นักลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะตลาดจับตาสถานการณ์ในยูเครน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2565
ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (21/2) ที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/2) ที่ระดับ 32.14/16 บาท โดยเช้าวันนี้ (21/2) ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความไม่แน่นอนและยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเกรงว่าข้อพิพาทต่าง ๆ อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกได้
โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานในวันนี้ (21/2) ว่าสถานทูตสหรัฐในรัสเซียได้ออกแถลงการณ์เตือนชาวบ้านอเมริกันให้เตรียมแผนอพยพ โดยอ้างถึงภัยคุกคามจากการโจมตีในกรุงมอสโกและตามแนวชายแดนรัสเซียติดกับยูเครน โดยท่าทีดังกล่าวของสหรัฐทำให้เกิดเสียงตำหนิจากรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียตามมา ในขณะที่ทำเนียบขาวเตือนว่ารัสเซียอาจโจมตียูเครนได้ทุกเมื่อ โดยรัสเซียได้เสริมสรรพกำลังทางทหารตามแนวชายแดนตอนเหนือและตะวันออกของยูเครนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีทหารรัสเซียตรึงกำลังกระหนาบยูเครนรวมทั้งสิ้นประมาณ 190,000 นาย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวแข็งค่าขึ้น จากการที่นักลงทุนหันมาถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลต่อสถานการณ์ยูเครนที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความรุนแรงมากขึ้น โดยล่าสุดวุฒิสภารัสเซียมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สามารถใช้กองทัพรัสเซียนอกประเทศได้เพื่อให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน ส่วนทางด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคาร VEB ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของรัสเซีย และคว่ำบาตรธนาคาร PSB ซึ่งเป็นธนาคารของกองทัพรัสเซีย โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคารทั้งสองแห่งไม่สามารถทำธุรกรรมในรูปสกุลเงินดอลลาร์ได้
นอกจากนี้ยังคว่ำบาตรตราสารหนี้ของรัสเซีย รวมถึงกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลของรัสเซียตลอดจนคนในครอบครัว สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เมื่อคืนนี้เปิดเผยผลสำรวจของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 โดยร่วงลงสู่ระดับ 110.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 111.1 ในเดือนมกราคม ซึ่งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดของยูเครน ซึ่งกดดันให้นักลงทุนเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังรัสเซียได้บุกโจมตียูเครนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุกรานประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ด้านนายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า การที่กองทัพรัสเซียบุกเข้าไปยังยูเครนมีสาเหตุจากการที่รัสเซียต้องการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
ขณะเดียวกันนายโอเลกซี อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาของ ปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ทหารยูเครนมากกว่า 40 นายได้เสียชีวิต ขณะที่บาดเจ็บหลายสิบนายในการสู้รบกับกองกำลังรัสเซีย สำหรับข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำ Q4/64 ระบุว่า ตัวเลข GDP ขยายตัว 7.0% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.9% ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 17,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 232,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 235,000 ราย
ด้านปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 4/64 ขยายตัว 1.9% จากที่ลดลง 0.2% ในไตรมาสที่ 3/64 เป็นผลจากความต้องการสินค้าและบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ GDP ปี’64 โต 1.6% ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 1.2% และคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี’65 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% ซึ่งยังคงประมาณการเดิมของรอบที่แล้ว
โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัว 4.9% ส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัว 5.9% โดยดุลการค้าคาดว่าจะเกินดุล 3.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว 4.5% และ 3.8% ตามลำดับ และการลงุนภาครัฐขยายตัว 4.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.5-2.5% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาด 0.9-1.9% และดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล อยู่ที่ 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.5% ของ GDP
ในช่วงวันพุธ (23/2) ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีมติปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยปรับลดในส่วนการตรวจครั้งที่ 2 ด้วย TR-PCR ในวันที่ 5 หลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศ เป็นการตรวจสอบ ATK แทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายหลังได้รับการร้องขอมา
นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบปรับลดวงเงินประกันสุขภาพนักท่องเที่ยวจากเดิม 50,000 เหรียญสหรัฐ มาเป็นไม่น้อยกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.09-32.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (25/2) ที่ระดับ 32.53/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (21/2) ที่ระดับ 1.1314/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/2) ที่ระดับ 1.1321/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงผันผวนจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน
โดยนางออร์ซูลา ฟอน เดอะ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ออกมาเผยถึงรายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรที่รัสเซียจะต้องเผชิญหากรุกรานยูเครน โดยเธอระบุว่า รัสเซียจะโดนตัดขาดจากตลาดการเงินโลกและสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการ โดยจะมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับสินค้าจากยุโรปที่รัสเซียจะรุกรานยูเครน แม้ว่านายโลโวดีเมียร์ ซาเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มผู้นำชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียก่อนที่รัสเซียจะทำการบุกยูเครน ในระหว่างการประชุมความมั่นคงที่เมืองมิวนิกของเยอรมนีเมื่อวันเสาร์ (19 ก.พ.)
ขณะที่ธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มหดตัวลงอีกในไตรมาส 1 ปีนี้ เนื่้องจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการทำงานของประชาชนจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4/2564 ของเยอรมนีหดตัวลง 0.7% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัวเพียง 0.3% เนื่องจากมาตรการสกัดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม
แถลงการณ์ของบุนเดสแบงก์ระบุว่า การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการและตลาดแรงงาน นอกจากนี้ การที่รัฐบาลเยอรมนีใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด จะยิ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง และจะทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ดี บุนเดสแบงก์มองว่า มีสัญญาณด้านบวกที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจากปัญหาคอขวดด้านอุปทานเริ่มบรรเทาลงและดีมานด์เริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าตัวเลข GDP ของเยอรมนีจะดีดตัวขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ขณะที่ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรนี อยู่ที่ระดับ 98.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ มากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ที่ระดับ 96.1 และสูงกว่าในเดือนมกราคมที่อยู่ระดับ 96.0 หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชะลอตัวลง
ขณะที่สถาบัน GfK ของเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีคาดว่าจะปรับตัวลดลงในเดือน มี.ค. เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงต้นเดือน ก.พ. นอกจากนี้ สถาบัน GfK ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมนีเดือน มี.ค. จากการสำรวจความเห็นของชาวเยอรมัน 2,000 คน ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ -8.1 จากระดับ -6.7 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขึ้นแตะ -6.3 ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1105-1.1390 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/2) ที่ระดับ 1.1173/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันศุกร์ (21/2) ที่ระดับ 114.96/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/2) ที่ระดับ 115.02/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนแข็งค่าในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน
โดยในวันพุธสำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า นายฟูมิโอะ คิชิตะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียส่งกำลังทหารไปประจำการยังแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน อันเป็นเขตแบ่งแยกดินแดน ซึ่งฝักใฝ่รัสเซีย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 114.39-115.69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/2) ที่ระดับ 115.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