42,176 คัน ต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 38.80 และลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2564 ร้อยละ 19.58 ซึ่งการล็อกดาวน์ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้ากังวลรายได้ในอนาคต จึงถอนมัดจำและเลื่อนการรับรถ

ส่วนตัวเลขการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 59,571 คัน แม้ว่าจะต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน แต่ก็เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2563 ร้อยละ 3.78 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 35,737.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2563 ร้อยละ 3.20 ก็ถือว่าไม่ได้แย่ไปซะหมด

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.ยังยืนยันเป้าเดิมว่า ปี 2564 ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 1,550,000-1,600,000 คัน โดยแบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 800,000-850,000 คัน และผลิตเพื่อขายในประเทศ 750,000 คัน ซึ่งหลังจากที่ภาครัฐคลายล็อกดาวน์เมื่อต้นเดือนกันยายน 2564 จะเห็นได้ว่ามีผู้คนเริ่มเข้าโชว์รูมรถยนต์และเข้าอู่บริการตรวจเช็กและซ่อมรถยนต์มากขึ้น ส่วนปลายปีนี้หากสถานการณ์ในประเทศเริ่มดีขึ้น และสามารถจัดงาน Motor Expo 2021 ได้ตามปกติ ก็คิดว่าน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ส่งผลให้ตัวเลขเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้

แต่ถ้าจะให้ยอดผลิตรถยนต์ถึง 2 ล้านคัน ยอดขายภายในประเทศ 1 ล้านคัน ยอดส่งออก 1 ล้านคัน เท่ากับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 คงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี เพราะนอกจากโควิด-19 ที่กลายพันธุ์แล้ว ยังมีเรื่องชิปหรือเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังขาดแคลนรุนแรงอีกด้วย

ทีนี้มาดูสถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรากันบ้าง หากย้อนไปในปี 2558 บ้านเรามีรถยนต์ไฟฟ้า (ไม่รวมไฮบริด) แค่ 50 คันเท่านั้น แต่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีรถยนต์ไฟฟ้า 2,079 คัน เรียกว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดทีเดียว มาดูว่าปีนี้กับปีก่อนเติบโตเท่าไหร่ในภาวะที่มีการระบาดของโควิด-19 และมีการล็อกดาวน์ทั้งสองปีเหมือนกัน โดย 8 เดือนปีนี้ขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 1,230 คัน ส่วน 8 เดือนปีที่แล้วขายได้ 982 คัน เติบโตร้อยละ 25.3 ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ทุกประเภทเติบโตเพียงร้อยละ 2.4 เท่านั้น

แสดงว่าประชาชนเริ่มนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ถ้าสามารถทำให้ราคาเทียบเคียงกับในประเทศจีนได้ (คันละประมาณ 200,000 บาท) ก็น่าจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้

สำหรับแนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นยังคงค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากผู้ซื้อยังมีความกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟในปัจจุบันที่ยังมีไม่มากนัก ทำให้ยังไม่กล้าซื้อแม้ว่าส่วนใหญ่จะกลับไปชาร์จที่บ้านได้ก็ตาม ส่วนคนที่วางแผนจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ควรติดต่อการไฟฟ้าให้มาตรวจสอบสายไฟที่บ้านว่าเพียงพอที่จะใช้ได้ปลอดภัยหรือไม่ เมื่อชาร์จทั้งแบบช้าและแบบเร็ว และควรแยกสายไฟฟ้าที่จะติดตั้งเบ้าชาร์จจากสายไฟที่ใช้อยู่จะปลอดภัยกว่า