เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ถึงจะออกนอกประเทศไม่ได้ แต่เริ่มเรียนที่เมืองนอกได้เลยผ่านโครงการ ‘The First Visual Student Exchange Program’

24 มี.ค. 2564 | 14:19น.

สำหรับน้อง ๆ ทั้งชาวไทย และถ้ามีเพื่อนชาวต่างชาติที่ใฝ่ฝันอยากเป็น Exchange Student in Thailand ให้แนะนำโครงการที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ได้เลย หากน้อง ๆ และเพื่อนชาวต่างชาติที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในลิสต์นี้ โดยไม่ว่าตัวจะอยู่ที่ประเทศไทย หรือที่ต่างประเทศตอนนี้ก็สามารถสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศในโครงการที่ชื่อว่า APRU Virtual Student Exchange Program ได้เลย มาทำความรู้จักโครงการนี้ให้มากขึ้นกัน

1. APRU คืออะไร?

APRU หรือชื่อเต็มก็คือ Association of Pacific Rim Universities สมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก ก่อตั้งในปี 1997 เป็นการรวมกลุ่มกันของมหาวิทยาลัยชั้นนำโดยรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก 57 แห่ง จุดประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรนี้ก็คือ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำ องค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน และสนับสนุน ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Cyberport ฮ่องกง โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นสมาชิกอยู่ในเครือข่าย APRU นี้

2. APRU Virtual Student Exchange Program

จากสถานการณ์การไวรัสโควิดระบาด ทำให้ภาคการศึกษาต่างต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ทางเครือข่าย APRU ที่มีมหาวิยาลัยชั้นนำร่วม 13 แห่ง ที่รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ได้มีการนำโครงการที่ชื่อว่า ‘APRU Virtual Student Exchange Program’ เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี ได้เรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ โดยที่ไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ภายในโปรแกรมนักศึกษาจะได้ลงหลักสูตรทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยในเครือ APRU พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดกับนักวิชาการ และเพื่อนร่วมชั้นจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั้งยังสามารถเก็บหน่วยกิตจากมหาลัยนั้น ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นค่าเล่าเรียนปกติที่มหาวิทยาลัยบ้านเกิด

3. รูปแบบการเรียนการสอนของ โครงการ Virtual Student Exchange Program

หลักสูตรภายในโปรแกรมนี้จะเน้นไปในเรื่องของวัฒนธรรม และความรู้ทางนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่าง Cultural Immersion-Oriented Program, International Social Communities, Global Leadership และ Citizenship Training รวมไปถึงประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจทั่วโลก อย่าง Black Lives Matter โดยในโปรแกรมแม้ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ แต่นักศึกษาจะได้พูดคุยแบ่งปันความรู้กับนักวิชาการ และเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติ ผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ ทั้งยังสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายในหัวข้อที่หลากหลายได้ด้วย

4. มหาวิทยาลัยที่อยู่ในโครงการ

มหาวิทยาลัยหลักที่อยู่ในโครงการ ‘APRU Virtual Student Exchange Program’ นี้ประกอบด้วย

• จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

• Universidad San Francisco de Quito

• Waseda University

• Tsinghua University

• UCLA

• University of Oregon

• Tec de Monterrey

• HK University of Science and Technology

• CUHK

5. สำหรับนักศึกษาต่างชาติสามารถมาเป็น Exchange Student in Thailand ได้ง่าย ๆ

หากน้อง ๆ มีเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ และมีความสนใจในการมาเรียนที่ประเทศไทย แต่แน่นอนว่าด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด ทำให้เราไม่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ง่าย ๆ โครงการ Virtual Student Exchange Program เปิดโอกาสให้นักศึกษาชาวต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาไทยด้วย ที่มีความสนใจในการเรียนระดับปริญญาตรีที่ประเทศไทยได้ ได้มีโอกาสลงเรียนคอร์สที่ทางจุฬาฯ นำมาสอนดังนี้

• Management Under Different Culture

• Wellness and Life Extension

• Basic Thai for Foreigners

• 21st Century Buddhists

• Organic Gardening

• Elementary Food Technology

• Cross-cultural Communications

ทั้งนี้ทางจุฬาฯ ยังมีคอร์ส Basic Thai for Foreigners ให้กับนักศึกษาชาวต่างชาติอีกด้วย โดยเราขอย้ำเงื่อนไขกันอีกทีว่าต้องเป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่อยู่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในลิสต์นี้เท่านั้นนะ นอกจากจะได้เรียนหลักสูตรอันเข้มข้นจากทางจุฬาฯ แล้วยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ คนไทยและชาวต่างชาติ เปิดมุมมองการเรียนการสอนให้กว้าง และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

และทั้งหมดนี้คือการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ที่ชื่อว่า ‘The First Visual Student Exchange Program’ ให้นักศึกษาชาวไทยที่อยากไปเรียนเมืองนอก และนักศึกษาชาวต่างชาติที่อยากเป็น Exchange Student in Thailand ได้มีโอกาสเรียนคอร์สต่าง ๆ กับมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ในสถานการณ์ไวรัสแพร่ระบาดนี้ โดยน้อง ๆ สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะเรียนแบบเก็บหน่วยกิต Transfer Credit หรือเรียนในรูปแบบ Non-Credit ในตอนนี้
คอร์สต่าง ๆ ในโครงการเริ่มจะหมดกำหนดการรับสมัครแล้ว แต่ให้ปักหมุดกันไว้ให้ดี สำหรับการเปิดรับสมัครรอบต่อไป เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าจะทำให้เราได้เดินทางกันได้ง่าย ๆ