คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดหลังเกิด “ไฟไหม้ป่า” ครั้งใหญ่ขึ้นที่เกาะเมาวี หนึ่งในหมู่เกาะฮาวาย โดยไฟไหม้ป่าครั้งนี้ปรากฏมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 100 ปีของสหรัฐ มีตัวเลขผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน มีผู้สูญหายอีกราว 1,300 คน เมืองหลายเมืองถูกไฟเผาผลาญเหลือเป็นเถ้าถ่านแทบทั้งหมด ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายคาดการณ์ว่า ในอีก 10 วันข้างหน้านี้อาจจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ได้มากขึ้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐบนเกาะฮาวายยังไม่สามารถระบุได้ว่า อะไรคือสาเหตุของไฟป่าที่โหมกระพือและลุกลามอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะแรงลมจากพายุเฮอริเคนนอกชายฝั่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จนเกิดคำถามถึงการเตรียมความพร้อมและการรับมือต่อไฟป่าของทางการรัฐฮาวาย
ท่ามกลางวิกฤตการณ์โลกร้อน ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเผชิญกับภัยธรรมชาติแบบสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ป่าขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ การเกิดคลื่นความร้อน และน้ำท่วมใหญ่ ที่เกิดถี่ขึ้นมากขึ้นอย่างผิดปกติ
หันมามองที่ประเทศไทยก็ไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในการเผชิญกับวิกฤตการณ์โลกร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ หรือภาวะฝนน้อย น้ำน้อย ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ภาวะเอลนีโญในไทยจะกินเวลาต่อเนื่องไปอีก 2 ปี
ในเรื่องนี้ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ได้ออกมาเตือนว่า การเกิดไฟไหม้ป่าและลุกลามสู่ชุมชนที่อยู่อาศัยในเกาะเมาวี คือผลพวงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกเดือดกว่า 90% ของปริมาณฝนที่ตกบนเกาะได้ลดลงจากเมื่อ 100 ปีที่แล้ว แม้ว่าการเกิดไฟไหม้ป่าจะเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ แต่ก็อยู่เหนือความควบคุม เกิดลมแรง และมีการเพิ่มขึ้นของจุดติดไฟ
ที่สำคัญก็คือ หมู่เกาะฮาวายนั้นอยู่ในละติจูดใกล้เคียงกับประเทศไทยตอนบนด้วย ดังนั้นเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่หมู่เกาะฮาวายครั้งนี้ นับเป็นเครื่องเตือนสติประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูแล้งหน้าในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2567
ซึ่งช่วงเวลานั้นของทุกปีจะเกิดจำนวนจุดความร้อน หรือ hot spot เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณจังหวัดเชียงใหม่-ลำปาง-แม่ฮ่องสอน-ตาก กินพื้นที่จนกระทั่งบริเวณฝั่งตะวันตกแถวจังหวัดกาญจนบุรี ยิ่งเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญก็จะยิ่งทำให้เกิดจุดความร้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีปกติ
จึงมีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าลุกลาม สมควรที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องตระหนักและรีบดำเนินการรับมือ การซักซ้อมแผนดับไฟป่าฉุกเฉิน การจัดหาน้ำ-อุปกรณ์ดับไฟ การสร้างแนวกันไฟ ทำความเข้าใจในเรื่องของการห้ามเผาในที่แจ้งเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดจุดไฟไหม้ขนาดใหญ่เสียแต่บัดนี้
ดีกว่าที่จะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนกระทั่งเข้าช่วงฤดูแล้งปี 2567 ซึ่งจะเหลือระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว