เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

สหรัฐเดินเกม Friend-shoring รูปแบบใหม่ “ห่วงโซ่อุปทาน”

23 ก.ค. 2565 | 15:53น.
เจเน็ต เยลเลน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ก่อนจะมีโควิด-19 จีนเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบและชิ้นส่วนต่าง ๆ รวมถึงสินค้าสำเร็จรูปให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนได้ฉายาว่า “โรงงานของโลก” ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งอเมริกาและยุโรปล้วนพึ่งพาจีนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นับจากเกิดโควิด-19 ซึ่งจีนต้องล็อกดาวน์และหยุดการผลิตเพื่อควบคุมโรค ทำให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน ที่ยังคงเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน

ปัญหานี้นำไปสู่การทบทวนรูปแบบของห่วงโซ่อุปทานของหลายประเทศรวมถึงสหรัฐอเมริกา โดย “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งเมื่อต้นปีที่แล้ว ที่จะทบทวนห่วงโซ่อุปทานของอเมริกา เป้าหมายก็คือลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างประเทศ หรือพูดให้เจาะจงก็คือ “ลดพึ่งพาจีน”

ยิ่งเมื่อเกิดกรณีรัสเซียรุกรานยูเครน ทำให้ความจำเป็นที่จะปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานมีความเร่งด่วนมากขึ้น

“เจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มจี 20 ที่อินโดนีเซียเมื่อเร็ว ๆ นี้ ถือโอกาสนี้ทัวร์ประเทศพันธมิตรในเอเชียทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เยลเลนยกขึ้นมาหารือกับทั้งสองประเทศก็คือ การแก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งที่เกาหลีใต้นั้น เยลเลนยังได้ไปเยือนบริษัทแอลจี และกล่าวสุนทรพจน์ โดยย้ำว่าสหรัฐและคู่ค้าที่ไว้วางใจได้ มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทานผ่าน “friend-shoring”

“ความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทานเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันมุ่งเน้น สิ่งนี้มีความจำเป็นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังจากเกิดโควิด-19 และในตอนนี้ตามมาด้วยรัสเซียรุกรานยูเครนอย่างโหดร้าย ทั้งสองปัจจัยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของห่วงโซ่อุปทานและการค้า ดังนั้นการร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าผ่าน friend-shoring จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถรักษาความมีพลวัตและการเติบโตด้านผลิตภาพได้อย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าว

คำว่า friend-shoring ได้แนวคิดมาจากคำว่า onshoring และ nearshoring ซึ่งหมายถึง การเคลื่อนย้ายห่วงโซ่อุปทานกลับบ้านหรือใกล้บ้าน ซึ่งตรงข้ามกับการใช้ห่วงโซ่อุปทานของต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คำว่า friend-shoring มีความเจาะจงกว่า โดยจะจำกัดเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานไว้เฉพาะพันธมิตร (allies) และประเทศที่เป็นมิตร (friendly)

แนวคิดดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า “เศรษฐกิจโลกอาจเกิดการแยกตัวจากกัน” โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐและประเทศอื่น ๆ พากันหลีกเลี่ยงที่จะพึ่งพาจีนมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เยลเลนยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวไม่ใช่สิ่งบ่งชี้ว่าอเมริกาจะถอนตัวจากการค้าโลก แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศที่เป็นมิตรต่าง ๆ พยายามป้องกันความผันผวนเปราะบางในระยะยาวเพื่อทำให้เศรษฐกิจเกิดดอกออกผลมากขึ้น ปกป้องชาวอเมริกันและประเทศที่เป็นมิตรจากปัญหาการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าและบริการอันเนื่องมาจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์บางคนโต้แย้งว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้การค้ามีความเสรีน้อยลง และอาจส่งผลร้าย หากประเทศใดก็ตามรู้สึกว่าถูกกีดกันออกจากความสัมพันธ์ผ่านมาตรการ friend-shoring อาจจะจำกัดการขายสินค้าเป็นการตอบโต้

“เดบอราห์ เอล์ม” ผู้อำนวยการบริหารศูนย์กลางการค้าเอเชียในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า friend-shoring อาจถูกตีความผิดไป ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร ทั้งนี้ถ้าหากคำนี้แค่หมายถึงการที่รัฐบาลกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ ตัดสินใจจัดหาซัพพลายจากแหล่งที่มีความเสี่ยงน้อยลง ก็ไม่แตกต่างอะไรมากนักจากสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ้าเมื่อไหร่มาตรการนี้ถูกยกระดับไปเป็นนโยบายของรัฐบาลโดยที่ให้สิทธิพิเศษบางประเทศมากกว่าประเทศอื่น ก็อาจเป็นปัญหาได้

โคลิน แมกเคอร์ราส อาจารย์มหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ออสเตรเลีย ระบุว่า สหรัฐควรพุ่งเป้าไปที่การเพิ่มความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ มากกว่าเพิ่มความสัมพันธ์กับประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะและกีดกันประเทศอื่นออกไป

“การรวมกลุ่มที่สมเหตุสมผลที่สุดต้องรวมจีนเข้ามาด้วย ไม่ใช่กีดกันออกไป เพราะจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียและในอนาคตจะอยู่ระดับบนของโลก ดังนั้นควรร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่แข่งขันกัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