เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
World เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
ดูทั้งหมด

ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’

29 ก.ค. 2569 | 17:36น.
คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์
คอลัมน์: ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด

หากจะถามว่าอุตสาหกรรมไหนฟื้นตัวได้เร้าใจและมีมู้ดคึกคักที่สุดในยุคหลังโควิด-19 เชื่อว่า ‘ธุรกิจคอนเสิร์ตและมิวสิกเฟสติวัล’ ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ภาวะอัดอั้นจากการถูกเว้นระยะห่างไปหลายปี ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่ทำให้ผู้คนโหยหาบรรยากาศความสนุกสด ๆ และพลังงานหน้าเวที ส่งผลให้ตลาดมิวสิกอีเวนต์ทั้งในไทยและต่างประเทศกลับมาท็อปฟอร์มจนกลายเป็นยุคทอง

สะท้อนผ่านปรากฏการณ์ “ศึกกดบัตร” ที่ Sold Out ในเวลาไม่กี่นาที บรรยากาศของแฟนเพลงที่พร้อมใจกันแต่งตัวจัดเต็มตามธีมอัลบั้ม พลังการร้องกระหึ่มและกระโดดร่วมกันสุดตัว ขณะที่ฝั่งผู้จัดและศิลปินก็ยกระดับโปรดักชั่น ทั้งแสง สี เสียง และภาพกราฟิกสุดล้ำ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนฟังได้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมกับโชว์มากกว่ายุคไหน ๆ

แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่านั้น คือพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยเก็บเงินรอไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ระดับสเตเดียมเพียงปีละ 1-2 ครั้ง ปัจจุบันกลับหันมาเข้า ‘ไลฟ์เฮาส์ (Live House)’ คอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดกลางถึงเล็กที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ เพื่อเสพดนตรีสดกันเกือบทุกสุดสัปดาห์หรือแม้กระทั่งวันธรรมดา การไปดูวงเล่นสดกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ต่างจากการไปนั่งคาเฟ่ ดูหนัง หรือเดินห้าง การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสเปซดนตรีขนาดเล็กนี้เองที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางธุรกิจครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม

ในขณะที่ผู้จัดรายใหญ่ต้องทุ่มเงินมหาศาลแย่งชิงตัวซูเปอร์สตาร์ และแบกรับความเสี่ยงของเมกะอีเวนต์ สภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงกลับเปิดทางให้ ‘ผู้จัดหน้าใหม่’ เข้ามาแทรกตัวด้วยคอนเสิร์ตสเกลกลางถึงเล็กที่ราคาบัตรจับต้องได้มากกว่า ขณะเดียวกันยังสามารถเลี่ยงการแข่งขันดุเดือด ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มเฉพาะ เช่น ซิตี้พ็อป หรืออินดี้ เพื่อสร้างคอมมิวนิตี้ที่เหนียวแน่น

เพราะแฟนเพลงยุคนี้มีความเป็น Fandom สูง พร้อมสนับสนุนงานที่เข้าใจวัฒนธรรมของพวกเขาจริง ๆ โดยใช้ไลฟ์เฮาส์ความจุหลักร้อยถึงหลักพันเป็น “ห้องทดลองความเสี่ยงต่ำ” ในการจัดงานรวมวง เพื่อเช็กกระแสและคัดกรองว่าศิลปินคนไหนมีแฟนคลับที่พร้อมจ่ายเงินมาดูจริง ก่อนจะขยับสเกลไปสู่งานที่ใหญ่ขึ้น

ไม่เพียงแค่ฝั่งผู้จัดเท่านั้น แต่ Ecosystem ของไลฟ์เฮาส์ที่รันกันทุกสัปดาห์ยังเปรียบเสมือน ‘สปริงบอร์ด’ ชั้นดีให้ ‘วงดนตรีอินดี้หน้าใหม่’ ได้แจ้งเกิด ในอดีตวงอินดี้มักติดปัญหาเรื่องไม่มีพื้นที่ปล่อยของ แต่ยุคนี้วงสามารถเริ่มจากการร่วมไลน์อัพงานรวมมิตร 3-5 วงเพื่อแชร์ฐานคนฟัง และใช้เสน่ห์ของการแสดงสดตกคนฟังหน้าเวทีให้กลายมาเป็นแฟนคลับพันธุ์แท้

ควบคู่ไปกับการทำ Short-Form Video บน TikTok หรือ Reels ตัดคลิปช่วงซ้อมหรือท่อนฮุกเด็ด ๆ ลงโซเชียลเพื่อสร้างตัวตน หากคลิปกลายเป็นไวรัล แฟน ๆ จะตามไปฟังเพลงเต็มในสตรีมมิ่งเอง ยิ่งวงไหนมีภาพลักษณ์และสไตล์การแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งช่วยสร้างภาพจำให้โดดเด่นออกมาจากท้องตลาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ที่สำคัญที่สุด นี่คือยุคของศิลปินอิสระหรือวัฒนธรรม DIY อย่างแท้จริง ศิลปินอินดี้ยุคนี้สามารถอัดเพลง มิกซ์เสียง และปล่อยผลงานเข้าสตรีมมิ่งทั่วโลกได้เองจาก Home Studio โดยไม่ต้องนั่งรอค่ายเพลงอนุมัติ ทำให้พวกเขามีอิสระและถือลิขสิทธิ์เพลง 100% สามารถทดลองแนวเพลงใหม่ๆ หรือข้ามไปคอลแลบกับแบรนด์ศิลปินแนวอื่นได้อย่างยืดหยุ่น

และด้วยจุดแข็งเรื่องความเข้าถึงง่าย การสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจผ่านโซเชียล รวมถึงการลงมาขายของด้วยตัวเองหลังจบคอนเสิร์ต ก็ช่วยเปลี่ยนสินค้า Merchandise อย่างเสื้อยืด แผ่นเสียง หรือเทปคาสเซ็ตต์ ให้กลายเป็น “ของสะสม” ที่สร้างรายได้หลักหล่อเลี้ยงวง เพราะแฟนคลับยุคนี้ยินดีจ่ายเพื่อซัพพอร์ตวงที่รักให้มีทุนทำผลงานต่อไป

ยุคทองของคอนเสิร์ตวันนี้จึงอาจไม่ได้วัดกันแค่ความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับสเตเดียมอีกต่อไป แต่คือการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนให้ “ดนตรีสด” กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไลฟ์เฮาส์ในวันนี้จึงเป็นทั้ง Sandbox ทางธุรกิจของผู้จัดหน้าใหม่ที่มองเห็นช่องว่าง และเป็นสปริงบอร์ดแจ้งเกิดที่ทำให้วงดนตรีอินดี้สามารถสร้างตัวตน เติบโต และพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมดนตรียุคใหม่