เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
Real Estate เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
Automotive เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
News 20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
Politics คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Finance ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Biz Movement Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
Tech Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
Uncategorized CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
ดูทั้งหมด

ธปท.ปลุกอสังหาฯ 5 หมื่นล้าน ปลดล็อกซื้อบ้านกู้เต็ม 100% ได้ทุกหลัง

21 ต.ค. 2564 | 13:41น.
บ้าน-อสังหาริมทรัพย์

ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV ปลดล็อกบ้านทุกราคา-ทุกสัญญากู้เต็มได้ 100% ชั่วคราว หนุนเม็ดเงินสินเชื่อปล่อยใหม่เข้าระบบ 5 หมื่นล้านบาท กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ 7% มองภาคก่อสร้าง-แรงงานได้รับอานิสงส์ ลั่นไม่ห่วงหนี้เสียพุ่ง เหตุแบงก์รัดกุมปล่อยกู้-สัญญาณเก็งกำไรลดลง ระบุมีผลถึง 31 ธ.ค. 2565

วันที่ 21 ตุลาคม 2564 นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ แม้มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวได้จากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้เปิดประเทศได้เร็วกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูงและฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะซบเซาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและภาคก่อสร้างที่ได้รับผลจากการระบาด ธปท. ประเมินแล้วเห็นว่า เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและพยุงการจ้างงาน จึงควรเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็งหรือรองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ผ่านการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว

รุ่ง มัลลิกะมาส

ปลดล็อกซื้อบ้านกู้เต็ม 100% ได้ทุกหลัง

โดยการผ่อนคลายมาตรการ LTV จะประกอบด้วย คือ 1.กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เป็น 100% สามารถกู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน (รวมถึงการรีไฟแนนซ์) ทุกกลุ่มที่มี LTV ต่ำกว่า 100% ไม่ให้เกิน 100% ในทุกระดับราคาและทุกสัญญา โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันการเงินด้วย การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

ทั้งนี้ จากเดิมมาตรการ LTV ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2562 กำหนดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 1 ในส่วนมูลค่าราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้ LTV ไม่เกิน 100% โดยสามารถบวกสินเชื่อ Top-Up ได้ 10% และในส่วนของราคาบ้านมากกว่า 10 ล้านบาท เดิมกำหนด LTV อยู่ที่ 90% ขณะที่สินเชื่อเพือที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 2 ราคาบ้านต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมากกกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้ LTV อยู่ที่ 80-90% และสัญญาที่ 3 ขึ้นไป กำหนด LTV อยู่ที่ 70% ทั้งนี้ เดิม ธปท.ต้องการให้ลูกค้ามีการออมก่อนการซื้อบ้าน ลดความเสี่ยงในการเก็งกำไร และความสามารถในการชำระหนี้

“มาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV เนื่องจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา โดยผ่านมาตรการที่เป็นแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted) หลังจากทำภาคการท่องเที่ยวผ่านพักทรัพย์ พักหนี้ ภาคเอสเอ็มอีผ่านสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งมาตรการอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคที่ ธปท.มีเครื่องมืออยู่แล้วผ่านมาตรการ LTV จึงมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นดึงเม็ดเงินจากกลุ่มระดับบนให้สามารถเร่งตัดสินใจซื้ออสํงหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับซัพพลายค่อนข้างเยอะจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม”

คาดปลุกเม็ดเงินสินเชื่อใหม่ 5 หมื่นล้านบาท

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ประเมินการผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ จะช่วยสร้างเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 5 หมื่นล้านบาท แม้คิดเป็นมูลค่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนมูลค่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่มีขนาดใหญ่มูลค่าราว 15-16 ล้านล้านบาท แต่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นได้ 7% จากปีนี้ที่มีการคาดการณ์ว่ายอดการปล่อยสินเชื่อจะอยู่ที่ราว 8 แสนล้านบาท

