เฟดขยับ โลกเขย่า
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ปั่นปั่วนไปทั่วโลกจริง ๆ หลัง “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด” ออกถ้อยแถลงเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ม.ค. (ตามเวลาประเทศไทย) แม้เนื้อหาจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ช่วงตอบคำถามนักข่าวโดนซักจนหน้าเสีย ออกอาการน่าเป็นห่วง
ซึ่งชัดเจนว่าปีนี้เฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยหลายรอบแน่นอน รอบแรกเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อป้องกันเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอย่างมาก ไม่นับรวมการถอดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาทันที คือ ความปั่นป่วนของตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับลดลง รวมไปถึงตลาดสินทรัพย์อื่น ๆ ทั้งทอง บิตคอยน์ และค่าเงินบาทของไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นในเอเชียที่ได้รับผลสะท้อนอย่างแรงเพราะทั้งญี่ปุ่นและฮ่องกง ตลาดใหญ่ของภูมิภาคปิดร่วงกันระเนระนาด
ส่วนไทยเองได้รับผลกระทบแน่นอนโดยเฉพาะในตลาดหุ้น เพราะไทยเราได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยสหรัฐที่ต่ำเตี้ยมานานจนมีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและส่วนอื่น ๆ ไม่น้อย เมื่อดอกเบี้ยสหรัฐเริ่มปรับขึ้นและคาดการณ์ว่าจะปรับถึง 4 ครั้งในปีนี้
ผลที่ตามมาย่อมมีเงินไหลกลับไปยังตลาดสหรัฐที่มีความมั่นคงกว่า นอกจากเงินอาจไหลกลับไปสหรัฐแล้ว ภาคธุรกิจยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าจะมีเทกแอ็กชั่นอะไรตามมาหรือไม่
เห็นได้ชัดเจนจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ออกมาระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจในเอเชียฟื้นตัวช้าลง ทั้งสร้างแรงกดดันต่อผู้กำหนดนโยบายเงินทุนของแต่ละชาติในการพยายามป้องกันความเสี่ยงเงินทุนไหลออก (capital flight)
ทั้งกังวลว่าจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียล่าช้า เนื่องจากผลกระทบการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดกระทบอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และตามด้วยการยกระดับมาตรการทางการเงินทั่วโลกโดยเฉพาะปัญหา “เงินเฟ้อ” ที่จะเป็นความเสี่ยงสูงในเอเชีย เพราะปีที่ผ่านมาเงินเฟ้อไม่ได้น่ากังวลนัก แม้ราคาสินค้าจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นบ้างแล้วก็ตาม
ส่วนประเทศไทยที่เผชิญปัญหาสินค้าราคาแพงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วลากยาวมาถึงต้นปีนี้ บวกกับเจอเรื่องนโยบายของเฟดซ้ำเข้ามาอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนรับมือแต่เนิ่น ๆ ทั้งเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นที่แม้แบงก์ชาติอาจไม่ปรับขึ้นโดยตรงเพราะยังห่วงเรื่องเศรษฐกิจ แต่โดยภาพรวมยากจะยับยั้งดอกเบี้ยขาขึ้นในระยะยาวได้
ขณะที่ภาคเอกชนต้องวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดตามมา และปรับตัวให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องดอกเบี้ย ที่เชื่อว่าขยับขึ้นแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง