จีน RT-PCR ลำไยไทยมีโควิด งัดกฎเหล็กคุมเข้มหวั่นกระทบทุเรียนส่งออก
จีนเดินหน้า ZERO Tolerance เข้มใช้วิธี RT-PCR หาเชื้อโควิดในผลไม้ไทย ต้องรอผล 10-15 วัน ทำรถติดหน้าด่านนับพันคัน กระทบ “ลำไย” ส่งออกเน่าเสียหาย ล่าสุดพบลำไยไทยมีเชื้อโควิด 2 ตู้ สั่งทำลายทันที พร้อมงัดกฎเหล็กหากตรวจเจอรายเดิมจะถอนใบอนุญาต สวพ.6 จับมือ 7 สมาคม ตั้งรับก่อนทุเรียนออก
นายภานุศักดิ์ สายพานิช นายกสมาคมทุเรียนไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่รัฐบาลจีนประกาศใช้นโยบายควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศให้เป็นศูนย์ หรือ ZERO Tolerance
โดยใช้วิธี RT-PCR ตรวจหาเชื้อโควิดกับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ ซึ่งการตรวจด้วยวิธีดังกล่าวกว่าผลตรวจจะออกใช้เวลาหลายชั่วโมง ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 มีรถบรรทุกจากประเทศต่าง ๆ ไปติดที่ด่านทางบกทั้ง 4 ด่านที่จะเข้าสู่ประเทศจีนรวมนับพันคัน
ส่งผลให้ลำไย และทุเรียนภาคใต้ที่ส่งออกในช่วงนี้ได้รับความเสียหาย ส่วนตู้คอนเทนเนอร์หมุนเวียนกลับมาไม่ทัน และหากพบเชื้อโควิด-19 ทางการจีนจะสั่งระงับการนำเข้าทันที
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการกังวลว่า หากถึงฤดูกาลส่งออกทุเรียนวันละ 1,000 ตู้ มูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท จะกระทบรุนแรงกว่าลำไย เรื่องนี้ได้เสนอต่อกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา หอการค้าไทย เพื่อผลักดันภาครัฐในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
“ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกและชิปปิ้งอย่างมากทำให้ผู้ประกอบการหยุดการซื้อลำไย ส่งผลให้ราคาลำไยจากกิโลกรัมละ 30-35 บาท ตกเหลือ 3-5 บาท/กก. ยกตัวอย่างด่านบ่อเต็น ปิดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ผู้ประกอบการบางรายนำรถกลับ
หรือเปลี่ยนไปใช้ด่านโหยวอี้กวน แต่ให้เข้าได้เฉพาะทุเรียนวันละ 10 ตู้ ผู้ส่งออกทางเรือถูกจำกัดโควตา ทางสมาคมจึงได้ประสานกับหน่วยงานที่จะหาแนวทางขนส่งทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ถึงฤดูกาลส่งออกทุเรียน” นายภานุศักดิ์กล่าว
ด้านนายมณฑล ปริวัฒน์ นายกสมาคมผู้ค้าผลไม้ยุคใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุดด่านบ่อเต็นที่เพิ่งเปิดให้มีการนำเข้าสินค้าเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ได้เปิดทดสอบให้นำผลไม้เข้าตรวจโควิดเพียง 5 ตู้ ในขณะที่จอดรอเป็น 10 ตู้
และทางจีนบอกว่าจะแจ้งผลตรวจให้ทราบภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ถ้าไม่ผ่าน ตู้จะถูกทำลายและปิดด่านต่อ โดยที่ไม่แจ้งกำหนดการเปิดที่แน่นอน ที่สำคัญ ผู้ส่งออกอาจจะถูกยึดใบอนุญาตนำเข้าและถูกตัดหมายเลข DOA ที่ขึ้นทะเบียนส่งออกกับจีน
