เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ดูทั้งหมด

เอ็มจี อีวี เมดอินไทยแลนด์ อดใจรอไม่เกิน 3 ปี

24 มิ.ย. 2564 | 19:23น.
สัมภาษณ์พิเศษ

แบรนด์ “เอ็มจี” ถือเป็นค่ายรถยนต์ยักษ์จากแดนมังกร ที่เข้ามาบุกเบิกทำตลาดในบ้านเราแล้วประสบความสำเร็จอยู่ในระดับที่น่าพอใจเพียงแค่ 5 ปีแรก มียอดขายทะลุ 50,000 คัน วันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ต้องได้เห็นโลโก้ “เอ็มจี” วิ่งกันเกลื่อนเมือง และจากนี้อีกไม่เกิน 4-5 ปี ยอดขายจะขึ้นไปแตะระดับ “แสน” คันต่อปี

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงปัจจัยความสำเร็จและการต่อจิ๊กซอว์สู่เป้าหมายการใช้ประเทศไทยเป็น “ฮับ” 3 ด้านใหญ่ ๆ 1.ฐานการผลิตรถในภูมิภาคอาเซียน 2.ฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวา และฐานการผลิตรถยนต์อีวี

Q : ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

หากจะย้อนกลับไปถึงคีย์ซักเซสของเอ็มจี เรามี 2 ประเด็นหลัก คือ1.ตัวสินค้า และ 2.เครือข่ายการจัดจำหน่าย “สินค้า” นั้น เรามุ่งเน้นที่เรื่องของการดีไซน์ เทคโนโลยี ราคาและคุณภาพ ต้องมาด้วยกัน ย้อนกลับเมื่อครั้งเราเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรก เราเปิดตัวด้วยรถยนต์นั่ง เอ็มจี6 จากนั้นตามมาด้วย เอ็มจี3 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ได้รับการยอมรับทางการตลาดอย่างชัดเจน เพราะเอ็มจี เรานำเสนอเรื่องของแวลู และเข้ามาแทรกอยู่ในตลาดรถยนต์อีโคคาร์ และบี-คาร์ได้อย่างเหมาะเจาะ จุดเปลี่ยนสำคัญอีกจุดหนึ่งคือการเปิดตัวเอสยูวี เอ็มจีแซดเอส ที่มาพร้อมจุดเด่น
ไอสมาร์ท และราคาจำหน่ายที่เหมาะสม คุณภาพการประกอบที่ดีขึ้น ทำให้รถ
คันนี้เป็นรถบี-เอสยูวี ที่มียอดขาย และสร้างชื่อให้กับเอ็มจีอย่างมาก

ปัจจุบัน เอ็มจี ได้วางแกนหลักในการนำเสนอสินค้าไว้ 3 ด้าน คือ 1.ดีไซน์ทันสมัย 2.เทคโนโลยีโดดเด่น 3.คุณค่าที่มอบให้กับลูกค้า ล้วนแต่เป็นส่งที่เราจะละเลยไปไม่ได้ ส่วนเครือข่ายการจำหน่ายนั้นเรามุ่งเน้นเรื่องของการให้บริการหลังการขายและบริการด้านการขายเป็นหลัก อย่างจุดเริ่มที่เราเข้ามาทำตลาดเริ่มจากการมีโชว์รูมและศูนย์บริการเพียง 15 แห่ง ก่อนจะเพิ่มเป็น 30, 50, 70, 100, 120 และ 150 แห่งในปัจจุบัน

ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 170 แห่ง นี่คือความตั้งใจของเรา เพื่อให้ สินค้าและบริการ ของเอ็มจีเข้าไปถึงลูกค้าได้มากที่สุด ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยนั้นถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันแบบสมบูรณ์ ดังนั้นเราซึ่งถือเป็นแบรนด์น้องใหม่จึงต้องมีความพร้อมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครือข่ายการจัดจำหน่าย จำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการ เพราะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของคนไทย ซึ่งเราก็สามารถตอบโจทย์ลูกค้าตรงนี้ได้ โดยใช้คุณภาพการทำงานของเครือข่ายการจัดจำหน่าย และบริการหลังการขายเข้ามานำอย่างเรื่องของการรับประกันคุณภาพสินค้าที่ยาวนานขึ้น เอ็มจีให้ถึง 4 ปีหรือ 120,000 กิโลเมตร ซึ่งให้มากและอาจจะให้มากกว่าค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นบางรายด้วยซ้ำ

นอกจากนี้เอ็มจียังมีรถโมบายเซอร์วิสไว้รองรับความต้องการของลูกค้ามีระบบคอลเซ็นเตอร์ผ่านหมายเลข 1267 เพื่อเป็นอีกช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

