เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

ย้อนรอย 2565 Unlock Thailand จุดเริ่มต้น Re-start “ท่องเที่ยวไทย”

31 ธ.ค. 2565 | 12:17น.
Unlock Thailand

ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศโดยจากโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บอกซ์” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 และขยายผลต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง สมุย กระบี่ พังงา เป็นรูปแบบ sealed routes ฯลฯ ก่อนจะเปิดทั่วประเทศด้วยการเปิดให้ลงทะเบียนขอ COE ผ่านระบบ Thailand Pass ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564

จากนั้น 1 กุมภาพันธ์ 2565 รัฐบาลเปิดใช้ระบบ Test & Go ยกเลิกกักตัว แต่ยังให้ตรวจ RT-PCR และทยอยผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องด้วยการยกเลิกระบบ Test & Go เมื่อ 1 พฤษภาคม 2565 และยกเลิกการลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565

เรียกว่า เป็นจุดเริ่มต้นการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบของประเทศไทย หรือ Unlock Thailand

โดยหลังจากประกาศเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาพลิกฟื้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 เป็นต้นมา พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเกิน 1 ล้านคนต่อเดือน

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ล่าสุดพบว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565-22 ธันวาคม 2565 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 11.049 ล้านคน โดย 5 อันดับที่เดินทางเข้ามาสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย 1.812 ล้านคน รองลงมาคือ อินเดีย 9.23 แสนคน สปป.ลาว 7.96 แสนคน สิงคโปร์ 5.63 แสนคน และกัมพูชา 5.62 แสนคน ตามลำดับ

ปี 2565 จึงน่าจะเป็นปีที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ re-start ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอีกครั้ง และเป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สรุปเหตุการณ์สำคัญไว้ ดังนี้

เคาะเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน”

ลุ้นกันต่อไปสำหรับการจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ของไทย หรือที่เรียกว่า “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว” ตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562 ที่ระบุไว้ว่า ให้รัฐบาลจัดเก็บเงินค่าประกันภัยและประกันชีวิตจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 300 บาทต่อคน

โดยให้นำมาบริหารภายใต้ “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ” ภายใต้คณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน ซึ่งแนวทางการดำเนินงานทั้งหมดก็จะให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของการจัดเก็บที่แบ่งเป็น 2 ส่วน

ประกอบด้วย 1.นำไปจ่ายเป็นค่าประกันภัยและประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 2.นำไปพัฒนาฟื้นฟูและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

“ทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง หลังจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯขอถอนออกจากวาระเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. ไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2565 ด้วยเหตุผลว่าอยากให้ดูรอบด้านมากกว่านี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

สำหรับแนวทางการจัดเก็บนั้นจะจัดเก็บเฉพาะชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย และเป็นชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้น

ภูเก็ตชิงเจ้าภาพเอ็กซ์โป 2028

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ

เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน เอ็กซ์โป 2028 ภูเก็ต ประเทศไทย (Expo 2028 Phuket Thailand) ภายใต้แนวคิด “Future of Life : Living in Harmony, Sharing Prosperity” หรือ “ชีวิตแห่งอนาคต แบ่งปันความรุ่งเรือง อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว”

โดยได้นำเสนอวิสัยทัศน์ครั้งแรกไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 หากจังหวัดภูเก็ตได้รับสิทธิจะถือเป็นเมืองแรกในอาเซียนที่ได้จัดงานเอ็กซ์โประดับโลก

โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 141 ไร่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้ร่วมงานหมุนเวียนจากนานาประเทศทั่วโลกได้ถึง 7 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศราว 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้จะประกาศผลการคัดเลือกในเดือนมิถุนายน 2566

“จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ระบุว่า หากจังหวัดภูเก็ตของไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ จะก่อให้เกิดการสร้างรายได้ไม่แค่เพียงภายในเมืองที่จัดงานเท่านั้น หากยังสร้างรายได้ไปยังกลุ่มจังหวัดอันดามันและประเทศไทยโดยภาพรวม

โดยคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) 39,357 ล้านบาท เกิดการจ้างงานมากกว่า 110,000 ตำแหน่ง รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 9,512 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมถือว่าคุ้มค่าเพราะได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงถึง 9 เท่า

ทอท.บริหาร 3 สนามบิน ทย.

