เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
Economic ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ดูทั้งหมด

ที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสม ถึงเวลากังวลแล้วหรือยัง ?

09 ก.ค. 2566 | 21:25น.
ที่อยู่อาศัย
คอลัมน์ : มองข้ามชอต
ผู้เขียน : เชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

ในช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ตัดสินใจชะลอการเปิดโครงการใหม่ และใช้กลยุทธ์จัดโปรโมชั่นระบายสินค้าคงเหลือเพื่อรักษากระแสเงินสดในช่วงวิกฤต ส่งผลให้สถานการณ์หน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมที่อยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมาผ่อนคลายลงตามไปด้วย เห็นได้จากสถานการณ์หน่วยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ปรับตัวลดลงในปี 2021 โดยลดลง -7% YOY

อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลายและผู้ประกอบการเริ่มกลับมาเปิดตัวโครงการมากขึ้น ขณะที่อุปสงค์ยังฟื้นตัวได้ช้า ๆ จะเริ่มเห็นจำนวนอสังหาฯเหลือขายสะสมกลับมาเพิ่มขึ้น ณ สิ้นปี 2022 กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้ว

เมื่อสถานการณ์ที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในปัจจุบันไม่ได้ผ่อนคลายลงอย่างที่คิด แล้วในระยะข้างหน้าจะเป็นไปในทิศทางใด ?

SCB EIC มองว่า ในปี 2023 หน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯและปริมณฑลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปีก่อนหน้าราว +4% ถึง +6% YOY สาเหตุจากอุปทานเปิดใหม่ที่คาดว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และยังคงสูงกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์

ทั้งนี้หากจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย คาดว่าหน่วยเหลือขายสะสมในกลุ่มคอนโดมิเนียมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากการที่ผู้ประกอบการกลับมาเปิดโครงการกันมากขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่กลับมาให้ความสำคัญกับทำเลและความสะดวกในการเดินทาง จาก
ในช่วง COVID-19 ที่เน้นให้ความสำคัญกับขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้หันมาสนใจซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น แต่ปัจจุบันผู้ซื้อที่อยู่อาศัยกลับมาสนใจซื้อคอนโดมิเนียมมากกว่า

ทั้งนี้จากผลสำรวจ Residential Real Estate Survey ของ SCB EIC เมื่อเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบันผู้ซื้อที่อยู่อาศัยให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคา และทำเลที่มีความสะดวกต่อการดำเนินชีวิตมากที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วน 44% และ 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามตามลำดับ ซึ่งมากกว่าปัจจัยด้านขนาดพื้นที่ใช้สอย ทำให้คอนโดมิเนียมกลับมาตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดีกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ

สะท้อนได้จากอัตราดูดซับในปี 2022 ที่อยู่ในระดับราว 40% จากช่วง COVID-19 ที่อยู่เพียงราว 25% ขณะที่หน่วยเหลือขายสะสมเพิ่มขึ้นเพียง +0.4% YOY โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมราคาต่ำไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์กำลังซื้อในประเทศที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว

ส่วนสถานการณ์ในกลุ่มทาวน์เฮาส์ โดยเฉพาะราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 70-75% ของตลาด ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาต่ำโดยตรง ทำให้จำนวนหน่วยเหลือขายสะสมยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนหน่วยเหลือขายสะสมในกลุ่มบ้านเดี่ยวบ้านแฝดมี
แนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ที่เพิ่มสูงถึง +8% YOY เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไปเน้นทำโครงการราคาสูง ที่มีจำนวนหน่วยต่อโครงการน้อย ขณะที่โครงการราคาปานกลางหลายโครงการยังขาย
ไม่หมด ทำให้การเปิดโครงการใหม่อาจเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

สำหรับในระยะปานกลาง (ปี 2024-2026) SCB EIC มองว่า หน่วยเหลือขายสะสมยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจอยู่ในระดับเป็นที่น่ากังวลมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ถึงกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่มีการซื้อเป็นจำนวนมากเมื่อ 1-2 ปีก่อนหน้า

โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาต่ำ ที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง-ล่าง ซึ่งมีความเปราะบางทางการเงิน และมีความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินเชื่อมากกว่าผู้ซื้อกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งมีโอกาสทำให้หน่วยเหลือขายสะสมคอนโดมิเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนในกลุ่มทาวน์เฮาส์คาดว่ายังต้องเผชิญกับปัญหาในการระบายหน่วยเหลือขายสะสมต่อไป จากความต้องการซื้อที่คาดว่ายังไม่กลับมาเท่าที่ควร ซึ่งจะส่งผลให้การเปิดโครงการใหม่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเช่นกัน

ขณะที่หน่วยเหลือขายสะสมในกลุ่มบ้านเดี่ยวบ้านแฝดคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในอัตราที่ลดลง จากกำลังซื้อกลุ่มรายได้ปานกลาง-บนที่มีอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่คาดว่าสถานการณ์การแข่งขันในกลุ่มบ้านเดี่ยวบ้านแฝดมีแนวโน้มเข้มข้นมากขึ้นในระยะต่อไป เนื่องจากได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเพราะเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ

ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยควรเตรียมตัวรับมือต่อสถานการณ์ที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไร ?

SCB EIC มองว่า การติดตามสถานการณ์หน่วยเหลือขายสะสมแต่ละประเภทในทำเลต่าง ๆ จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์ความเสี่ยง และสภาวะการแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งอาจทำให้เห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า ตลาดที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถใช้กลยุทธ์การจัดโปรโมชั่นระบายสินค้าคงเหลือได้เสมอไป ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย มีการจัดพอร์ตโฟลิโอ โดยกระจายการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม รวมถึงมีการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยเพื่อสร้าง synergy จะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ต่อไป