Q : ปรับตัวรับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างไร

เมื่อวันที่ 5 เดือน 5 เอ็มจีเพิ่งเปิดตัวบริการใหม่ ขายรถยนต์ออนไลน์ ผ่าน www.mgcars.com โดยเราได้นำรถเอ็มจี เอชเอส รุ่นดี (HS D) มานำร่องทำตลาดก่อน 1 รุ่นเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าก่อน เพราะส่วนธุรกิจของเอ็มจีนั้นธุรกิจหลักของเราอยู่ที่ออฟไลน์ คือตัวแทนจำหน่าย 150 แห่งทั่วประเทศ ส่วนธุรกิจออนไลน์เป็นตัวเข้ามาเสริม

อย่างไรก็ตาม นโยบายยังเน้นธุรกิจออฟไลน์ต้องอยู่ได้ และแน่นอนว่าเราจะต้องผสมผสานทั้ง 2 ตัว ภายใต้รูปแบบ O2O หรือ Online to Offline หรือจะเรียกว่า การตลาดแบบผสมผสานทุกช่องทางหรือ Omni-Channel ก็ได้ เพื่อรองรับบริการและเข้าถึงลูกค้าได้ทุกช่องทางทุกเวลา อย่างตอนนี้มีลูกค้าให้ความสนใจจองรถผ่านช่องทางนี้ 40 คัน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีลูกค้าบางรายที่เข้ามาให้พนักงานขายช่วยกดจองให้ที่โชว์รูมแม้ตัวเลขยอดจองจะไม่ถึงเป้าหมายที่น่าพอใจเท่าไร ก็ถือเป็นการเริ่มดำเนินการที่ดี และเราเองก็จะต้องพัฒนารูปแบบบริการให้มากขึ้น อนาคตอาจจะมีรุ่นพิเศษ, รถรุ่นใหม่ หรือเซอร์วิสแพ็กเกจต่าง ๆ จะมาเปิดรับจองผ่านช่องทางนี้

Q : เป้าหมายสู่การเป็น “ฮับ” ยังอีกไกลแค่ไหน

สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ หลังจากบริษัทแม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย คือนโยบายที่ชัดเจนคือ ต้องการให้ ประเทศไทย เป็นฐานการผลิต หรือ “ฮับ” รถยนต์พวงมาลัยขวา ซึ่งขณะนี้เราได้ดำเนินการสำเร็จไปแล้ว

สเต็ปต่อมาคือการให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจี หรือ “ฮับ” เพื่อรองรับความต้องการของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้เราเริ่มมีการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับตลาดส่งออกแล้ว ไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม และอนาคตเราก็ยังเตรียมเปิดตลาดไปยังออสเตรเลียด้วย ซึ่งเขาให้ความสนใจในส่วนของรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในบ้านเราเร็ว ๆ นี้ และสเต็ปถัดไปคือผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิต หรือฮับรถยนต์อีวี เพื่อรองรับความต้องการของเทรนด์รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ค่อย ๆ หมดไปในอนาคตด้วย วันนี้เอ็มจี ประเทศไทยอยู่ระหว่างการวางแผนรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม

Q : มีโอกาสได้เห็นรถอีวีที่ผลิตในประเทศไทย

ขณะนี้เราได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอไปแล้ว และจากเป้าหมายการเป็น “ฮับ” ทั้ง 3 ด้านของเราแน่นอนว่าเอ็มจีจะต้องเดินไปสู่การเป็นฮับผลิตรถยนต์อีวีของภูมิภาค ดังนั้นใน 2-3 ปีจากนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะเริ่มเห็นรถยนต์อีวีโมเดลแรกจากโรงงานเอ็มจี ระยอง

สุดท้ายเมื่อให้ “พงษ์ศักดิ์” ช่วยนิยามความสำเร็จของ “เอ็มจี” ที่ผ่านมานั้น เขาบอกอย่างชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นว่า…วันนี้เอ็มจีมองว่าตัวเองยังไม่สำเร็จ ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยยังมีผู้เล่นหลัก ๆ ไม่กี่รายที่เบอร์ 1-3 มียอดขายรวมกันก็กินส่วนแบ่งในตลาดไปแล้วกว่า 80% เอ็มจียังเป็นเพียงผู้เล่นรายหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้นำตลาดถ้าเราอยากเข้าไปอยู่ตรงนั้น มันยังไม่สำเร็จ แต่วันนี้ เอ็มจี มายืนอยู่ในจุดที่ทำให้ลูกค้าชาวไทยได้รู้จักแบรนด์และสินค้าเอ็มจีแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถยนต์ไฟฟ้า EV เอ็มจี