เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

รวม 6 มาตรการของขวัญปีใหม่ รัฐสูญเสียรายได้เท่าไร

21 ธ.ค. 2564 | 18:57น.

ครม. เคาะ 6 มาตรการของขวัญปีใหม่ ยอมหั่นรายได้ 13,211 ล้านบาท แต่ละมาตรการสูญเสียรายได้เท่าไร ? 

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 หรือ มาตรการของขวัญปีใหม่ รวมทั้งสิ้น 6 มาตรการ ประกอบด้วย

1.มาตรการช้อปดีมีคืน

  • นำรายจ่ายการซื้อสินค้าและบริการ มาหักลดหย่อนภาษี ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • ระยะเวลาใช้สิทธิ วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.2565 รวม 46 วัน
  • กระทบการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 6,200 ล้านบาท
  • คาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 42,000 ล้านบาท

2.มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่

  • ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2565 แก่ผู้ประกอบการรายเดิม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และต้องการขออนุญาตขายต่อเนื่องในปีถัดไป
  • คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 800,000 ราย คิดเป็นใบอนุญาต 1.4 ล้านใบ
  • รัฐจะสูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียม 380 ล้านบาท

3.มาตรการขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน

  • ขยายอัตราภาษีตามปริมาณ 0.20 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2565 เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน
  • คาดว่าในปี 2565 ธุรกิจสายการบินจะกลับมาดำเนินกิจการได้ราว 50% ของปี 2562
  • คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ 860 ล้านบาท

4.มาตรการขยายระยะเวลา การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย

  • สนับสนุนและบรรเทาภาระที่ต้องการมีอยู่อาศัยเป็นของตนเอง ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยลดค่าจดทะเบียนการโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2565
  • คาดว่าจะทำให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สูญเสียรายได้ 4,946 ล้านบาท

5.มาตราการทางภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ ที่เป็นสถาบันการเงิน

  • ขยายเวลาออกไปอีก 5 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569
  • คาดว่ามาตรการด้านภาษี จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 7,000 ล้านบาทต่อปี
  • คาดว่ามาตรการค่าธรรมเนียม รัฐสูญเสียรายได้ 835 ล้านบาท

6.โครงการของขวัญปีใหม่ ปี 2565 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

  • ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเป็นทุนหมุนเวียน การคืนเงินให้แก่ลูกหนี้เงินกู้ที่มีประวัติการชำระดี รางวัลพิเศษสำหรับลูกค้าออมสิน การยกเว้นค่าธรรมเนียมนิติกรรมสัญญา ส่วนลด ค่าบริการ และค่างวด สำหรับการค้ำประกันสินเชื่อเป็นต้น
  • คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 25,000 ล้านบาท ได้แก่

1) การคืนเงินและรางวัลพิเศษรวม 1,335 ล้านบาท

2) การลดอัตราดอกเบี้ยรวม 4,700 ล้านบาท

3) ส่วนลดค่าบริการและส่วนลดค่างวดสูงสุดรวม 7.43 ล้านบาท