เปิดโรดแมป ส.ยานยนต์ไฟฟ้า ผนึก 11 องค์กรปั้นรถใช้มอเตอร์ทั่วไทย
28 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่ The Knowledge Exchange สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดย นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคม เเถลงแผนการดำเนินงานของสมาคม เเละทิศทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ อุปนายกฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, นายสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ อุปนายกฝ่ายอุตสาหกรรม, ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายกฝ่ายวิชาการ เเละนายฉันทกร เดวิชญ์ จำศิลป์ อุปนายกฝ่ายส่งเสริมการใช้ โดยคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะมีวาระการทำงานในระหว่างปี พ.ศ. 2563-2565
นายกฤษฎากล่าวว่า “สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้ เเบ่งการทำงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายเลขานุการ, ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, ฝ่ายวิชาการ, ฝ่ายอุตสาหกรรม และฝ่ายส่งเสริมการใช้ ทุกฝ่ายล้วนมีการทำงานด้วยวิสัยทัศน์เดียวกัน คือ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่จะช่วยลดปัญหามลพิษในท้องถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานในภาคขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรม การผลิต พัฒนาและวิจัยยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น”

ผลงานในปีที่ผ่านมาไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 นี้ ทางสมาคมได้ดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่
1.ผลงานในความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งทางสมาคมได้จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศต่าง ๆ เช่น Asian Federation of Electric Vehicle Association (AFEVA) ที่มีสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย เป็นพันธมิตรในโครงการความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างสมาคม นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านข้อมูล เทคโนโลยี และพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยเเละเกาหลีใต้ ในด้านความร่วมมือทางวิชาการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมบรรยายและสัมมนาในหัวข้อยานยนต์ไฟฟ้าบนเวทีนานาชาติในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เเละเกาหลีใต้ เป็นต้น
2.ผลงานในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐเมื่อปี 2562 ทางสมาคมได้เข้าชี้แจงข้อเสนอแนวทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้ากับคณะเลขาธิการ ณ กระทรวงพลังงาน, ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1-1/2563 ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, ทางสมาคมยังได้เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเรื่องการจัดซื้อรถยนต์ xEV ในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับทางสำนักงบฯอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือที่ได้
ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ 11 องค์กรพันธมิตรผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบ เชื่อมต่อการใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่ายร่วมกับทางภาครัฐเเละภาคเอกชน หรือที่เรียกชื่อโครงการนี้ว่า Charging Consortium เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่าย รวมไปถึงการพัฒนาระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ ทางสมาคมยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy StorageTechnology Alliance : TESTA)
ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย ตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการกักเก็บพลังงานจากนักวิจัยของประเทศเอง และจะสามารถสร้างสรรค์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อีกด้วย

3.ผลงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนด้านวิชาการและความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ทางสมาคมได้มีการจัดทำรถสามล้อไฟฟ้าต้นเเบบ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฟฟ้า เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสำหรับผู้ประกอบการ อีกทั้งทางสมาคมได้จัดทำ EVAT Directory 2020 ที่รวบรวมข้อมูลสมาชิกยานยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในไทย เเละให้บุคคลทั่วไปสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เเละที่ผ่านมาล่าสุดสมาคมร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้จัดการประชุมด้านยานยนต์ไฟฟ้านานาชาติ (iEVTech 2020) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ประจำปี 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้หัวข้อ “Scaling-up Electric Mobility & Beyond” ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ชั้นนำ
7 บริษัท มาแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สำหรับทิศทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้ สมาคมจะยังคงสานต่อ 8 ข้อเสนอ แนะแนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อันได้เเก่
1.การจัดทำแผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV roadmap) แบบบูรณาการ 2.การพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายต่าง ๆ อาทิ ให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี 3.การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่นการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสมผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดภาษีส่วนบุคคล/นิติบุคคลสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 4.การส่งเสริมการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5.การส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเเละการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
6.การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง 7.การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า 8.การส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า
“ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกกว่า 190 รายที่มีประสบการณ์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เราทำงานเพื่อให้การสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อร่วมส่งเสริมการใช้เเละพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อันจะช่วยลดมลพิษและปัญหาสิ่งเเวดล้อมพร้อม ๆ ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้”