เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ปีหน้าก็ยังเหนื่อย

06 ธ.ค. 2566 | 15:52น.
ค้าปลีก
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีแล้ว หรือหากนับกันจริง ๆ ก็อีกสัก 3 สัปดาห์เห็นจะได้

ช่วงนี้คุยกับใคร ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ต่างก็ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ บ่นอุบว่าเหนื่อยเหลือใจ

ทั้งชาวบ้านร้านตลาด คนทำมาค้าขาย ต่างก็บ่นว่าทำมาหากินลำบาก ค้าขายฝืดเคือง

ส่วนมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างบริษัทเอกชน ต่างก็บอกว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง ต่างต้องกระเหม็ดกระแหม่ ใช้จ่ายอย่างประหยัด

เรื่องนี้เรา ๆ ท่าน ๆ เอาตัวเองวัดได้ ไม่ต้องอื่นไกล รายจ่ายนับวันมีแต่จะเพิ่ม แต่รายได้ยังเท่าเดิม แค่นี้ก็แย่แล้ว หากไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องพึ่งโรงรับจำนำบ้าง จำนำทะเบียนรถบ้าง กู้เงินนอกระบบบ้าง แก้ขัด

เอาเข้าจริง ๆ ผู้ประกอบการในหลาย ๆ ธุรกิจต่างก็ยอมรับว่า ตอนนี้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ดีเท่าที่ควร กำลังซื้อที่ยังอ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง ขณะที่ราคาพลังงานและค่าสาธารณูปโภคที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น ไม่มั่นใจในอนาคต และชะลอการจับจ่ายตามมา

ความเปราะบางนี้ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งที่กว่าจะมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศได้ต้องใช้เวลานานกว่า 3 เดือน

ถึงวันนี้เศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังไม่สดใส กำลังซื้อติดหล่มอย่างหนัก ธุรกิจการค้ายอดขายกู่ไม่กลับ

โค้งสุดท้ายนี้ แม้จะเป็นหน้าขายสำคัญ แต่หลาย ๆ บริษัทก็ใช้งบฯการตลาดเท่าที่จำเป็น เพื่อประคับประคอง มากกว่าที่จะหวังให้เติบโต

หลายบริษัทมองแล้วว่า หากทุ่มงบฯไปก็คงไม่คุ้ม สู้ขอตุนกระสุนไว้ยิงปีหน้าจะดีกว่า

หากย้อนกลับไปดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์ฯประกาศเมื่อ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็น่าสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นและอนาคตในวันข้างหน้าได้ไม่น้อย

สภาพัฒน์ระบุว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.5% เทียบกับไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 1.8%

โดยเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3 ขยายตัวจากไตรมาส 2 เพียง 0.8% รวม 9 เดือนขยายตัว 1.9% และคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่าจะขยายตัว 2.5% จากปี 2565 ที่ขยายตัว 2.6%

ส่วนปีหน้าคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.7-3.7% มีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาขยายตัวของการส่งออก การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

ฟังปัจจัยบวกแล้ว มาฟังข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงบ้าง หลัก ๆ จะเป็นความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2567 ซึ่งคาดว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 จะสามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม หรือล่าช้าออกไปจากปกติประมาณ 7 เดือน ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในช่วงไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2567

ขณะที่ภาระหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกหนี้ภาคเกษตรกรรม ถือเป็นข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของความต้องการภายในประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม

รวมถึงผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งต่อผลผลิตภาคเกษตร จากสภาวะเอลนีโญ ที่คาดจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2567 โดยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ปริมาณน้ำฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

ที่สำคัญ ความเสี่ยงจากการชะลอตัวมากกว่าที่คาดของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก จากความเสี่ยงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามอิสราเอล-ฮามาส ความยืดเยื้อของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน การกีดกันทางการค้าสหรัฐ-จีน ความผันผวนของราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

อย่างนี้เห็นทีว่าปีหน้าที่กำลังจะมาถึงก็ยังมีอุปสรรคอีกมากมายและไม่ราบรื่นเท่าที่ควร