“ทีเส็บ” เร่งไมซ์ในประเทศ หวังเมษา’64 ต่างชาติเริ่มไหลกลับ
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือทีเส็บ ในฐานะองค์กรหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค สร้างภาพลักษณ์ไมซ์ไทย และพัฒนานวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไมซ์
ในปี 2563 ที่ผ่านมา ธุรกิจงานแสดงสินค้านานาชาติในไทยมีมูลค่าต่อ GDP สูงเป็นอันดับ 26 ของโลก และอันดับที่ 8 ของภูมิภาคเอเชีย โดยประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็น
จุดหมายปลายทางของการจัดกิจกรรมไมซ์ เป็นอันดับที่ 2 ของโลกและกรุงเทพฯได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของเอเชีย ในฐานะเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการจัดงานที่มีความสามารถโดดเด่นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ปี”63 ผู้ร่วมงานไมซ์ลดลง 60%
“จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บให้ข้อมูลว่า ปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไมซ์ทุกประเทศลดลงจากปีก่อนกว่า 60% โดยประเทศไทยมีนักเดินทางไมซ์รวม 10.456 ล้านคน สร้างรายได้ 61,317 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเดินทางไมซ์ต่างชาติ 5 แสนคน สร้างรายได้ 29,819 ล้านบาท และนักเดินทางไมซ์ในประเทศ 9.95 ล้านคน สร้างรายได้ 31,498 ล้านบาท ทั้งนี้ ประมาณการได้ว่าตลอดทั้งปีงบประมาณ 2563 นี้ อุตสาหกรรมไมซ์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
จะเกิดการใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมไมซ์มูลค่ารวมราว 1.65 แสนล้านบาท ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้จากการจัดกิจกรรมไมซ์ 11,590 ล้านบาท และทำให้เกิดการจ้างแรงงานไมซ์กว่า 95,300 อัตรา

ทุ่มกระตุ้นไมซ์ในประเทศ
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของผลกระทบจากไวรัสโควิดนี้ “ทีเส็บ” จึงวางแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปีงบประมาณ 2564 ด้วยแนวคิด “ไมซ์วิถีใหม่ เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และสร้างความเข้มแข็งจากภายในผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ การกระตุ้นตลาดในประเทศ การดึงงานนานาชาติ การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทย เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้กลับมาโดยเร็ว
โดยในส่วนของการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ จะมุ่งเน้นกระจายงานสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และชาวบ้าน พร้อมทั้งยกระดับการจัดงานไมซ์ในภูมิภาคให้เป็นงานระดับประเทศ ทั้งนี้ มีแผนกระตุ้นการจัดงานภายในประเทศทั่วไทยให้เกิดการเดินทางโดยเร็วที่สุด หรือภายในไตรมาสแรกปี 2564 (ตุลาคม-ธันวาคม 2563)
เร่งตลาดผ่านตัวแทน 7 ประเทศ
สำหรับการเตรียมดึงงานนานาชาตินั้น”ทีเส็บ” จะมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านเวทีการจัดงานแสดงสินค้าเจาะรายอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการจัดทำแผนแม่บทงานแสดงสินค้านานาชาติ ภายใต้แคมเปญ “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนต์”ซึ่งเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนและส่งเสริมงานแสดงสินค้านานาชาติในกลุ่มโลจิสติกส์และโครงสร้าง และกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานใหม่ รวมถึงประมูลสิทธิ์งานระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวแนวคิด “เฟสติวัล อีโคโนมี” ส่งเสริมการจัดงานเทศกาลกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อสร้างมูลค่าและการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้กับพื้นที่และจังหวัดต่าง ๆ
รวมถึงเตรียมแผนดึงงานไมซ์ในตลาดต่างประเทศผ่านตัวแทนการตลาดใน 7 ประเทศ คือ จีน, อินเดีย, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, ยุโรป และอเมริกาเหนือ ในการอัพเดตสถานการณ์และข้อมูลเชิงลึก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับกลุ่มเดินทางไมซ์จากทั่วโลกอีกครั้ง
ส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม “ทีเส็บ” มีมาตรการช่วยเหลือ สนับสนุน และฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาการจัดงานในรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบผสมผสาน (hybrid) โดยในไตรมาสแรกนี้มีแผนสนับสนุนการใช้ virtual meeting space แพลตฟอร์ม หรือการส่งเสริมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าออนไลน์
One Stop Service for MICE
ด้านการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์นั้น “จิรุตถ์” บอกว่า ทีเส็บได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกธุรกิจไมซ์ (one stop service center for MICE) เพื่อให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาในการจัดงานเชื่อมโยงธุรกิจไมซ์ครบวงจรด้วยระบบดิจิทัล อำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบและมาตรการส่งเสริมธุรกิจไมซ์รวมทั้งการประสานงานให้บริการจัดงานไมซ์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาการให้บริการไมซ์เลน (MICE lane) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่เข้ามาจัดประชุมและแสดงสินค้าประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานการตรวจคนเข้าเมืองในการอนุเคราะห์การอำนวยความสะดวกขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง, บริการ fast track, visa on arrival และการดูแลด้านสุขอนามัย (health control) เป็นต้น
ตั้งเป้าปี”64 รายได้บวก 3.5%
“จิรุตถ์” บอกด้วยว่า สำหรับปีงบประมาณ 2564 นี้ การระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศไทย แต่ทีเส็บคาดว่าอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจะเติบโตได้ประมาณ 3.5% โดยในช่วงไตรมาสแรก (ตุลาคม-ธันวาคม 2563) นี้ มีจำนวนงานที่ทีเส็บให้การสนับสนุนแล้วราว 70 งาน
ขณะเดียวกัน นอกจากไมซ์ในประเทศแล้ว “ทีเส็บ” ยังเชื่อว่านักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศบางส่วนจะเริ่มกลับมาในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไปด้วย
โดยยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประเทศ