เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ ถกผู้ประกอบการถนนข้าวสาร-รามบุตรี เช็กลิสต์ความปลอดภัย สั่งปิด 3 ร้านไม่ผ่านเกณฑ์
Economic ‘ชัชชาติ’ ถกผู้ประกอบการถนนข้าวสาร-รามบุตรี เช็กลิสต์ความปลอดภัย สั่งปิด 3 ร้านไม่ผ่านเกณฑ์
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 69,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 69,200 บาท
“เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
Tech “เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ  ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
เศรษฐกิจภูมิภาค สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
Biz Movement มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
Business ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
World ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
ดูทั้งหมด

25 พฤศจิกายน วันวชิราวุธ เปิดประวัติอำมาตย์คู่พระทัย ควบ 23 ตำแหน่ง

25 พ.ย. 2565 | 08:06น.

วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันมหาธีรราชเจ้า และวันวชิราวุธ ซึ่งเป็นพระราชสมัญญา รัชกาลที่ 6 ซึ่งมีอำมาตย์คู่พระทัย ดำรงยศและบรรดาศักดิ์ 23 ตำแหน่ง

ในรัชสมัย รัชกาลที่ 6 หรือตามพระราชสมัญญา “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” นับเป็นยุคที่ข้าราชบริพารโดดเด่น เคียงคู่พระบารมี สูงสุด

เฉพาะอย่างยิ่ง “เจ้าพระยารามราฆพ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงลายพระราชหัตถ์ไว้ในพระราชบันทึกส่วนพระองค์ว่า “เป็นศุภมิตร”

ยศและตำแหน่ง เจ้าพระยารามราฆพ-เป็นทั้งผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก สมุหราชองครักษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในรัชสมัย รัชกาลที่ 6 เจ้าพระยารามราฆพ ได้บรรดาศักดิ์ และดำรงตำแหน่งถึง 23 ตำแหน่ง

“ตำแหน่งหน้าที่และบรรดาศักดิ์ ได้เป็นถึง 23 ตำแหน่ง แต่ใน 11 ตำแหน่ง ไม่ต้องมีความรับผิดชอบอันใด นอกจากไปนั่งประชุมเพื่อฟัง มาเรียนพระราชปฏิบัติเป็นบางครั้งบางคราว เป็นนายทหารพิเศษถึงนายพล เพื่อแต่งยูนิฟอร์มตามหน้าที่ สมุหราชองครักษ์” พระราชนิพนธ์ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล ทรงระบุไว้

ตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ราชเลขานุการพิเศษ, ราชองครักษ์พิเศษ, ผู้กำกับราชการกรมเรือยนตร์หลวง, เป็นอุปนายกเสือป่า, อุปนายกผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระ, กรรมการผู้จัดการธนาคารออมสิน (ชื่อเดิม แบงก์ลีฟอเธีย) นอกจากนั้นยังเป็นกรรมการที่ปรึกษา 7 แห่ง อาทิ

กรรมการที่ปรึกษาเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี, ที่ปรึกษาสภากาชาดแห่งสยาม, ที่ปรึกษาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ผู้ช่วยสภานายกราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม, สภานายกและกรรมการคณะฟุตบอลแห่งสยาม, เป็นสภานายกราชตฤณมัยแห่งสยาม, ราชเลขานุการส่วนพระองค์

“มีแต่ตำแหน่งประจำคือ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็กและผู้ช่วยราชการกระทรวงวัง สองหน้าที่นี้ที่เจ้าพระยารามฯ จะต้องรับผิดชอบเต็มที่ในฐานะอย่างคนสามัญเรียกว่า ‘พ่อบ้านแม่เรือน’ ฉะนั้นสิ่งไรเกี่ยวแก่ราชสำนักนัก เจ้าพระยารามฯ จะต้องรับผิดและชอบด้วยเป็นธรรมดาอยู่เอง”

ความก้าวหน้าในวงราชการ-ราชสำนัก รวดเร็ว ตามที่มีการกล่าวกันไว้ว่า เมื่ออายุได้ 22 ปี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นพระยาประสิทธิ์ศุภการ จากนั้นได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้าพระยารามราฆพ ชั้นสุพรรณบัฏ อันเป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ ขั้นสูงสุดทางราชการ ขณะที่มีอายุเพียง 31 ปี

ราชทินนาม “รามราฆพ” นั้นเป็นชื่อตำแหน่งหม่อมเจ้าราชนิกุล ผู้นั่งกลางช้างให้สมเด็จพระนเรศวรในสงครามยุทธหัตถีตามพงศาวดาร สะท้อนว่ารัชกาลที่ 6 ไว้วางพระราชหฤทัยเจ้าพระยารามราฆพ มากเพียงใด

ดังคำประกาศเลื่อนเกียรติยศ จากพระยาประสิทธิ์สุภการ ขึ้นเป็น เจ้าพระยารามราฆพ ตอนหนึ่งระบุว่า

“เป็นผู้จงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมั่นคงยิ่งนัก…ทรงไว้วางพระราชฤทัยมาช้านาน มีปรีชาญาณหยั่งทราบในกระแสร์พระบรมราโชบาย ตั้งใจสนองพระเดชพระคุณด้วยความอุตสาหะวิริยภาพอันแรงกล้า และเป็นผู้มีความประพฤติดำรงตนอยู่ในฐานะอันควรแก่ฐานันดรศักดิ์ที่ทรงพระกรุณาชุบเกล้าฯ แต่งตั้งไว้…นับว่าเป็นผู้เชิดชูเกียรติยศแห่งข้าหลวงเดิมทั้งปวง สมควรที่จะได้รับอิสริยศบรรดาศักดิ์สูง สมแก่ตำแหน่งราชการซึ่งได้บังคับบัญชาต่างพระเนตร์พระกรรณ์ให้ปรากฏสืบไป”

คำประกาศเลื่อนเกียรติยศนี้ ตามธรรมเนียม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งประกาศเอง หากไม่ทรงมีเวลา จะโปรดให้ผู้อื่นแต่งตามพระราชประสงค์และทรงตรวจแก้เอง ก่อนประกาศ

ม.จ.พูนพิศมัย ยังบันทึกไว้ด้วยว่า “…เจ้าพระยารามฯ เป็นพระเนตร์ พระกรรณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การที่ได้เป็นพระเนตร์พระกรรณ์นี่แหละ คือได้กำอำนาจไว้ทั้งหมด เพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นสุภาพบุรุษของอังกฤษ ซึ่งโดยมากยอมรักษาระเบียบ reserve และกระดาก shy ในการที่จะขยายตัวเองในการสมาคม break society จึงต้องมีคนที่เป็นพระเนตร์และพระกรรณ์”

นักเรียนเก่ามหาดเล็กหลวง พันตรี วิลาศ โอสถานนท์ ได้เล่าเรื่องราวเมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองมณฑลปักษ์ใต้ ไว้ว่า “เจ้าพระยารามราฆพ เป็นผู้ที่รู้จักพระอารมณ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างดี และเป็นผู้ที่ใช้ไหวพริบปฏิภาณผ่อนหนักเป็นเบาได้ดี”

นอกจากนี้ มีหลักฐานที่ชาววังสมัยนั้น เชื่อว่ามีอำมาตย์ ที่รู้จักและถวายงานพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อย่างดี มีอยู่อย่างน้อย 2 คน คือ 1.พระองค์เจ้าธานีนิวัติ และ 2.พระยาบุรีนวราษฎร์ (ชวน สิงหเสนี) เพราะท่านทั้งสองนี้ เป็นนักเรียนอังกฤษในสมัยใกล้ ๆ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้เป็นราชเลขานุการในพระองค์มาทั้งสองคน

ผู้ที่ในหลวง รัชกาลที่ 6 ทรงยกย่องเป็น “ศุภมิตร” อีกคน คือ “พระตำรวจเอก เจ้าพระยาราชศุภมิตร” หรือ อ๊อต ศุภมิตร สมุหพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ ในระหว่างที่ถวายงานในฐานะพระอภิบาลและราชองครักษ์อยู่ที่อังกฤษ เจ้าพระยาศุภมิตรได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายงานพิเศษ

ในรัชสมัย รัชกาลที่ 9 เจ้าพระยารามราฆพ ได้รับการแต่งตั้งเป็น “นายกรัฐเทศมนตรีเทศบาลกรุงเทพฯ” เป็นคนแรก และยังคงมากตำแหน่งจนกระทั่งวาระสุดท้าย ในปี 2510 คือ เป็นสภานายก สภาลูกเสือแห่งชาติ, สมุหพระราชวัง, ประธานกรรมการพระราชวัง และอุปนายกกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย

ในทรรศนะของ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชนิยม และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ในพระราชวงศ์จักรีไว้ 18 ประการ

1.โรงเรียนวชิราวุธ มีพระราชประสงค์จะให้เป็น public school ของอังกฤษ เมื่อจบแล้วออกไปรับราชการในราชสำนัก ฝึกหัดเป็นมหาดเล็กหลวง ทรงมีพระราชดำริว่า การสร้างวัดนั้นมีอยู่มากแล้ว จึงทรงรับวัดบวรนิเวศ อันเป็นที่พระทับเมื่อทรงผนวชเป็นพระภิกษุไว้เป็นวัดประจำรัชกาลตามราชประเพณี แล้วมีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า ให้แบ่งพระบรมอังคารฝังไว้ที่นี่กึ่งหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไปฝังไว้ที่พระพุทธรูปที่ทรงถวายพระนามไว้ว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ แต่ทรงสร้างโรงเรียนวชิราวุธขึ้นแทนวัด

