อุ้มไม่ไหวแล้ว
บทนำ
ท่ามกลางความอึมครึมของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่รัสเซียเปิด “เฟส 2” หลังรุกหนักมานับเดือน แต่ไม่ทำให้ยูเครนยกธงขาว อีกทั้งไม่สามารถกรีธาทัพเข้าสู่กรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนได้ จึงพักรบระยะหนึ่งก่อนเปิดฉากอีกคำรบ มุ่งเป้าไปยังภูมิภาคดอนบัส แคว้นลูฮานสก์และโดเนตสก์ ซึ่งอยู่ในการควบคุมของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน ที่ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศรับรองสถานะสาธารณรัฐ
ยังไม่รู้ว่าศึกนี้จะยืดเยื้ออีกนานขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ ทั้งโลกปั่นป่วนไปหมดกับราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ส่วนประเทศไทยสาหัสสากรรจ์กับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเริ่มย่อตัวลงมาเล็กน้อย แต่กังวลว่าอาจจะดีดกลับหากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เฟส 2 เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง และเพราะการอุ้มราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลมานานนับเดือน หมดเงินไปมหาศาล ขณะที่เบนซินและแก๊สโซฮอล์ปล่อยลอยตัวขึ้น ๆ-ลง ๆ มาพักใหญ่
ล่าสุดรัฐบาลต้องยอมยกธงตัดสินใจเลิกอุ้มดีเซลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้เป็นต้นไป แต่กระนั้นไม่ถึงกับปล่อยลอยตัวเหมือนเบนซิน เพราะใช้วิธีอุดหนุน 50% จากปัจจุบันรัฐบาลตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ส่งผลให้ต้องเทเงินอุ้มดีเซลเฉลี่ยลิตรละ 8.90 บาท หากคิดเลขกลม ๆ ที่ลิตรละ 8 บาท เมื่อถึงเส้นตาย 1 พ.ค. รัฐบาลจะปล่อยราคาดีเซลเกิน 30 บาท/ลิตร โดยจะควักเงินชดเชยให้ลิตรละ 4 บาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดย สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะใช้วิธีทยอยปรับราคาขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก แต่แน่นอนว่าหลังวันที่ 1 พ.ค. หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง คนไทยจะไม่ได้ใช้น้ำมันดีเซลต่ำกว่า 30 บาท/ลิตรอีกแล้ว นี่ยังไม่นับกรณีรัฐบาลจะขยายเวลามาตรการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ 3 บาท/ลิตรหรือไม่ จากเดิมเก็บที่ 5.99 บาท/ลิตร ซึ่งจะครบกำหนด 3 เดือนในวันที่ 20 พ.ค.นี้
การตัดสินใจกึ่งลอยตัวราคาดีเซลครั้งนี้ ส่งผลแน่นอนกับราคาสินค้าและบริการ เพราะดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคขนส่ง ลำพังราคาน้ำมันดีเซลปริ่ม ๆ แถว 30 บาท/ลิตร สินค้าต่าง ๆ ปรับราคากันมาระลอกหนึ่งแล้ว หากราคาเกิน 30 บาท/ลิตร ไม่แคล้วเป็นข้ออ้างปรับราคาอีกแน่ ซึ่งนั่นเป็นการบ้านหลักของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าซ้ำเติมผู้บริโภคไปมากกว่านี้
ส่วนประชาชนคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการประหยัด และทำใจกับราคาน้ำมันที่ยังสูงต่อเนื่องอีกพักใหญ่ เพราะต่อให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง แต่ราคาน้ำมันในไทยยังไม่ลงตามในทันที เนื่องจากรัฐต้องตั้งราคาสูงเอาไว้เพื่อดึงเงินกลับเข้ากองทุนน้ำมันฯและนำไปใช้หนี้ หรืออาจปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต เพื่อชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปก่อนหน้านี้