เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ประธานรัฐสภา แถลงข่าวแก่คณะทูตานุทูต ในโอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๓๐

29 ก.ย. 2565 | 16:57น.

วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องสัมมนา B ๑ – ๕ ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แถลงข่าวแก่คณะทูตานุทูต ในโอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๓๐ ที่รัฐสภาไทยจะเป็นเจ้าภาพจัด   การประชุมระหว่างวันที่ ๒๖  – ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ อาคารรัฐสภา ภายใต้หัวข้อ “บทบาทของรัฐสภาในการเร่งรัดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ : Parliaments and the Post – COVID – 19 Sustainable Development” และกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูต จากประเทศสมาชิกและประเทศผู้สังเกตการณ์ของ APPF จำนวน ๒๘ ประเทศ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ  ที่มีสำนักงานในประเทศไทย

โดยมี ศ.พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุม APPF และประธานคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ ของการประชุม APPF ครั้งที่ ๓๐ ตลอดจนคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมการแถลงข่าว

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศครั้งแรกที่จัดขึ้นที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ภายหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด – ๑๙) โดยมีวาระการประชุมครอบคลุมประเด็นหลากหลายต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสอันดีของไทยที่จะผลักดันวาระที่มีความสำคัญและเพิ่มพูนผลประโยชน์แก่ประเทศ ประชาชน ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญของรัฐสภาไทยที่จะแสดงบทบาทการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศจากวิกฤต การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ ซึ่งไม่เพียงส่งผลในด้านสาธารณสุข แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจและการพัฒนา รวมทั้งวิถีชีวิตของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการดำเนินการของประเทศต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ ทำให้ความก้าวหน้าในการดำเนินการในหลายประเทศประสบปัญหา และอาจส่งผลให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ รัฐสภาไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเห็นว่าการประชุม APPF ครั้งที่ ๓๐ ควรนำประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนมาหารือในกลุ่มประเทศสมาชิกของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความเห็น และประสบการณ์ของสมาชิกรัฐสภาจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค จากการหารือร่วมกันเพื่อนำเสนอแนวทางในบริบทของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยคาดหวังว่าแนวทางการดำเนินการด้านนิติบัญญัติจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินการของประเทศสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ทันภายในปี ๒๕๗๓ หัวข้อสำหรับการประชุมทั้ง ๔ ด้านของการประชุมประจำปี APPF ครั้งที่ ๓๐ ได้แก่

– ด้านสตรี หัวข้อ “การเสริมสร้างศักยภาพของสตรีเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคต  การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙”

– ด้านการเมืองและความมั่นคง หัวข้อ “บทบาทการทูตเชิงรัฐสภาในการส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค / การส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาค /รัฐสภาและการฟื้นฟูอย่างยั่งยืนภายหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย สันติภาพ และความมั่นคง”

– ด้านเศรษฐกิจและการค้า หัวข้อ “การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุม / การเพิ่มความเชื่อมโยงและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก”

– ด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคภายในเอเชีย-แปซิฟิก หัวข้อ “บทบาทของรัฐสภาในการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็น กลางทางคาร์บอนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ /การพัฒนาและการขยายการเข้าถึงสาธารณสุขมูลฐานอย่างเท่าเทียม/การส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและการสนับสนุนความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม”

จากนั้น น.ส.สตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรบรรยายสรุปเกี่ยวกับ ความเป็นมาของการประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Parliamentary Forum – APPF) และภาพรวมเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพและการเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๓๐

การประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (APPF) ประกอบด้วย ๔ อนุภูมิภาค ได้แก่ ๑) เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (๕ ประเทศ) ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มองโกเลีย และรัสเซีย ๒) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (๙ ประเทศ) ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และบรูไนดารุสซาลาม ๓) โอเชียเนีย/หมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง ตะวันตก และตอนใต้ (๖ ประเทศ) ได้แก่ ออสเตรเลีย ฟิจิ ไมโครนีเซีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี และหมู่เกาะมาร์แชลล์ ๔) อเมริกา (๘ ประเทศ) ได้แก่ แคนาดา ชิลี โคลัมเบีย เม็กซิโก เปรู สหรัฐอเมริกา เอกวาดอร์ และคอสตาริกา