ดังนั้นอีก 2-3 เดือน ภาคตะวันออกจะเริ่มฤดูกาลทุเรียน มังคุด ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลผลิตออกมาก ส่งออกวันละประมาณ 1,000 ตู้ รัฐบาลจึงต้องเตรียมช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ถ้ารัฐบาลไม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาระบบการขนส่งผู้ประกอบการไปไม่รอด
ควรมีการเจรจาใช้เส้นทางการขนส่งรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ซึ่งปัญหาโลจิสติกส์มีปัญหาเชื่อมโยงกับตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอ
หากคิดต้นทุนการส่งออกที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระ ลำไย 1 ตู้ลงทุน 1 ล้านบาท ปัญหาตู้ติดที่ด่านรอตรวจสอบโควิด ทำลำไยเน่าเสียหายเหลือขายได้แค่ 100,000 บาท
ด้านทุเรียนภาคใต้และภาคตะวันออกบางส่วนติดอยู่ที่ด่าน 4 วัน ต้นทุน 1.5 ล้านบาท/ตู้ ต้นทุน กก.ละ 200 บาท ขาย 120 บาท”
ส่วนการขนส่งทางเรือจะจำกัดจำนวนตู้ที่หมุนเวียนมาช้า เพราะผ่านขั้นตอนการตรวจโควิด-19 เข้ม และต้องจดทะเบียนกับทางจีนจึงมีจำกัด ผู้ประกอบการจะนำผลไม้ใส่ตู้ไว้ก่อน ถ้าได้ตู้ขนส่งทางเรือจะถ่ายใส่ตู้ส่งทางเรือ
โดยลำไยเก็บไว้ในตู้ที่มีความเย็นได้ 20 กว่าวัน ระยะทางขนส่งทางเรือ 15-20 วันแต่ถ้าเป็นทุเรียนทำแบบลำไยไม่ได้ และหากขนส่งทางเครื่องบินค่าเช่าเหมาลำแพงมากเที่ยวละ 1-1.2 ล้านบาท
นางลิลพัชร์ ทองโสภา ผู้บริหารบริษัท เดอะลิส อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จีนตรวจโควิด-19 เป็น 0 อย่างเข้มข้นด่านทางบก 4 ด่านเฉลี่ยผ่านเข้าตรวจวันละ 20-30 ตู้
จากสถานการณ์ลำไยที่ไทยส่งออกวันละ 100 กว่าตู้จึงเกิดการสะสม ใช้เวลาตรวจจาก 3-4 วันเพิ่มเป็น 15 วัน และด่านทางเรือใช้เวลาเดินทาง 15-20 วัน รอตีกลับ 1 เดือน
ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนเวียนกลับมาไม่ทันทั้งทางบก ทางเรือ หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายไม่สามารถคาดการณ์ได้ในช่วงฤดูกาลทุเรียนที่มีปริมาณส่งออกมาก ความต้องการตู้มากค่าจองตู้สูงถึง 230,000 บาท/ตู้
จากปกติราคา 70,000-80,000 บาท เทียบกับมูลค่าทุเรียนส่งออกตู้ละ 4-5 ล้าน หรือ 2-3 ล้านบาท/ตู้ (ตามราคาทุเรียน) ต้องยอมเพิ่มต้นทุน และเพื่อลดความเสี่ยงจะไม่เหมาสวนล่วงหน้า
“ทุเรียนที่ทำตู้ส่งไปจีน ราคาตู้ละ 2-3 ล้าน และ 4-5 ล้านบาท ถ้ามีปัญหาขนส่งตกค้างทำให้เสียหายต้องขายทิ้งตู้ละ 500,000 บาท อย่างไรปัญหาโควิด-19 ยังอยู่กับเรา 1-2 ปี
ต้องสร้างความเชื่อมั่นการป้องกันเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มข้นทั้งในสวน ล้งและการขนส่ง ไม่ให้จีนตรวจพบเชื้อโควิด-19 ถ้าพบเชื้อจะเผาทำลาย ระงับการนำเข้า หากเกษตรกร ล้ง
และผู้ส่งออกมีความกลัวแบล็กลิสต์ เพิ่มความระมัดระวังป้องกันเชื้ออย่างจริงจัง จริง ๆปัญหาทุเรียนอ่อน ศัตรูพืชจีนเข้มงวดเช่นเดียวกัน แต่ปีที่แล้วได้สร้างความเชื่อมั่นให้จีน ซึ่งถ้าตรวจไม่พบเชื้อตู้คอนเทนเนอร์ส่งสินค้าจะหมุนเวียนกลับมาเร็ว” นางลิลพัชร์กล่าว