ลุ้นกันนานสำหรับแผนการรับโอนสนามบินสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 30 สิงหาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบให้ ทอท.

ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เข้าไปเป็นผู้รับผิดชอบ ดูแล และบริหารท่าอากาศยาน ในความดูแลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อุดรธานี, บุรีรัมย์ และกระบี่

จากปัจจุบันที่ ทอท.บริหารท่าอากาศยานหลักอยู่ 6 แห่ง ภาคเหนือ 2 แห่งคือ เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ภาคกลาง 2 แห่งคือ ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ และภาคใต้ 2 แห่งคือ หาดใหญ่ (สงขลา) และภูเก็ต

“นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงโครงข่ายระบบท่าอากาศยาน (airport system) และการดำเนินธุรกิจการขนส่งทางอากาศในรูปแบบคลัสเตอร์ และเป็นจุดที่เป็นฮับและเกตเวย์ไปยังประเทศใกล้เคียงตามนโยบายของรัฐบาล

โดยขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านและโอนสิทธิบริหารน่าจะเปลี่ยนผ่านเสร็จภายในประมาณ 5-6 เดือน นับจากตั้งแต่มีมติ ครม. (30 สิงหาคม 2565)

สำหรับงบประมาณลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่งดังกล่าวนี้ เบื้องต้น ทอท.กำหนดไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ตลอดสัญญาการบริหาร 30 ปี แบ่งเป็น ท่าอากาศยานอุดรธานี 3,523 ล้านบาท บุรีรัมย์ 460 ล้านบาท และกระบี่ ประมาณ 5,216-6,487 ล้านบาท

ขยายฟรีวีซ่า 45 วัน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเพิ่มระยะเวลาการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ โดยระบุสาระสำคัญว่าเป็นการขยายระยะเวลาในการพำนักในราชอาณาจักรสำหรับคนต่างด้าวบางจำพวกที่เดินทางเข้าประเทศไทย 3 เรื่องหลัก

ประกอบด้วย 1.คนต่างด้าวที่ขอรับการตรวจลงตรา Visa on Arrival ขยายระยะเวลาจากเดิมพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน เป็นไม่เกิน 30 วัน และ 2.คนต่างด้าวผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่รัฐบาลของประเทศนั้น ได้ทำความตกลงระหว่างกันกับรัฐบาลไทย กรณีการยกเว้นการตรวจลงตรา ขยายจากเดิมไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน

และ 3.คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วคราว ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.30 ซึ่งเป็นมาตรการที่ไทยให้ฝ่ายเดียว ขยายจากเดิมไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน

โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565-31 มีนาคม 2566 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

เอเปค ดันเงินสะพัด โรงแรมหรู

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ APEC 2022 Thailand ที่จัดขึ้นระหว่าง 16-19 พฤศจิกายน 2565 ช่วยให้การท่องเที่ยวของไทยโดยรวมตลอดเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2565 คึกคักขึ้น ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด

“มาริสา สุโกศล หนุนภักดี” นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โรงแรมที่ได้รับอานิสงส์หลัก ๆ ในช่วงการประชุมเอเปคส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมระดับ 5-6 ดาวเป็นหลัก

โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมในกลุ่มดังกล่าวเต็มเกือบทุกแห่ง และไม่เพียงแค่ในช่วงการจัดประชุมเท่านั้น ผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตามบางส่วนเดินทางมาก่อนที่จะมีการประชุม และบางส่วนยังอยู่ท่องเที่ยวต่อ ทำให้ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ดีต่อเนื่องตลอดเดือนพฤศจิกายน 2565

ทั้งนี้ ประเมินกันว่าการประชุมเอเปคครั้งนี้ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในภาคการท่องเที่ยวมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมน่าจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