สำหรับการประชุมกลุ่มอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการประชุม APPF ครั้งที่ ๓๐ มีที่มาจากนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนรัฐสภาไทย เมื่อครั้งเข้าร่วมประชุม APPF ครั้งที่ ๒๘ ณ เครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๓ ได้ริเริ่มจัดการประชุมกลุ่มอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งว่างเว้นการจัดประชุมมาตั้งแต่การประชุม APPF ครั้งที่ ๒๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีสมาชิกรัฐสภาจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม และผู้แทนจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เข้าร่วม การประชุมฯ ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การประชุมกลุ่มอนุภูมิภาคฯ เป็นเวทีสำหรับหารือประเด็นร่วมกัน  และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงความสนใจและข้อกังวลในระหว่างการประชุม APPF นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้มีการจัดการประชุมกลุ่มอนุภูมิภาคฯ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก APPF จำนวน ๙ ประเทศ ก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหาร APPF เพื่อที่จะนำมติที่ประชุมกลุ่มอนุภูมิภาคฯ เข้าผลักดันในการประชุมคณะกรรมการบริหารซึ่งคณะกรรมการบริหาร APPF ชุดปัจจุบันมีตัวแทนจากอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมีไทยเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร ในฐานะที่เป็นประเทศเจ้าภาพในปีนี้

การประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Parliamentary Forum – APPF) เป็นองค์กรการประชุมของสมาชิกรัฐสภาในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยการริเริ่มของนายยาซูฮิโรนากาโซเน่ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ร่วมกับสมาชิกรัฐสภาของประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปชิฟิกจำนวนหนึ่งรวมทั้งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ให้สมาชิกรัฐสภาได้หารือร่วมกันในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ของภูมิภาคในยุคหลังสงครามเย็น และที่เป็นผลจากการเติบโตและการรวมตัวทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพของพลเมืองและสันติภาพภายในภูมิภาค ในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง APPF ได้ทาบทามให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็น สมาชิกก่อตั้งของ APPF ด้วย เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทั้งในอาเซียนและองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (APEC)

ดังนั้น เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐสภา โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงได้ส่งคณะผู้แทนระดับสูงเดินทางไปร่วมการประชุมเตรียมการก่อตั้ง APPF ณ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยประเทศไทยได้ร่วมลงนามในปฏิญญาโตเกียว (Tokyo Declaration) เพื่อการจัดตั้ง APPF อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ สมาชิกปัจจุบัน APPF มีประเทศสมาชิก ๒๘ ประเทศ จากอนุภูมิภาคต่าง ๆ ในเอเชียและแปซิฟิก

การจัดการประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Parliamentary Forum : APPF) ครั้งที่ ๓๐ ของรัฐสภาไทยในปีนี้ เป็นการประชุมที่เน้นรูปแบบการจัดประชุมสีเขียว (Green Conference) ซึ่งคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญในขั้นตอนต่าง ๆ ของการจัดประชุมตั้งแต่การจัดเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์ เช่น กระเป๋าเอกสารสำหรับแจกให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม ตัดเย็บจากผ้าดิบเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และมีความทนทาน ปากกาทำจากการนำเอาวัสดุที่ใช้แล้วมาแปรใช้ใหม่ (Recycle) ในที่นี้คือกระดาษและฟางข้าวสาลี  ที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการใช้พลาสติก การใช้กระดาษเท่าที่จำเป็น เป็นต้น รวมถึงการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มยังคำนึงถึงแนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) เพื่อลดปริมาณขยะ

นอกจากนี้ การประชุม APPF ครั้งที่ ๓๐ ยังมอบสมุดบันทึกซึ่งมีแผ่นรองปกประกอบด้วย รูปวาดรัฐธรรมนูญ วาดโดย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และรูปวาดสีน้ำลายอาคารรัฐสภา วาดโดยข้าราชการสำนักงานงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมประชุมอีกด้วย