เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
Economic พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
Uncategorized ‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
Politics ‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
ดูทั้งหมด

ควรรู้ไว้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มมากแค่ไหนอันตรายถึงชีวิต

30 ก.ย. 2562 | 16:20น.

ในช่วงสัปดาห์-สองสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งเรื่องที่สังคมสนใจมากก็คือกรณีพริตตี้สาวเสียชีวิตปริศนาหลังจากเข้าร่วมงานปาร์ตี้ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า เสียชีวิตเนื่องจากอาการช็อกจากการดื่มสุรา หรือชื่อทางการแพทย์ว่า al-cohol intoxication โดยพบแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้เสียชีวิตสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงมาก

เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคนเรา พบในทุกงานปาร์ตี้ และแทบทุกโต๊ะในร้านอาหาร สังคมจึงสนใจกันมากทีเดียวว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากแค่ไหนจะส่งผลต่อร่างกายระดับใด และมากแค่ไหนที่จะทำให้ช็อกจนเสียชีวิต ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลต่อความสงสัยเหล่านี้ว่า ความทนต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คนที่มีโรคประจำตัว ดีกรีของเครื่องดื่ม และระบบเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกาย เป็นต้น

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและในระยะเวลาสั้น ๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีการออกฤทธิ์เป็นสารกดประสาท หลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะขึ้นสูงสุดภายในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 45 นาที ระยะเวลาการออกฤทธิ์ในร่างกายขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม จากการวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในการดื่ม

ช่วงแรกระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจะอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และเสี่ยงต่อพฤติกรรมรุนแรง ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ดื่มจะเกิดอาการสับสน ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ดื่มจะมีอาการง่วง สับสน มึนงง และซึม ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป (เหล้าขาว+สี 1.5-2 แบน หรือ 0.75-1 ขวด) ผู้ดื่มจะเกิดอาการสลบ และในปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงระดับนี้ สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและการรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มได้ ดังนั้น การดื่มเบียร์ เหล้า หรือไวน์ ปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ๆ จึงอาจทำให้ผู้ดื่มหมดสติ ชีพจรช้าลง การหายใจแย่ลง จนถึงอาจหยุดหายใจ อันตรายต่อชีวิตได้

นายแพทย์สุวรรณชัยให้ข้อมูลอีกว่า ความทนต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คนอ้วนคนผอม คนที่มีโรคประจำตัว ดีกรีของเครื่องดื่มที่ได้รับ และระบบเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกาย ส่วนปัจจัยที่เสริมให้การดื่มสุราได้รับผลกระทบต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์มาก คือ การดื่มแบบเพียว และการดื่มขณะท้องว่าง เป็นต้น

“แอลกอฮอล์ไม่ว่าในรูปแบบใดก็มีแต่ผลเสีย ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หญิงตั้งครรภ์ คนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่นอกจากเป็นสาเหตุทำให้ป่วยและตายก่อนวัยอันควรจำนวนมากแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาครอบครัว อุบัติเหตุ ความรุนแรง และอาชญากรรม ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ กรมควบคุมโรคจึงขอแนะนำประชาชนให้ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด หรือหากจำเป็นต้องดื่ม ขอให้ระมัดระวังไม่ดื่มเข้าไปรวดเดียว หรือปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ควรดื่มเกินลิมิตของตนเอง เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้โทษมากกว่าคุณประโยชน์” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ติดต่อที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทร.0-2590-3342 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพ ไลฟ์สไตล์