เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
Biz Movement หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
Biz Movement BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
Uncategorized ‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
Business พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
ดูทั้งหมด

เมื่อ “โอมิครอน” เขย่าเศรษฐกิจโลก

21 ม.ค. 2565 | 08:57น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ในทางวิทยาศาสตร์ เชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ โอมิครอนแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เร็วที่สุดในบรรดาสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิดทุกตัว โดยมีคุณสมบัติสำคัญก็คือความสามารถในการหลีกเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ทั้งที่เคยผ่านการฉีดวัคซีนมาแล้ว และแม้แต่ผู้ที่เคยผ่านการติดเชื้อมาแล้ว ก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้อีกครั้ง

แต่แพร่ได้เร็ว ก็สามารถลดหายไปได้เร็วเช่นเดียวกัน

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า “โอมิครอน” จะแพร่ระบาดสูงสุดในพื้นที่อย่างยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในราว ๆ กลางเดือนมกราคม อัตราการติดเชื้อจะค่อย ๆ ลดลง อย่างช้า ๆ ในตอนแรก ก่อนที่จะหดหายไปอย่างฮวบฮาบในเวลาต่อมา

ตรงกันข้ามกับความเร็วในการแพร่ระบาด อัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตจากโอมิครอน กลับไม่รุนแรงเท่าเชื้อกลายพันธุ์เดลต้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เคยได้รับวัคซีนและไม่มีโรคประจำตัว

นั่นทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางคนคาดหวังว่า โอมิครอนไม่ควรสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลกมากมายนัก

แต่เอาเข้าจริง กลับไม่เป็นเช่นนั้น “โอมิครอน” ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ไม่น้อยไปกว่าการระบาดของเดลต้า หรืออาจจะหนักหน่วงกว่าด้วยซ้ำไป

รายงานการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกล่าสุดของธนาคารโลก เมื่อ 11 มกราคมที่ผ่านมา ปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง เหลือเพียง 4.1% เมื่อเทียบกับ 5.5% ในปี 2021 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงไปอีกในปี 2023 เหลือเพียง 3.2%

ที่ต้องจับตาดูก็คือ รายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กำหนดจะเผยแพร่ในวันที่ 25 มกราคมนี้ว่า จะปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกที่คาดไว้เดิมว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 4.9% ลงมามากน้อยเพียงใด

ทางด้าน “โกลด์แมน แซกส์” ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา จากเดิม 4.2% เหลือเพียง 3.8% เท่านั้น

เหตุผลหลักของการปรับลดประมาณการเหล่านี้หนีไม่พ้นเรื่องของการแพร่ระบาดของโอมิครอนนั่นเอง

โอมิครอนยังส่งผลกระทบทางจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดหุ้นตลาดเงินอย่างมาก “เดวิด คอสติน” หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์สหรัฐอเมริกาของโกลด์แมน แซกส์ ชี้ว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโอมิครอน เมื่อบวกกับภาวะเงินเฟ้อและการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินการคลังจะส่งผลอย่างหนักต่อตลาด

โกลด์แมน แซกส์ คาดว่า ตลอดทั้งปี 2022 นี้ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะไต่ขึ้นไปอยู่ที่ 5,100 จุด ในตอนสิ้นปี ขยายตัวแค่ 7% ซึ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการขยายตัวในปี 2021 ถึง 28.7%

ที่น่ากังวลอย่างหนักก็คือ ผลกระทบที่โอมิครอนก่อให้เกิดขึ้นกับตลาดแรงงาน การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโอมิครอน ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในระบบการจ้างงาน เมื่อภาวะดีมานด์และซัพพลายลดลงพร้อม ๆ กัน อันเนื่องมาจากสิ่งที่เรียกว่า “ควอรันทีนเอฟเฟ็กต์”

สตีเฟน จูโน นักเศรษฐศาสตร์ประจำแบงก์ออฟอเมริกา อธิบายว่า แรงงานหรือพนักงานที่ติดเชื้อจะถูกกักตัว ไม่ได้ทำงานตามปกติ แต่ยังคงสถานะการจ้างงานอยู่ต่อไป ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับการผลิต แต่ไม่ได้ส่งผลต่ออัตราการว่างงานแต่อย่างใด

แบงก์ออฟอเมริกาประเมินว่า เมื่อโอมิครอนแพร่ระบาดถึงระดับสูงสุดนั้น จะมีแรงงานอเมริกันถูกกักตัวจากการติดเชื้อมากถึงกว่า 4 ล้านคน

โดยภาพรวมทั่วโลกนั้น ภาวะ “ควอรันทีนเอฟเฟ็กต์” จะก่อให้เกิดปัญหาห่วงโซ่ซัพพลายตามมา โดยเฉพาะในประเทศที่การแพร่ระบาดของโอมิครอน ทำให้จำเป็นต้องหันมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เกิดขึ้น

การกักตัวและการล็อกดาวน์จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมใด ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในพื้นที่ใดและประเทศใด แต่โดยรวมแล้วนักวิเคราะห์ของ “แบงก์ออฟอเมริกา” เชื่อว่า ผลกระทบจะเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ จากภาคอุตสาหกรรมหนึ่งไปยังอีกภาคอุตสาหกรรมอื่น

และเนื่องจากในเอเชียหลายประเทศ อาทิ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ 10 ชาติอาเซียนยังเพิ่งเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโอมิครอน ดังนั้น ปัญหาซัพพลายเชนจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไป อย่างน้อยจนกระทั่งถึงกลางปี หรือปลายปีนี้ด้วยซ้ำไป

แม้ว่าในเวลานั้นการแพร่ระบาดของโอมิครอนในซีกโลกตะวันตกจะเบาบางลงมากแล้วก็ตามที