2.มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ทรงใช้เงินที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ในรัชกาลที่ 5 พร้อมพระราชทานที่ดินของพระคลังข้างที่ทั้งผืน

3.ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ นามสกุล เป็นครั้งแรก

4.ทรงสร้างพระพุทธรูป ถวายพระนามว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนิยบพิตร์”

5.ทรงตั้ง “ลูกเสือ” 6.สร้างเรือรบ “พระร่วง” เรือหลวงลำแรกในประวัติศาสตร์ไทย จัดตั้งราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

7.สะพานพระราม 6 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำในพระนครเป็นอันแรก 8.พระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสร็จมีการขึ้นพระที่นั่ง ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา 3 รอบ

9.ทรงสร้างพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 10.ทรงขยายพระตำหนักพญาไท ตามแบบที่ทรงออกแบบเอง

11.ทรงสร้างเมืองเล็กเรียกว่า ดุสิตธานี ขึ้นในสวนที่พระราชวังพญาไท 12.เปิดใช้การประปา 13.โปรดให้เลิกโรงหวย โรงบ่อน

14.เลิกใช้ฝรั่งเดินรถและเรือไฟในทางราชการ 15.ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ ไม่น้อยกว่า 160 เล่ม

16.ให้ผู้หญิงไว้ผมยาวและนุ่งผ้าซิ่น 17.ทรงเปลี่ยนธงช้างเป็นธงไตรรงค์ 18.ทรงเปลี่ยนคำปลายของเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็น “ชัยโย” จากคำเก่า ที่ลงท้ายว่า “ฉนี้”

โปรดให้จัดงานรื่นเริง-งานเลี้ยงแต่งแฟนซี การแสดงละคร ทรงยกเลิกธรรมเนียม การถวายรายชื่อหญิงบรรดาศักดิ์ 12 พระกำนัล เพื่อทรงใช้สอยหลังพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชกิจประจำวัน ตามที่ “ม.จ.พูนพิศมัย” บันทึกไว้คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตื่นบรรทมราว 11-12.30 นาฬิกา…ทรงหนังสือราชการ เสวยพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ทรงกีฬาเทนนิส แบดมินตัน ทรงพระอักษร ตอนค่ำมักจะมีข้าราชการเข้าร่วมโต๊ะเสวย (ตามที่เจ้าพระยารามฯเห็นชอบ) ซ้อมละคร ทรงไพ่ bridge…ทรงไดอารี่”

เกี่ยวกับ “บันทึกส่วนพระองค์” หรือ “ไดอารี่” ทั้งหมด 6 เล่มนั้น มีการบันทึกไว้ 2 แบบ

แบบแรก ผู้ใช้นามปากกาว่า “สมัยทอง” แห่งหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ เขียนไว้ว่า “…เมื่อใกล้สวรรคต พระราชทานกุญแจตู้ที่เก็บพระสมุดให้เจ้าพระยารามราฆพรักษาไว้ และมีพระราชดำรัสว่า สมุดเหล่านี้ข้าให้เจ้า เมื่อข้าตายแล้ว แต่ไปในภายภาคหน้า จงพิมพ์สมุดเหล่านี้ออกขายเถิดจะได้เงินมาก”

ภายหลังที่เสด็จสวรรคต…รัชกาลที่ 7 รับสั่งเรียกสมุดเหล่านี้ไปทอดพระเนตร เมื่อเจ้าคุณรามฯ ขอพระราชทานคืน ได้ทรงตอบว่า “สมุดบันทึกส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 6 เป็นหนังสือราชการลับ หาสมควรพระราชทานแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” สมุดจึงตกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

แบบที่สอง ม.จ.พูนพิศมัย บันทึกไว้ว่า “เจ้าพระยารามฯ ได้คืนไป และได้เอาไปให้รัฐบาลใหม่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว”

ต้นฉบับ “บันทึกส่วนพระองค์” ที่ทรงใช้นามปากกาว่า “ราม วชิราวุธ” ทรงบันทึกไว้ว่า “ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖ จัดไว้ให้แด่เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ กรุงเทพ) ผู้เป็นศุภมิตร เล่มที่ ๑ กล่าวตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลก่อนจนสิ้นปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มีบัญชีอยู่ท้ายสมุด แต่น่า ๔๐๑ ไป”

ต่อมาอยู่ในความครอบครองของ “พระมหาเทพกษัตรสมุห” อดีตข้าราชสำนัก ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งสำนักพิมพ์มติชน ได้ตีพิมพ์ออกจำหน่ายครั้งแรก พฤศจิกายน 2545

ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ที่ปลุกให้คนไทยหันมารักชาติ รักบ้านเมือง รักความเป็นไทย รักอิสระ รักหนังสือไทย ภาษาไทย และรู้รักสามัคคี ราชการจึงได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกวันมหาธีรราชเจ้า และวันวชิราวุธ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัชกาลที่ 6