Skip to content

ใช้น้ำมันเพิ่มเฉียด 13% ธุรกิจ อุตสาหกรรม ใช้พลังงานสูงขึ้นทุกประเภท

02 มิ.ย. 2565 | 15:08น.
ใช้น้ำมันเพิ่มเฉียด 13% ธุรกิจ อุตสาหกรรม ใช้พลังงานสูงขึ้นทุกประเภท

สนพ.ประเมินความต้องการใช้พลังงานปี’65 โตแผ่ว 2.1% ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ยอดใช้น้ำมันยังสูงขึ้น 12.9% ก๊าซธรรมชาติเหลว LNG อ่วมสุดหด 9.5% พิษสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาแพง

วันที่ 2 มิถุนายน 2565 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ.คาดการณ์ความต้องการพลังงานขั้นต้นปี 2565 อยู่ที่ระดับ 2.034 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปี 2564 ตามภาวะเศรษฐกิจของไทยที่คาดว่าจะเติบโต 2.5-3.5% และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับนโยบายเปิดประเทศของไทยและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

“คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ยกเว้นก๊าซธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน โดยการใช้น้ำมัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12.9% จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด ส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ภาวะปกติ”

ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คาดว่าจะลดลง 9.5% เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีการใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลในการผลิตไฟฟ้าเพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีต้นทุนสูง โดยรัฐบาลได้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเหลือ 0 % จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2565 ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ

ส่วนก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) กระทรวงพลังงานมาตรการตรึงราคาขายปลีกอยู่ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564-15 มิ.ย. 2565 รวมถึงมีมาตรการ “เอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน” คงราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ 13.62 บาท/กิโลกรัม

สำหรับการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.8% จากการใช้ถ่านหินนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.2% ตามปริมาณน้ำฝนและน้ำในเขื่อนที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การใช้พลังงานของไทยไตรมาสแรกของปี 2565 การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นสุดท้าย เพิ่มขึ้น 9.2% เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัว รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการใช้ลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นปรับตัวลดลง 0.8% จากการใช้ LNG ที่ลดลงในภาคการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากมีการปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจลง ตามอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญที่ลดลง และราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