เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

2022 Recession ต่างจากครั้งอื่นอย่างไร

17 ก.ค. 2565 | 07:05น.
สหรัฐ Recession
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์เชื่อว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เศรษฐกิจสหรัฐจะ “ถดถอย” (recession) หลังจากเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมยังเดินหน้าขยับขึ้นเป็น 8.6% สูงกว่าเดือนเมษายน นั่นหมายความว่า เงินเฟ้อยังไม่ถึงจุดสูงสุด และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาแสดงท่าทีล่าสุดว่าจะพุ่งเป้าควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 0.5 ถึง 0.75% ในการประชุมปลายเดือนกรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเชื่อว่า การถดถอยจะมีลักษณะตื้น ๆ ไม่รุนแรง อย่างเช่น “ไมเคิล โยชิคามิ” ซีอีโอของเดสทิเนชั่น เวลต์ แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ในกรณีฐาน (base case) เชื่อว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างตื้น ๆ ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ จากนั้นในปีหน้า เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพื่อกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ หลังจากควบคุมเงินเฟ้อได้ ดังนั้น ไม่น่าจะสร้างความเจ็บปวดระยะยาวให้เศรษฐกิจ

“ร็อบ ซับบาราแมน” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ โนมูระ โฮลดิ้งส์ ระบุว่า ไตรมาส 4 ปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสจะถดถอยตื้น ๆ การถดถอยจะกินเวลานาน 5 ไตรมาส เพราะเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะขึ้น 0.75 %, สิงหาคม 0.5% และขึ้น 0.25% อีกหลายครั้ง จนกระทั่งอัตราดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 3.75% ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ลิซ่า ชาเล็ตต์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่งของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า ถ้าในครั้งนี้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยจริง ๆ ยังมีข่าวดีนั่นก็คือการถดถอยจะตื้น และสร้างความเสียหายต่อรายได้ของบริษัทต่าง ๆ น้อยกว่าการถดถอยครั้งอื่น ๆ ทั้งนี้ หากดูจากประวัติศาสตร์ การถดถอยที่เกิดจากเงินเฟ้อสูงจะมีความรุนแรงน้อยกว่าการถดถอยที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป

ชาเล็ตต์ชี้ว่า หากไม่นับการถดถอยเมื่อปี 2020 ที่เกิดจากโควิด-19 การถดถอยครั้งอื่น ๆ เมื่อไม่นานมานี้ เกิดจากการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป ซึ่งรวมถึงวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐเมื่อปี 2007-2008 และวิกฤตฟองสบู่ดอตคอมเมื่อปี 2000-2001 ซึ่งล้วนเป็นวิกฤตที่เกิดจากการก่อหนี้มากเกินไปในภาคอสังหาริมทรัพย์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าเศรษฐกิจจะดูดซับความเสียหายได้หมดและเริ่มฟื้นตัว

แต่การถดถอยในครั้งนี้จะมีลักษณะตรงข้าม กล่าวคือมีสาเหตุจากสภาพคล่องในระบบมีมากเกินไป ไม่ได้เกิดจากการมีหนี้มากเกินไป เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์มีสาเหตุหลักจากโควิด-19 ที่ใช้ทั้งมาตรการการเงินและการคลังอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในครัวเรือนและตลาด ทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้น และนำไปสู่การเก็งกำไรสินทรัพย์ทางการเงิน

หากดูจากประวัติศาสตร์ การถดถอยที่มีสาเหตุจาก “เงินเฟ้อ” จะสร้างความเสียหายต่อรายได้บริษัทเพียงเล็กน้อย อย่างเช่น ปี 1982-1983 ซึ่งเฟดขึ้นดอกเบี้ยถึง 20% และปี 1973-1974 เมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย 11% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับลงเพียง 14% และ 15% ตามลำดับ

ขณะที่วิกฤตการเงินครั้งใหญ่เมื่อปี 2008 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ดิ่งลง 37% และช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอตคอม ดัชนีดังกล่าวลดลง 32%

ชาเล็ตต์ระบุว่า นอกจากนั้น ปัจจัยเศรษฐกิจหลายอย่างชี้ให้เห็นว่า หากในครั้งนี้จะเกิดเศรษฐกิจถดถอย ความรุนแรงจะน้อยกว่า โดยปัจจัยเหล่านั้นก็คือ 1.ตลาดแรงงานยังคึกคัก เห็นได้จากตำแหน่งงานที่เปิดรับมากเป็นประวัติการณ์ 2.อุตสาหกรรมบ้านและรถยนต์แข็งแกร่ง

3.งบดุลของทั้งภาคครัวเรือน บริษัท และระบบธนาคาร อยู่ในสภาพดีที่สุดในหลายทศวรรษ 4.รายได้บริษัทต่าง ๆ อาจจะคงทนยาวนานมากกว่าเดิม เนื่องจากมีการสร้างรูปแบบธุรกิจประเภทบอกรับสมาชิกที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมมากขึ้น ทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

และล่าสุดเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของสหรัฐ ขยับพรวดไปที่ 9.1% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้นักวิเคราะห์และบรรดาเทรดเดอร์เชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 1% ในเดือนกรกฎาคม

ขณะที่ จิม เครเมอร์ นักลงทุนมากประสบการณ์และผู้ดำเนินรายการ Mad Money ทางโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี ระบุว่า ถึงแม้เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนจะร้อนแรง แต่ตนกลับเชื่อว่าเฟดสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้แล้ว เพราะเงินเฟ้อน่าจะถึงจุดสูงสุด เห็นได้จากราคาน้ำมันและโภคภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งเหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม ต่างราคาดิ่งลง