เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
Economic “เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
Finance เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
Politics ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
Business ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
Real Estate SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
ดูทั้งหมด

แก้ปม นิคมจะนะ ต้องกล้าตัดสินใจ

18 ธ.ค. 2564 | 16:49น.
บทบรรณาธิการ

เหตุการณ์สลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2564 เป็นชนวนทำให้หลายฝ่ายตื่นตัวเรื่องการแก้ปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จุดประกายขึ้นเมื่อปี 2559 เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา, อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ อ.จะนะ จ.สงขลา ให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษที่มีมูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 6 แสนล้านบาท

แต่ทว่า ชาวบ้าน อ.จะนะ ในนามเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ไม่ยินยอมและออกมาชุมนุมเรียกร้องต่อเนื่อง ขอให้รัฐบาลยุติโครงการ และจัดให้มีการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) อย่างรอบด้าน กระทั่งช่วงที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงนาม “บันทึกความเข้าใจ” (MOU) กับชาวบ้าน แต่ภายหลังกลับ “ผิดสัญญา” เดินหน้าโครงการต่อ นำมาสู่การเคลื่อนทัพทวงสัญญา บานปลายถึงการสลายการชุมนุม

แม้ล่าสุด ครม. วันที่ 14 ธ.ค. 2564 จะมีมติให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องในการศึกษา SEA ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทำให้เครือข่ายฯ พอใจและเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยไม่มีการปะทะกับฝ่ายที่สนับสนุนการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ แต่ปัญหานี้ยังคงเป็นหนังเรื่องยาว “ไม่จบ” ง่าย ๆ

แนวทางแก้ปัญหานโยบาย “มุขเดิม” อย่างการตั้งคณะกรรมการศึกษา การทำแซนด์บอกซ์ เป็นวิธีการที่รัฐบาลมักจะนำมาใช้กับปมร้อนที่ไม่กล้าตัดสินใจจนชินตา อย่างเช่น การตัดสินใจเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ผ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ผ่านมาแล้ว 3 ปี นับจากปี 2018 ที่สมาชิก CPTPP ลงนามกันไปแล้ว ความตกลงมีผลบังคับใช้ไปแล้ว แถมปีนี้ไต้หวัน จีน และเกาหลีใต้ยังได้ยื่นสมัครเข้าร่วม CPTPP อีก แต่ “ไทยยังอยู่ในวังวนเดิมไม่มีความคืบหน้า”

หากเทียบกับกระบวนการตัดสินใจแก้ปัญหาของประเทศที่มีประชาธิปไตยเช่นกัน อย่างสหราชอาณาจักร (ยูเค) เมื่อครั้งที่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุน-คัดค้านในประเด็นที่ส่งผลใหญ่หลวงต่ออนาคตประเทศ

อียูตัดสินใจเลือกใช้วิธีการลงประชามติเมื่อปี 2559 ผลคือ ประชาชนโหวตให้แยกตัว จากนั้นฝ่ายหนุน-ฝ่ายค้านก็ยอมรับมติเสียงข้างมาก ยุติการเคลื่อนไหว เตรียมพร้อมสู่การแยกตัวซึ่งแม้จะใช้เวลายาวนาน แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านมาได้

แน่นอนว่าการสร้างสมดุลระหว่างฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน มีความสำคัญกับการเดินหน้านโยบายและฐานเสียงของรัฐบาล แต่การไม่ตัดสินใจ “พายเรือในอ่าง” ก็มีผลต่อ “อนาคตประเทศ” เช่นกัน ดังนั้น รัฐบาลต้องบริหารจัดการปัญหานี้ให้ได้จึงจะแก้โจทย์ใหญ่ ชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศได้สำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทบรรณาธิการ