อภิปรายงบช่วงดึกคืนวันพุธ “หมอวาโย” พรรคก้าวไกล ซัดรัฐจัดงบผิดหวัง งบฝึก ทอ.มากกว่าพัฒนาอาจารย์แพทย์ ส่วนจิรายุตั้งฉายผู้นำรัฐบาลเวอร์ชั่นใหม่ พระบิดานักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลุกขึ้นอภิปราย ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2566 เมื่อเวลา 21.15 น. ว่า หลังจากดูรายละเอียของงบประมาณกว่าหมื่นหน้า เห็นแล้วน่าผิดหวังด้วย 5 ปัจจัย คือ 1.งบประมาณกระจุก จนกระจาย 2.จัดงบผิดฝาผิดตัว ไม่ยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ยึดเพียงบางกลุ่ม
3.ใช้งบไม่คุ้มค่า ลงทุนไม่เกิดประสิทธิภาพ 4.ตัวชี้วัดหรือเคพีไอไม่นำพา เขียนมาเกณฑ์ต่ำๆ แบบเด็กสอบผ่านยกห้อง และ 5.ความโปร่งใสไม่มี
ทั้งนี้ ปัญหาโควิดทำให้รัฐบาลทั่วโลก ต้องวิเคราะห์ว่าจะบริหารราชการ เพราะปีหน้าจะเป็นปีแห่งการฟื้นฟู การจัดงบต้องสอดคล้องจากโลกออนไลน์กลับมาเป็นโลกออนไซต์

งบประมาณสาธารณสุข 1.5 แสนล้าน ปรากฏว่าจำนวน 1.2 แสนล้านอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งพบความผิดปกติโดยเฉพาะงบซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์บวมมาก แค่สำนักปลัดสาธารณสุขมากถึง 137 ล้านบาท และเป็นแบบนี้หลายกระทรวง ทั้งที่เรากำลังจะกลับจากโลกออนไลน์มาสู่ออนไซต์ การจัดงบแบบนี้ช้าไปเป็นปี
นอกจากนี้หมอวาโยตั้งข้อสังเกตการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทำไมจึงกระจุกตัวอยู่แค่บางจังหวัด ที่มากสุดคือ จ.บุรีรัมย์เหมือนเดิม ส่วนงบสถาบันวัคซีนแห่งชาติที่เพิ่มขึ้นก็เอาไปสร้างตึก 7 ชั้น เช่นเดียวกับงบประมาณของตำรวจ เอาไปสร้างตึกเกือบ 3 พันล้านบาท
สำหรับงบของกระทรวงวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์ เฉพาะกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 500 กว่าล้านบาท กลับเอาไปแจกช่องที่น่ากังขาว่าสร้างสรรค์จริงหรือ
ส่วนงบของกองทัพอากาศ 3.6 หมื่นล้านบาท มีงบฝึกทหารอากาศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 600 กว่าล้านบาท จำนวนนี้เทียบกับงบอุดหนุนพัฒนาอาจารย์แพทย์ มีแค่ 6 ล้านบาทเท่านั้น
ยุคตู่ 8 มืดมนอนธการ
ต่อมาเวลา 21.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตี นายกฯ ว่าจัดทำงบประมาณที่ขอตั้งชื่อให้ว่า “ยุคตู่ 8 มืดมนอนธการ เพราะนายกฯอยู่มา 8 ปีแล้ว ยังทำงบหาอะไรไม่ได้เลย
การทำงบแบบนี้ปีหน้านอกจากเผาจริงแล้วยังเป็นเทศกาลลอยอังคารด้านเศรษฐกิจ เพราะไม่มีอะไรจะบอกได้เลยว่ากระะตุ้นเศรษฐกิจ คิดอะไรไม่ออกก็แจก แต่หาเงินมาอย่างไร

วัยรุ่นเขาบอกว่านายกฯแจกเก่ง เพราะแจกอย่างเดียวเป็นมา 4 ปีแล้ว และเขาบอกว่าเป็นยุค วานรครองเมือง ลิงกินกล้วย ดูได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา
นายจิรายุ กล่าวต่อว่าการจัดทำงบฯ66 นี้เขาเรียกว่าจัดทำแบบกินน้ำไม่เผื่อแล้ง ไม่ได้บอกอะไรที่มองเห็นอนาคตเลย ทั้งเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก สตาร์ตอัพ ตายเรียบ เพราะไม่รู้ว่าอนาคตรัฐบาลจะทำอย่างไร มีแต่เดินหน้าแจก ทำงบไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลย ทำเหมือนปีก่อนหน้านี้ แล้วฝ่ายค้านจะรับได้อย่างไร ประชาชนเตรียมตัวปีหน้าตายแน่นอน
“ตลอด 20 ปีกว่าคนที่มีในประเทศ รวมกันยังไม่เท่านายกฯคนเดียว ปี 64 นายกฯได้รับฉายาว่า เป็นนักกู้แห่งมหาเอเชียบูรพา ปีนี้ผมเลยขอให้ฉายานายกฯว่า “พระบิดานักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา”เพราะกู้เก่ง และอยากฟัง นายกฯชี้แจงว่าจะหาเงินเข้าประเทศแบบไหน
นายจิรายุ กล่าวด้วยว่า การจัดงบประมาณเช่นนี้อันตรายเนื่องจากไม่มีดัชนีชี้วัด และยังไม่เห็นอนาคต เป็นการจัดงบเตรียมเลือกตั้ง ใครจะเกษียน แล้วเอาเงินไปลงตรงไหน เขตอะไร ฝ่ายค้านมีชื่อครบ แต่จะขอนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