โชนันเพิ่มสารพัดเมนูสู้ศึก งัด “ตู้กับข้าว” เสริมรายได้
โชนันเพิ่มสารพัดเมนูสู้ศึก งัด‘ตู้กับข้าว’เสริมรายได้
พิษโควิด-ต้นทุนสูงกระทบหนักร้านอาหาร “โชนัน” ปรับตัวตั้งรับต้นทุนวัตถุดิบราคาสูง ชี้ยังไม่ขึ้นราคา หันคุมเข้มต้นทุน-ค่าเช่า-แรงงาน พร้อมงัดกลยุทธ์คอลแลบส์แบรนด์ร้านอาหารในเครือนำเมนูราเมงก๋วยเตี๋ยวเรือเสือหน้าหยกช่วยเพิ่มความถี่การสั่ง ก่อนขยายโมเดล “ตู้กับข้าว” ส่งกองทัพเมนู 150 รายการเจาะลูกค้าคอนโดฯ-โรงพยาบาล
นายกุลวัชร ภูริชยวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชนัน จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารจานด่วนญี่ปุ่น “โชนัน” (ChouNan) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
แม้ไม่ได้รุนแรงมากถ้าเทียบกับสายพันธุ์เดลต้า แต่มีผลต่อทราฟฟิกภายในศูนย์การค้าที่ยังไม่กลับมาเหมือนกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยในแง่การจับจ่ายก็ลดลงเป็นไปตามสภาพตลาดที่กำลังซื้อลดลง ผู้คนยังไม่กลับมาใช้ชีวิตปกติหรือออกจากบ้านน้อยลง
เนื่องจากยังกังวลกับสถานการณ์โควิด ประกอบกับในบางบริษัทได้ให้พนักงานทำงานที่บ้าน (work from home) สถาบันสถานศึกษาหันมาเรียนออนไลน์ ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ในศูนย์การค้า
ขณะเดียวกัน ธุรกิจร้านอาหารต้องเจอภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับร้านอาหารโชนันที่ใช้วัตถุดิบเนื้อวัวเป็นหลัก ต้นทุนขยับขึ้นมา 50% ขณะที่ต้นทุนเนื้อหมูเพิ่มขึ้นมา 100% จึงต้องปรับตัวรับมืออย่างหนักเพราะปัจจุบันซัพลลายเออร์ไม่ทำสัญญาระยะยาวตั้งแต่เกิดโควิดเพราะวอลุ่มน้อยลง
ขณะเดียวกัน ก็ต้องหันมาเน้นบริหารจัดการช่วย เช่น การต่อรองค่าเช่าพื้นที่เพื่อช่วยลดต้นทุนอีกทางหนึ่ง ซึ่งร้านอาหารโชนันทั้ง 13 สาขาอยู่ในศูนย์การค้า ประกอบกับต้องปรับระบบหลังบ้าน
ที่ผ่านมาบริษัทมีการลีนองค์กรมาต่อเนื่องและมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อีกด้านหนึ่งก็หันมาเน้นเรื่องเทรนนิ่งเพิ่มความชำนาญให้พนักงาน เพื่อให้พนักงานเข้าใจองค์กรและอยู่กับบริษัทในระยะยาว
“ตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมาผลกระทบจากโควิดทำให้ร้านอาหารทุกแบรนด์เจอปัญหาขาดแคลนพนักงาน ทำให้บริษัทต้องหากลยุทธ์เพื่อรักษาพนักงานให้ลดการลาออกน้อยสุด เนื่องจากการมีพนักงานมาใหม่ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงมาก”
นายกุลวัชรกล่าวถึงกลยุทธ์และแผนงานในปี 2565 ว่า ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารโชนัน โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นจานด่วน ล่าสุดได้นำเมนูราเมงก๋วยเตี๋ยวเรือหน้าหยก ภายใต้แบรนด์เสือหน้าหยก
ซึ่งเป็นร้านอาหารในเครือบริษัท เข้ามาวางขายในร้านโชนันทุกสาขาผ่านรูปแบบคลแลบส์แบรนด์ขายเป็นซีซันนอลประมาณ 3 เดือน ส่วนเมนูเดิมของโชนันไม่ได้ปรับราคา แต่จะหันมาเน้นพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ในราคาที่พรีเมี่ยมกว่า
ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับระบบ CRM เพื่อนำข้อมูลหรือดาต้าของลูกค้ามาใช้งานมากขึ้น ทั้งการนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อจะนำมาปรับปรุงเมนู ปรับปรุงบริการและเพิ่มความถี่ในการสั่ง ปัจจุบันยอดสั่งต่อบิลอยู่ที่ 250-300 บาท
สำหรับการขยายสาขาต้องชะลอเอาไว้ก่อน เพราะปัจจุบันรายได้ยังไม่สอดรับกับค่าเช่า โดยเฉพาะทราฟฟิกในศูนย์การค้าทั้งในเมืองและนอกเมืองที่ยังน้อย ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลปิดศูนย์การค้าก็มีนโยบายลดค่าเช่า
แต่เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ การต่อรองค่าเช่าค่อนข้างยาก ขณะที่จำนวนทราฟฟิกไม่ได้กลับมา ยอดขายไม่ได้กลับมาก็ส่งผลต่อต้นทุนค่าเช่าอย่างมาก
ดังนั้น โชนันจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจที่อยู่นอกศูนย์ โดยปี 2564 ที่ผ่านมาได้เปิดตัวโมเดลใหม่ภายใต้ชื่อ “กับข้าว CLOUD KITCHEN อิ่มง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว” ทั้งนี้ เพื่อกระจายความเสี่ยงและบาลานซ์พอร์ตธุรกิจ ที่เป็นการรวบรวมแบรนด์และเมนูอาหารต่าง ๆ
ของร้านอาหารในเครือโชนันกว่า 150 รายการมาไว้ในตู้เดียว โดยระยะแรกเริ่มวางตู้กับข้าวตามตึกที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียมปัจจุบันมี 6 ตู้ สเต็ปถัดไปเตรียมขยายไปยังออฟฟิศสำนักงาน, หน่วยงานราชการ และโรงพยาบาลต่าง ๆโดยมีเป้าหมายเข้าถึงตัวลูกค้าได้ง่ายและสะดวกขึ้น