เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กูรูการศึกษาฟินแลนด์ “ครูต้องดึงศักยภาพนักเรียนออกมา”

11 ธ.ค. 2560 | 17:53น.

การปฏิรูปการศึกษาของไทย นับเป็นวาทกรรมที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ผู้เรียน ผู้สอน ได้รับคือการเรียนที่หนักหน่วง

การแข่งขันที่สูงลิบลิ่ว และความเหลื่อมล้ำที่ยังคงกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ไม่นับรวมการเข้ามาของโรงเรียนเอกชน และการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือโฮมสกูล จนทำให้รูปแบบการเรียนของเด็ก ๆ เต็มไปด้วยช่องว่างและทางเลือกมากขึ้น

ดังนั้น การที่จะทำให้การศึกษาของประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ดี ทั้งคุณภาพ และความพึงพอใจของผู้เรียน อาจจะต้องเริ่มต้นจากการปรับจากสิ่งเล็ก ๆ ในห้องเรียนเสียก่อน ทั้งนี้ ในงานสัมมนา”What the world can learn from educational change in Finland”ที่จัดโดยโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (สาธิตพีไอเอ็ม) โรงเรียนมัธยมต้นแบบภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จึงได้เชิญกูรูทางด้านการศึกษาระดับโลก “ปาสิ ซอห์ลเบิร์ก” เจ้าของผลงาน “Finnish Lesson 2.0″มาบรรยายพิเศษถึงกรณีศึกษาการปฏิรูปการศึกษาของประเทศฟินแลนด์

“ปาสิ ซอห์ลเบิร์ก” เปิดเรื่องด้วยการคลี่คลายหัวข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ก่อนว่า ข้อแรกคือเรื่องที่มีสื่อนำเสนอข่าวว่าโรงเรียนในประเทศฟินแลนด์เลิกสอนนักเรียนตามวิชาต่าง ๆ แต่หันมาสอนเป็นหัวข้อแทน

“ในเรื่องนี้ผมอยากบอกว่าการเลิกเรียนเป็นวิชานั้นจะทำลายระบบการศึกษาอย่างยิ่ง สิ่งที่เราทำคือในแต่ละสัปดาห์จะมีคาบเรียนที่ไม่อยู่ในวิชาใด แต่เป็นคาบเรียนที่เกี่ยวกับความสนใจของนักเรียนเอง ตั้งแต่การคิดว่าอยากเรียนเรื่องอะไร ด้วยวิธีใด และจะประเมินอย่างไร ข้อที่สองคือ โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ไม่มีการบ้าน จริง ๆ แล้วเป็นไปไม่ได้เลย เพราะทุก ๆ วิชา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ภาษา หรือสังคมศาสตร์ ล้วนต้องการการทบทวน และต้องฝึกฝนอยู่เสมอ”

“ส่วนข้อที่สามคือ โรงเรียนที่ประเทศฟินแลนด์ใช้ครูดีที่สุด ฉลาดที่สุดเท่านั้นมาสอน สำหรับข้อนี้ผมอยากบอกว่าฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับอาชีพครูมากก็จริง แต่ปัจจัยเรื่องบุคลากรอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะพัฒนาระบบการศึกษาทั้งระบบ ส่วนสำคัญคือนักเรียน ดังนั้น ครูทุกคนที่จะเข้ามาสู่ระบบการศึกษาจะต้องสามารถปรับการสอนให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคนได้ เพื่อดึงความสนใจ ดึงศักยภาพของนักเรียนออกมา เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจต่อวิชานั้น ๆ แม้วิชาต่าง ๆ จะเป็นวิชาที่นักเรียนไม่ถนัดก็ตาม แต่นี่คือสิ่งที่โรงเรียนคาดหวังต่อครู”

แม้ฟินแลนด์จะเป็นประเทศต้นแบบด้านการศึกษาที่ประสบความสำเร็จ แต่การนำรูปแบบการปฏิรูปการศึกษาของฟินแลนด์มาใช้ก็ไม่ได้การันตีว่าจะต้องประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ผลตรงนี้ จึงทำให้ “ปาสิ ซอห์ลเบิร์ก” หยิบยกประเด็นเรื่องโรงเรียน หรือผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษามาอธิบาย เพื่อให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

หนึ่ง Strengthen equity – ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ผมมองว่าจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้จงได้ การศึกษาจะต้องแบ่งปันทรัพยากรให้กันอย่างเท่าเทียม และเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณของโรงเรียนที่ควรจัดสรรตามความต้องการ รวมทั้งฐานะและพื้นฐานของนักเรียนที่จะต้องไม่มีผลขณะเข้ารับการศึกษา

สอง Invest in Collaboration – การลงทุนในบุคลากร เพื่อสนับสนุนนักเรียนเป็นรายบุคคล เนื่องจากนักเรียนทุกคนมีความสนใจที่หลากหลาย หากสามารถพัฒนาได้ตรงตามความต้องการจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้เร็ว และมีความสุขขณะเรียนหนังสือ

จากรายงานการสำรวจระดับความสุข และผลสัมฤทธิ์จากการเรียนของ PISA ในปี 2015 พบว่ามีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่นักเรียนมีความสุข และมีผลสัมฤทธิ์ที่ดี หนึ่งในนั้นคือฟินแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ประเทศไทย ผลสำรวจพบว่ามีความสุขในการเรียน แต่ผลสัมฤทธิ์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ หรือบางประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงแต่นักเรียนกลับไม่มีความสุขจากการเรียนเลย เช่น ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้ และฮ่องกง

ดังนั้น เราจึงต้องเพิ่มบุคลากรให้มากกว่าครูแนะแนว ไม่ว่าจะเป็นนักสังคมสงเคราะห์, นักการศึกษา เพื่อวางแผนให้โรงเรียนน่าอยู่ และน่าไว้วางใจ ทั้งสำหรับนักเรียน และครูต่อไปในระยะยาว

สาม Make well-being a priority – การให้ความสำคัญกับสุขภาวะทั้งด้านอารมณ์ และร่างกาย ที่จะต้องบรรจุอยู่ในหลักสูตร อย่างฟินแลนด์จะมีช่วงพัก 15 นาทีในทุกคาบ เพราะเห็นความจำเป็นจากการเล่น เพื่อให้เด็ก ๆ ฝึกทักษะ รู้จักควบคุมตนเองขณะอยู่ร่วมกับผู้อื่น เรียนไม่มาก แต่ได้ทักษะมาก ตรงนี้มีส่วนช่วยลดปัญหาการกลั่นแกล้งกันของนักเรียนด้วย

“นอกจากนั้น เรายังมีศูนย์สุขภาพ, ทันตคลินิก เพื่อดูแลนักเรียน เพราะเด็ก ๆ ในปัจจุบันมีปัญหาด้านโภชนาการ รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ จึงทำให้ป่วยบ่อย จนต้องขาดเรียนในที่สุด”

สิ่งเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กระนั้น ทำให้เห็นว่าการศึกษาของฟินแลนด์ไม่ได้มุ่งเน้นแต่เฉพาะเรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว หากยังเน้นการแสวงหาความสุข สนุกกับการเรียน โดยมีครูเป็นสะพานเชื่อมโยงเพื่อนำนักเรียนก้าวข้ามไปหาความรู้อย่างมีชั้นเชิง

จนที่สุดก็ทำให้โลกการศึกษาของฟินแลนด์ประสบความสำเร็จดั่งที่ทุกคนเห็น

ไม่ธรรมดาเลย