เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปกรณ์ มือกฎหมายรัฐบาล ภารกิจเพื่อชาติ ตรงไปตรงมา ไม่มีใบสั่ง 
Politics ปกรณ์ มือกฎหมายรัฐบาล ภารกิจเพื่อชาติ ตรงไปตรงมา ไม่มีใบสั่ง 
รัฐบาลชี้ Missing Link โยงรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ประตูการค้าเชื่อมจีน-สิงคโปร์
Politics รัฐบาลชี้ Missing Link โยงรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ประตูการค้าเชื่อมจีน-สิงคโปร์
รัฐบาลแจงไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ด สปส. แค่ชะลอตามคำสั่งศาล ไม่กระทบสิทธิผู้ประกันตน
Politics รัฐบาลแจงไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ด สปส. แค่ชะลอตามคำสั่งศาล ไม่กระทบสิทธิผู้ประกันตน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
อีวีจีนโตพุ่ง-ดีลเลอร์รถแห่เปลี่ยนค่าย
Automotive อีวีจีนโตพุ่ง-ดีลเลอร์รถแห่เปลี่ยนค่าย
เมื่อ  ‘น้ำมัน’  ไม่มีทางออกทะเล
World เมื่อ ‘น้ำมัน’ ไม่มีทางออกทะเล
ภูเก็ตปลดล็อกผังเมืองใหม่ ทุนใหญ่แห่ปักหมุดกว้านซื้อที่ดินเพิ่ม
Real Estate ภูเก็ตปลดล็อกผังเมืองใหม่ ทุนใหญ่แห่ปักหมุดกว้านซื้อที่ดินเพิ่ม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.16% อยู่ที่ 63,817 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.16% อยู่ที่ 63,817 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เอกนิติ’ สั่งจับตา 2 จุดอันตรายสหรัฐบี้ไทย ‘กำลังผลิตส่วนเกิน’
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งจับตา 2 จุดอันตรายสหรัฐบี้ไทย ‘กำลังผลิตส่วนเกิน’
ดูทั้งหมด

สธ.ลงโทษ รพ.เอกชน ปรับ 40,000 บาท โฆษณายาในแพ็กเกจรักษาโควิด

19 ก.ค. 2565 | 16:14น.
ยาฟาวิพิราเวียร์

ศบค.เผย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สั่งลงโทษ ปรับขั้นต้น 40,000 บาท รพ.เอกชน ย่านคลองหลวง ปทุมธานี โฆษณายาในแพ็กเกจรักษาโควิด ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.สถานพยาบาล กำชับสถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งดำเนินการตามกฎหมายการโฆษณาอย่างเคร่งครัด

วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบการโฆษณาแพ็กเกจรักษาโรคโควิด-19 ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี พบว่าไม่ได้ขออนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณา อีกทั้งในบางแพ็กเกจมีเนื้อหาโฆษณาการรักษาด้วยยา “ฟาวิพิราเวียร์” หรือ “โมลนูพิราเวียร์” สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล จึงสั่งฟันโทษตามความผิดกฎหมายสถานพยาบาลทันที

จากการตรวจสอบพบว่าโรงพยาบาลมีการโฆษณาแพ็กเกจรักษาโรคโควิด-19 แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งมีแพ็กเกจหลายรูปแบบให้ผู้ป่วยเลือกรับบริการ โดยในบางแพ็กเกจมีการโฆษณาด้วยข้อความว่าจะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ให้ผู้ป่วยนำไปรับประทานระหว่างกักตัวตามอาการ แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจากกรม สบส.แต่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณาแต่อย่างใด

พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว

รวมทั้งการโฆษณาแพ็กเกจการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ ก็เป็นการจ่ายยาตามอาการโดยไม่ได้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยในทุกราย ทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล ว่าเมื่อเข้ารับบริการแล้วจะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ จึงถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 38 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว

ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ และยาโมลนูพิราเวียร์เป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ภาครัฐจัดสรรให้สถานพยาบาลนำมาให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตามอาการอย่างเพียงพอ โดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด ดังนั้น ประชาชนไม่ควรซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ และยาโมลนูพิราเวียร์ ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลเนื่องจากอาจจะได้รับยาปลอม หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงยาที่ไม่ถูกกฎหมายทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และให้แจ้งมาที่สายด่วนกรม สบส. 1426 และสายด่วน อย. 1556 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19