รถไฟจีน-ลาวโอกาสเที่ยวไทย

แม้ว่ารถไฟ “จีน-ลาว” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา จะไม่ได้เชื่อมโยงเข้าสู่แผ่นดินไทย แต่กูรูด้านการท่องเที่ยวหลายรายต่างมองว่า หากด้านการท่องเที่ยว พร้อมผนึกเส้นทาง R3A รถไฟขบวนนี้น่าจะนำพาเม็ดเงินมหาศาลมาสู่ภาคการท่องเที่ยวไทย

โดยตั้งแต่กลางปี 2565 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยมีความตื่นตัวสูงมากในการพยายามมองหา “โอกาส” จากการเปิดให้บริการรถไฟขบวนดังกล่าว

“ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บอกว่า การเกิดขึ้นของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวจีนตอนใต้ รวมถึงชาวลาวเดินทางเข้าประเทศไทยได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งจะเกิดผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน

โดยคาดการณ์ว่าเมื่อมีการเปิดเส้นทางรถไฟอย่างเต็มรูปแบบจะมีผู้ใช้รถไฟราว 3 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 1-1.5 ล้านคน ส่วนการส่งเสริมนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยได้มากน้อย ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการผ่านแดน

ทั้งนี้ การส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากจีนและลาวข้ามชายแดนมาท่องเที่ยวในไทยนั้น ทั้ง 2 ประเทศต้องผ่อนคลายกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง-ศุลกากรให้ง่ายขึ้น พร้อมใช้เทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอนทั้งทางบก-ทางน้ำ

ขณะเดียวกันผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเร่งเตรียมพร้อมรับมือจำนวนนักท่องเที่ยว โดยการออกแบบเส้นทางทั้งทางบก ทางอากาศเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการทัวร์ฝั่งไทยและลาวหลายรายทำแพ็กเกจการท่องเที่ยวรถไฟจีน-ลาวแล้ว

รัสเซียเหมาลำเข้าพัทยา-ภูเก็ต

ผลกระทบจากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียชะลอการเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงส่งผลให้สายการบินบางส่วนหยุดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดประเทศไทยนั้นล่าสุดสายการบินทางฝั่งรัสเซียได้ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทั้งในรูปแบบเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (charter flight) ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้การท่องเที่ยวของไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวรัสเซียแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเก็ต พัทยา (ชลบุรี) และกรุงเทพฯ

โดยสายการบิน Azue Airline ซึ่งเป็นสายการบินเช่าเหมาลำระดับภูมิภาคในรัสเซีย ได้จับมือกับบริษัททัวร์รายใหญ่อย่าง Anex Tour และ Coral Tour ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจาก 11 เมืองของรัสเซีย ลงสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จ.ระยอง และจาก 6 เมืองของรัสเซียลงสนามบินนานาชาติภูเก็ต

และสายการบิน Ikar Airline สายการบินเช่าเหมาลำอีกรายของรัสเซีย จับมือกับบริษัท เพกัส ทัวริสติค (Pejas) ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจาก 4 เมืองของรัสเซีย ลงภูเก็ต และอีก 1 เมืองลงกระบี่ (ผู้โดยสารเที่ยวภูเก็ต) นอกจากนี้ สายการบินแอโรฟลอต (Aeroflot Airline) สายการบินแห่งชาติรัสเซีย และสายการบินเอสเซเว่น (S7 Airline)

ที่ให้บริการเที่ยวบินประจำยังเพิ่มความถี่เที่ยวบินต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) และสนามบินนานาชาติภูเก็ต โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา

“ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า แผนการบินของสายการบินต่าง ๆ ทั้งส่วนที่เป็นเที่ยวบินประจำ (schedule flight) และเช่าเหมาลำ (charter flight) นี้จะให้บริการไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งเป็นไปตามตารางการบินฤดูหนาว (winter schedule)

โดยคาดว่าจะทำให้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียสำหรับปี 2565 นี้ ประมาณ 300,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในปี 2566

เปิดสนามบิน “เบตง”

กระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 ภายใต้งบประมาณราว 1,900 ล้านบาท สร้างเสร็จเมื่อปี 2562 แต่ก็ไม่สามารถเปิดทำการบินได้