ดอน นาครทรรพ

ขณะเดียวกัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นภาคที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องต้นนำและปลายน้ำค่อนข้างเยอะ เช่น วัสดุการก่อสร้าง สินเชื่อ และประกัน โดยรวมมีสัดส่วนเป็น 10% ของจีดีพี รวมถึงมีการจ้างงานมากกว่า 2.8 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 50% จะอยู่ในภาคการก่อสร้าง ซึ่งมาตรการกระตุ้นครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวได้เร็วกกว่าคาดการณ์ จากเดิมที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และ ธปท.คาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2568 ซึ่งฟื้นตัวช้ากว่าภาพรวมเศรษฐกิจที่คาดว่าน่าจะปรับขึ้นในปี 2565

“สรุปมาตรการผ่อนคลายภาคอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ เราผ่อนคลาย LTV โดยสินเชื่อที่ให้ LTV ต่ำกว่า 100% จากเดิมที่เคยให้เฉลี่ย 70-90% เราให้แบงก์สามารถให้ได้ถึง 100% และผ่อนคลายทุกราคาบ้าน และถึงขั้นไม่ต้องวางเงินดาวน์เลย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินเป็นผู้พิจารณา ซึ่งมาตรการครั้งนี้เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของ K ขาบนให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

โดยผ่อนคลายชั่วคราวถึงสิ้นปี 65 ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและความเสี่ยงภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม มาตรการครั้งนี้ต้องทำภาพรวมร่วมกับภาคการคลัง ซึ่งจะมีการต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน”

เกาะติดแบงก์ปล่อยกู้-สัญญาณเก็งกำไร

นายดอนกล่าวว่า หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือมาตรการ LTV ธปท.ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งมาจากสาเหตุ 2-3 ประการ คือ 1.สัญญาณการเก็งกำไร จะเห็นว่าปัญหาหนี้เริ่มเกิดขึ้นในประเทศจีนอยู่ขณะนี้ แต่ไทยสามารถควบคุมและชะลอการเก็งกำไรจากมาตรการ LTV ที่ดำเนินการ 2.สนับสนุนให้ผู้กู้สามารถอยู่ในวิสัยการผ่อยชำระหนี้ได้ และ 3.มีสินเชื่อเงินทอนเกิดขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อที่หละหลวม ซึ่งภายหลังจากออกมาตรการพบว่าสถาบันการเงินมีความรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อดีขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลหลังจากดำเนินมาตรการ LTV พบว่าสัญญาณการเก็งกำไรในสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 มีแนวโน้มปรับลดลง 2.ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยค่อนข้างทรงตัวไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น หากเทียบต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐ ราคาปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 20% และ 3.การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีการติดตามทุกเดือนผ่านการวิเคราะห์จากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) พบว่าธนาคารมีความรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

ดังนั้น จากสัญญาณการติดตามอย่างใกล้ชิดหลังจากมาตรการ LTV ธปท.จึงไม่ได้กังวลว่าการผ่อนคลายมาตรการ LTV ครั้งนี้ จะไม่ส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อ หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าผู้กู้จะอยู่ในกลุ่มราคาบ้าน 1-3 ล้านบาท หรือ 3-5 ล้านบาท เนื่องจากสถาบันการเงินมีการพิจารณาค่อนข้างรัดกุม และดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี หาก ธปท.พบสัญญาณการเก็งกำไรและราคาปรับเพิ่มขึ้น ธปท.พร้อมจะดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะเห็นตัวอย่างในประเทศนิวซีแลนด์ที่มีการประกาศมาตรการ LTV เป็นเวลา 12 เดือน แต่หลังจาก 10 เดือนเห็นสัญญาณการเก็งกำไรจึงประกาศยุติ (terminate) ทันที ซึ่ง ธปท.จะติตตามอย่างใกล้ชิด เพราะมองว่าความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์มีสูงขึ้นในปี 2566

“ธปท. ประเมินว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะหนึ่งปีข้างหน้ามีจำกัด ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน และความสามารถของประชาชนในการกู้หรือซื้อที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมาตรการได้อย่างเท่าทันและเหมาะสมต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาตรการ LTV สินเชื่อบ้าน