เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ค่าครองชีพ-น้ำมันสูง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. 65 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน

10 พ.ค. 2565 | 14:01น.
ธนวรรธน์ พลวิชัย

หอการค้าไทย เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเมษายน 2565 อยู่ที่ระดับ 40.7 ปรับลดลงต่อเนื่อง เดือนที่ 4 ประชาชนยังคงกังวลภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ-ราคาน้ำมันพุ่ง

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนเมษายน 2565 อยู่ที่ระดับ 40.7 ลดลงจากเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 42.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 34.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ อยู่ที่ 38.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 49.6 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่สิงหาคม 2564 ซึ่งอีกเพียงนิดเดียวจะทำลายสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นั่นหมายความว่า ถ้าความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่ดีขึ้นในช่วง 1-3 เดือนจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจในปี 2541 หรือต่ำสุดในรอบ 24 ปี

ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเมษายน 2565 นี้ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สัญญาณความเชื่อมั่นไม่ค่อยดี และยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งความเชื่อมั่นที่ลดลงนี้มีผลจากปัญหาค่าครองชีพเป็นหลัก และราคาน้ำมัน ตลอดจนราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจยังไม่มีภาพของการฟื้นตัว และเมื่อมองไปในอนาคต ผู้บริโภคมองว่าเศรษฐกิจจะยังซึมตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ถูกบั่นทอนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และถูกเจือด้วยสถานการณ์โอมิครอน แต่สถานการณ์โอมิครอนจะเริ่มคลายตัวตั้งแต่พฤษภาคม 2565 เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อจะเริ่มลดลง แต่สถานการณ์จากค่าครองชีพจะเริ่มสูงขึ้น จากราคาน้ำมันแพง เพดานราคาน้ำมันอยู่ที่ 35 บาท/ลิตร แต่ทั้งนี้ โอกาสที่จะเจอราคาน้ำมันจากลิตรละ 32 บาท เป็น 35 บาท ส่วนราคาเบนซิน แก๊สโซฮอล์ที่ระดับ 40 บาท/ลิตร จะเป็นตัวบั่นทอนความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งจะเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า

สำหรับปัจจัยลบที่กระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่น ได้แก่ ความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ความกังวลต่อสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกให้ช้าลงหรือชะลอตัวลง และอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในอนาคต ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้ายังทรงตัวในระดับสูงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ขณะที่ปัจจัยบวกที่กระทบ ได้แก่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยยกเลิก Test&Go ปรับมาใช้การลงทะเบียนผ่าน Thailand Pass ซึ่งจะเป็นผลเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวของไทย การฉีดวัคซีนของทั่วโลกทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในระดับโลกปรับตัวดีขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและคลายความวิตกกังวล รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

การส่งออก-นำเข้าของไทยเดือน มี.ค. 65 ขยายตัวต่อเนื่อง ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้นหรือทรงตัวในระดับที่ดี โดยเฉพาะ ข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มปรับตัวดีขึ้น

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า หอการค้าไทย สนับสนุนให้รัฐบาลดูแลราคาพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งการที่รัฐบาลเลือกตรึงราคาดีเซลไว้อีกสัปดาห์ เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน เพราะราคาน้ำมันโลกตอนนี้เป็น sideway และอาจเป็น sideway down เพราะคนกังวลการล็อกดาวน์ของจีน และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งจะกดดันให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

นอกจากนี้ มองว่าการที่ราคาน้ำมันยังนิ่งตอนนี้ เป็นเพราะจีนล็อกดาวน์ ทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง และมาจากการที่สหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นทั่วโลกซึมตัว มีผลให้ในอนาคตกำลังซื้อของประชาชนชะลอตัว ความมั่งคั่งลดน้อยลง คนจับจ่ายน้อยลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในด้านการส่งออกที่เสี่ยงจะเติบโตได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

“ม.หอการค้าไทย สนับสนุนให้มีคนละครึ่ง เฟส 5 ในเดือน มิ.ย. ถ้าสามารถทำได้ เพื่อจะทำให้มีกำลังซื้อ อย่างน้อยถ้ารัฐให้คนละ 1,000 บาท ก็จะมีกำลังซื้อเกิดขึ้นฝั่งละ 30,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยพยุงสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูง และเศรษฐกิจที่นิ่ง ๆ ซึม ๆ รวมทั้งหากให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นในเดือน ก.ค. เปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจกลางคืนกลับมาเปิดได้ปกติ รวม ๆ แล้วน่าจะมีเม็ดเงินสะพัดได้เป็นแสนล้านบาทต่อเดือน มีจ้างงานได้อีกเป็นล้านคน ใน supply chain ของธุรกิจกลางคืนทั่วประเทศ”

การใช้มาตรการของภาครัฐเข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์เศรษฐกิจ เช่น การขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล การดำเนินโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในช่วงเดือน มิ.ย. การรณรงค์ให้คนไทยเที่ยวภายในประเทศ ในขณะที่กำลังซื้อจากต่างประเทศยังไม่เข้ามาเต็มที่ รวมทั้งเปิดให้กลุ่มธุรกิจกลางคืนกลับมาเปิดได้ปกติ จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาในระบบราว 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ใกล้เคียง 3.5% แต่หากไม่มีการพยุงราคาน้ำมัน ก็จะทำให้กำลังซื้อหายไปอย่างรวดเร็วภายใน 1 เดือน และทำให้มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตต่ำกว่า 3%

“ถ้าภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลถูกผลักขึ้นไป 3 บาทต่อลิตร จะทำให้ราคาน้ำมันใกล้ระดับ 38-40 บาท ซึ่งเราหนุนให้ขยายเวลาลดภาษีอีก 1 เดือน ที่เป็นรอยต่อก่อนที่โครงการคนละครึ่งเฟส 5 จะออกมา เพราะราคาน้ำมันที่ถูกยันไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร ถ้าทำได้เศรษฐกิจไทยพร้อมโต 3-3.5% เพราะช่วยเติมกำลังซื้อ แต่ถ้าไม่ต่อ กำลังซื้อจะหายไปอย่างรวดเร็วภายใน 1 เดือน เพราะน้ำมันแพงขึ้นทันที 3 บาท/ลิตร ถ้าลดภาษีลงได้ 1.50-3 บาท/ลิตร จะช่วยดูแลเศรษฐกิจระยะสั้นได้ระดับหนึ่ง”