กระทั่งได้ฤกษ์เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานในการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ของสายการบินนกแอร์ เส้นทางดอนเมือง-เบตง

โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปแค่ 2 วัน นกแอร์ ซึ่งเป็นเพียงสายการบินเดียวที่ทำการบินสู่สนามบินเบตงก็ประกาศปิดระบบการจองตั๋วโดยสาร และหยุดทำการบินชั่วคราว เนื่องจากมีจำนวนผู้โดยสารไม่เพียงพอกับต้นทุนการดำเนินการ

จากนั้น 8 เมษายน 2565 นกแอร์ได้เซ็น MOU ร่วมกับ 3 บริษัททัวร์รายใหญ่ฟื้นเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เบตง (ยะลา) อีกครั้ง โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมสนับสนุน ภายใต้แคมเปญ “เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์”

สายการบินนกแอร์จึงเริ่มกลับมาให้บริการเส้นทางบินตรงดอนเมือง-เบตงอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2565

แคมเปญ “เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์” ได้ดำเนินงาน 2 เฟส คือ เฟสแรก 3 เดือน (ปลายเดือน เม.ย.-ก.ค.) โดย ททท.ให้การสนับสนุนงบประมาณบางส่วน และส่วนเฟส 2 ช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. เป็นช่วงต่อโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” รัฐบาลสนับสนุนการเที่ยวผ่านทัวร์สูงสุด 5,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่สิ้นสุดโครงการ เฟส 2 เมื่อสิ้นเดือนตุลาคม 2565 “นกแอร์” ก็ประกาศยุติทำการบินเป็นการชั่วคราวอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้สนามบินเบตงต้องปิดให้บริการชั่วคราวอีกครั้งเช่นกัน

คนไทยแห่เที่ยว ‘ญี่ปุ่น’

นทีที่ญี่ปุ่นประกาศเปิดประเทศเต็มรูปแบบเมื่อ 11 ตุลาคม 2565 พบว่ามีคนไทยเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง (FIT) และที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์

“เอนก ศรีชีวะชาติ” นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น และประธานบริษัท “ยูนิไทย แทรเวล” ให้ข้อมูลว่า ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นความนิยมอันดับ 1 ของคนไทย และยังเป็นตลาดที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัย เมื่อบวกกับค่าเงินเยนที่ยังอ่อนค่ายิ่งทำให้ “ญี่ปุ่น” ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากคนไทย

สอดรับกับ “ธนพล ชีวรัตนพร” เจ้าของบริษัท แตงโมทัวร์ จำกัด และบริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด และในฐานะอุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ที่บอกว่า ตลาดคนไทยเที่ยวนอกที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดคือ ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการจัดการท่องเที่ยวค่อนข้างดี และเป็นเดสติเนชั่นที่คนไทยนิยมมากที่สุด ตามด้วย เกาหลี ไต้หวัน และฮ่องกง

และประเมินว่าในปี 2566 ตลาดญี่ปุ่นน่าจะเป็นตลาดที่ยังมาแรง และเป็นตลาดเดียวที่จะกลับมาได้ใกล้เคียงกับปี 2562 คือมีจำนวนคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นราว 1.3 ล้านคน

ส่วนตลาดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ไต้หวันน่าจะฟื้นตัวได้ราว 50% ขณะที่ตลาดฮ่องกง คาดว่าจะฟื้นตัวได้ประมาณ 60% เนื่องจากคนไทยรู้จักและคุ้นเคยกับฮ่องกงเป็นอย่างดี

ขณะที่เส้นทางท่องเที่ยวในโซนยุโรปนั้นแม้จะเปิดประเทศก่อนภูมิภาคเอเชีย แต่หลายประเทศยังมีปัญหาเรื่องความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงกระบวนการขั้นตอนการขอวีซ่าที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ไม่สามารถทำตลาดในส่วนของกรุ๊ปทัวร์ได้มากนัก

จึงคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์โดยรวมไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ปี 2566 ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศน่าจะกลับมาได้ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปี 2562 หรือมีจำนวนคนไทยเที่ยวต่างประเทศประมาณ 5-6 ล้านคน