เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
Automotive ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
ดูทั้งหมด

ไทยออยล์ ปรับโครงสร้างผ่าน 3 กลยุทธ์ รุกลงทุนธุรกิจใหม่ New S-Curve

31 มี.ค. 2565 | 13:18น.
ไทยออยล์

ไทยออยล์ พร้อมก้าวข้ามความท้าทายของอุตสาหกรรมพลังงาน ผ่านกลยุทธ์ 3 Vs กระจายความเสี่ยง ปรับโครงสร้างทางการเงิน เดินหน้าลงทุนธุรกิจใหม่ New s-curve ธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินใน CAP Indonesia พร้อมก้าวสู่องค์กร 100 ปีอย่างยั่งยืน

วันที่ 31 มีนาคม 2565 นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า บริษัทได้ทบทวนแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและบริบทของธุรกิจ พร้อมก้าวสู่องค์กร 100 ปีอย่างยั่งยืน

วิรัตน์ เอื้อนฤมิต

ภายใต้แนวคิด Building on Our Strong Foundation ต่อยอดธุรกิจจากพื้นฐานด้านการกลั่นที่แข็งแกร่งของบริษัทไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง กระจายผลิตภัณฑ์ตามที่ตลาดต้องการโดยเจาะลึกในตลาดภูมิภาคที่มีความต้องการสูง รวมถึงกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำและลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve สอดคล้องกับเป้าหมายที่จะมีสัดส่วนของกำไรจากธุรกิจปิโตรเลียม 40% ธุรกิจปิโตรเคมี 40% ธุรกิจไฟฟ้า 10% และธุรกิจใหม่อีก 10% ภายในปี พ.ศ. 2573

ทั้งนี้ แผนดังกล่าว เพื่อสอดรับกับความท้าทายของอุตสาหกรรมพลังงานในปัจจุบัน จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทั้งอุปสงค์และอุปทานของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Oil & Gas) การเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน Energy Transition ที่ขับเคลื่อนไปสู่การใช้พลังงานสะอาด และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของหลายประเทศทั่วโลกที่เข้มงวดมากขึ้น

ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี พ.ศ. 2608 รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ Data และเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่ไทยออยล์ต้องเผชิญ

โดยจะดำเนินการผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน (3Vs) ได้แก่ 1) Value Maximization: Integrated Crude to Chemicals เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจปิโตรเลียมและสร้างความสามารถในการแข่งขัน ผ่านโครงการ CFP (Clean Fuel Project) และต่อยอดธุรกิจปิโตรเลียมไปสู่ธุรกิจปิโตรเคมีและ High Value Product (HVP) ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (“CAP”) ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นก้าวแรกสู่การลงทุนในธุรกิจโอเลฟิน

2) Value Enhancement: Integrated Value Chain Management Regional investment & market playground บริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า ผ่านฐานลูกค้าในภูมภาคที่มีอยู่เดิม กระจายผลิตภัณฑ์ตามที่ตลาดต้องการโดยเจาะลึกในตลาดภูมิภาคที่มีความต้องการสูง พร้อมเสาะหาโอกาสในการลงทุนที่เหมาะสมในภูมิภาคเตรียมฐานลูกค้าเพื่อรองรับหลังจากโครงการ CFP แล้วเสร็จ อีกทั้งขยายรูปแบบธุรกิจให้เข้าใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้า

3) Value Diversifications การกระจายการเติบโต เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน รองรับความผันผวนจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี พร้อมกับการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ (New S-Curve) สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานในอนาคต โดยลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) และลงทุนในธุรกิจใหม่ (Step Out) เช่น Biofuel, Biochem, Bioplastic และ Hydrogen

ปัจจุบันโครงการสำคัญที่ไทยออยล์ดำเนินการอยู่ นอกจากโครงการ CFP คือการเข้าลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินใน CAP Indonesia ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำรายใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซียในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตครั้งใหม่และตอบโจทย์กลยุทธ์ทรานฟอร์มธุรกิจสู่ปิโตรเคมีที่มีมูลค่าสูง

ซึ่งไทยออยล์จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้ทันที อีกทั้งเป็นการขยายตลาดไปประเทศอินโดนีเซียที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มเติบเติบโตในอนาคต เพราะยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน CAP มีกำลังการผลิตรวม 4.23 ล้านตันต่อปี และมีแผนก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีแห่งที่ 2 รองรับเป้าหมายขยายกำลังการผลิตอีกเท่าตัวเป็น 8 ล้านตันต่อปี ภายในปีพ.ศ. 2569

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเป้าหมายระยะยาวในปีพ.ศ. 2569 – 2573 ที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตครั้งใหม่ หรือ New Round of Growth ทางคณะกรรมการบริษัทฯ จึงพิจารณาปรับโครงสร้างทางการเงิน เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์สำหรับการเติบโตในอนาคต

นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้พร้อมรองรับการขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนซึ่งจะช่วยลดอัตราส่วนระหว่างหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัท (Net Debt-to-Equity Ratio: D/E) ให้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 เท่า และคงอันดับความน่าเชื่อถือด้านเครดิต (Credit rating) ให้อยู่ในเกณฑ์กลุ่มระดับลงทุน (Investment grade) ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ

ขณะเดียวกัน จะปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) จำนวนทั้งสิ้น 304,098,630 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10.78% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ GPSC เป็นมูลค่ารวมประมาณ 22,351 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น (bridge loans) จากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจโอเลฟินใน CAP และบริษัทฯ จะรับรู้กำไรจากการขายหุ้นดังกล่าวในงบกำไรขาดทุนของบริษัท

นอกจากสร้างการเติบโตทางธุรกิจแล้ว ไทยออยล์ยังยึดถือแนวทางการบริหารแบบยั่งยืน ทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อยกระดับการดำเนินงานตามกลไกเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจต่างๆ หรือธุรกิจใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสุขอนามัย เป็นต้น  ทำให้ไทยออยล์ได้รับการประกาศเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล (ESG) ในระดับสากล

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยออยล์