สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน ทางเลือกเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง SMEs

เอสเอ็มอี กับ Sustainable Finance
คอลัมน์ : สมาร์ท SMEs
ผู้เขียน : ttb analytics

เงินทุนหมุนเวียน คือ จำนวนเงินที่กิจการต้องเตรียมเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจจากรูปแบบการจ่ายเงินและการรับเงินที่มีระยะเวลาต่างกันออกไป

จากการประเมินโดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics พบภาพรวมธุรกิจ SMEs สำรองเงินเพื่อเครดิตการค้าที่ให้ลูกค้าของกิจการ 75 วัน และสำหรับสินค้าคงคลัง 63 วัน โดยได้รับเครดิตจากผู้ขายที่ 50 วัน ส่งผลให้ SMEs ต้องสำรองเงินทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ 88 วัน

ดังนั้น ในกรณีที่ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการย่อมเพิ่มขึ้นซึ่งเงินทุนของทาง SMEs อาจไม่เพียงพอ และอาจกระทบต่อโอกาสขยายขนาดกิจการ สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันการเงินจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอสำหรับการขยายขนาดธุรกิจเชิงรุกได้ ซึ่งการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามรูปแบบของธุรกิจ และมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1.ลักษณะการประกอบธุรกิจต้องมีความชัดเจน ธุรกิจ SMEs ควรแสดงให้ทางสถาบันการเงินรับรู้เกี่ยวกับการรับรู้รายจ่าย เช่น สั่งซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าจากผู้ขายรายใด และระยะเวลาได้รับเครดิตเทอม ระยะเวลาที่ต้องสำรองสินค้าคงคลังไว้เพื่อรองรับยอดขาย รวมถึงการขายสินค้าให้กับลูกค้าหลัก ๆ รายใด และระยะเวลาให้เครดิตทางการค้า เพื่อให้ทางสถาบันการเงินทราบถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และอนุมัติสินเชื่อหมุนเวียนโดยให้ระยะเวลาชำระคืนอย่างเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจจริง

2.ความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับ สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันการเงินที่ทาง SMEs ได้รับอนุมัติ ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองเงินไว้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเหมือนกัน แต่เงื่อนไขการใช้จะแตกต่างกันออกไป

เช่น 1) สินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี (overdraft : OD) ที่ใช้ได้สะดวกและเงื่อนไขน้อยที่สุด แต่วงเงินอนุมัติมักไม่สูงและดอกเบี้ยจะสูงที่สุดในกลุ่มของสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน

2) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (promissory note : P/N) ที่มีเงื่อนไขในการเบิกใช้ เช่น การใช้เอกสารประกอบ ได้แก่ ใบแจ้งหนี้ (invoice) หรือใบเรียกเก็บเงิน (bill) โดยเงินสินเชื่อจะถูกนำเข้าบัญชีของ SMEs ตามจำนวนที่เบิกใช้โดยตรง และ SMEs เป็นผู้บริหารจัดการเงินนั้นด้วยตนเอง

3) สินเชื่อเพื่อการชำระสินค้าต่างประเทศ/ในประเทศ (trust receipt/domestic trust receipt : TR/DTR) สินเชื่อประเภทนี้มีเงื่อนไขการเบิกใช้เหมือนตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่จำนวนเงินที่เบิกจะเข้าบัญชีของผู้ขายสินค้าให้กิจการโดยตรง และบันทึกเป็นยอดหนี้ของ SMEs ที่มีกำหนดระยะชำระคืนตามที่อนุมัติ ซึ่งการขอสินเชื่อในรูปแบบนี้ช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนได้ง่ายขึ้นจากความเสี่ยงของการใช้วงเงินผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตั๋วสัญญาใช้เงินและสินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี

3.ร่วมรับความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ การให้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเปรียบเหมือนสถาบันการเงินสำรองเงินทุนหมุนเวียนแทนส่วนของธุรกิจ SMEs ดังนั้น SMEs อาจแสดงให้สถาบันการเงินรับรู้ถึงการร่วมรับความเสี่ยง โดยการวางหลักประกันที่เหมาะสม เช่น ทรัพย์สินของกิจการ หรือทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการ โดยเฉพาะในทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องไม่สูง เช่น ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง หรือหุ้นกู้ เนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ง่าย ซึ่งการนำหลักประกันโดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องไม่สูงและไม่กระทบต่อสภาพคล่องของกิจการ จะช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น

กล่าวโดยสรุป สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนสามารถช่วย SMEs เสริมสภาพคล่องรองรับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม 
ประเด็นสำคัญคือ SMEs ต้องพิสูจน์ว่า กำไรที่ได้รับจากการประมาณการต้องมากกว่าส่วนของต้นเงินสินเชื่อ (ถ้ามี) และดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละช่วงเวลา ผ่านอัตราส่วนในการชำระหนี้ (debt service coverage ratio : DSCR) ควรมากกว่า 1.5 เท่า

Advertisement

นอกจากนี้ ยังควรต้องเร่งจัดทำบัญชีและงบการเงินให้มีมาตรฐาน เพื่อแสดงถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดี เช่น การรักษาอัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) 
ให้มากกว่า 1 เท่า และการไม่ใช้เงินทุนจากสถาบันการเงินมากกว่าจำนวนเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการ (no overused bank debt) เพื่อเพิ่มโอกาสการขอวงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการให้มีความยั่งยืนต่อไป