เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ปลดล็อก MOU 2544 JDA ปิโตรเลียมไทย-กัมพูชา

14 ก.พ. 2567 | 15:10น.
ฮุน มาเนต-เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์​ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

การพบกันระหว่าง นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังที่ว่า พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือ Overlapping Claims Areas หรือ OCA ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ต่อเนื่องจากแหล่งอ่าวไทย จะได้รับการแก้ไขปัญหา หลังจากที่รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายต่างคนต่างประกาศเขตไหล่ทวีปของตนเองมาตั้งแต่ปี 2515-2516

ความซับซ้อนของพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (OCA) ได้ถูกผูกโยงไว้ด้วย บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือที่เรียกกันว่า MOU 2544 โดย MOU ฉบับนี้ถือเป็น “ข้อตกลงชั่วคราว” ที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะต้องมาเจรจากันเพื่อหาข้อยุติในเรื่องการปักปันเขตแดนทางทะเลที่มีปัญหาทับซ้อนกัน จนเวลาผ่านมาถึง 23 ปี ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้

โดยปมเงื่อนสำคัญอยู่ที่ต่างคนต่างลากเส้นกำหนด “ไหล่ทวีป” กันเอง โดยฝ่ายกัมพูชาใช้วิธีลากเส้นจากจุดเริ่มต้นที่เรียกกันว่า “หลักที่ 73” (หลักเขตแดนทางบกตามสัญธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ปี 1907) มาจดริมทะเลและลากตรงไปยังกลางขอบนอกด้านตะวันออกของ “เกาะกูด” ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย จากนั้นลากเส้นจากขอบนอกด้านตะวันตกของเกาะกูด ตรงออกไปทางทิศตะวันตกเกือบถึงกึ่งกลางอ่าวไทย แล้วหักลงมา โดยผลของการลากเส้นเขตไหล่ทวีปแบบนี้ทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนจากการที่ประเทศไทยก็ลากเส้นกำหนดไหล่ทวีปจากเส้นฐานตรง 3 พื้นที่ (เกาะช้าง-เกาะพะงัน-เกาะภูเก็ต) และเส้นฐานตรงบริเวณเกาะโลซิน ในส่วนทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล โดยวัดจากเส้นฐานและการประกาศเขตต่อเนื่อง 24 ไมล์ทะล และเขตเศรษฐกิจจำเพาะอีก 200 ไมล์ทะเล

การประกาศเขตไหล่ทวีปของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ จึงเกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน หรือ OCA รวมกันประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ทับซ้อนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ตามเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ พื้นที่ส่วนบนที่อยู่เหนือเส้นขึ้นไป เรียกว่า พื้นที่ทับซ้อนส่วนบน มีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนพื้นที่ทับซ้อนส่วนล่างที่อยู่ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือลงมา มีพื้นที่ 16,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ทับซ้อนส่วนล่างนี่เองได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่จะพัฒนาร่วมกัน หรือ Joint Development Area (JDA)

อย่างไรก็ตาม ใน MOU 2544 ได้เขียนไว้ว่า การเร่งรัดการเจรจาพื้นที่ OCA จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ “พร้อมกัน” ได้แก่ 1) การจัดทำความตกลงสำหรับพื้นที่ JDA (16,000 ตาราง กม. ใน พท.ทับซ้อนส่วนล่าง) กับ 2) การตกลงแบ่งเขตที่สามารถยอมรับได้ร่วมกันในทะเลอาณาเขตไหล่ทวีปและเขตเศรษฐกิจจำเพาะในพื้นที่ที่ต้องแบ่งเขตนั้นหมายความว่า การเจรจาภายใต้ MOU 2544 จะแยกเจรจาเพื่อทำความตกลงเฉพาะพื้นที่ 16,000 ตารางกิโลเมตร ที่เชื่อกันว่าจะเป็นแหล่งปิโตรเลียมเพียงพื้นที่เดียวไม่ได้

แน่นอนว่า ทั้ง 2 รัฐบาลต่างต้องการให้พื้นที่ทับซ้อนส่วนล่าง 16,000 ตารางกิโลเมตร ถูกพัฒนาเป็นพื้นที่ JDA เพื่อนำปิโตรเลียมขึ้นมาแบ่งปันผลประโยชน์ โดยใช้โมเดลพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย แต่ MOU 2544 เขียนไว้ว่า ให้ดำเนินการเจรจาทั้ง 2 พื้นที่ไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถแยกขาดการเจรจากันได้ ดังนั้นหากเลือกที่จะเจรจาเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนส่วนล่าง โดยละเลยพื้นที่ทับซ้อนส่วนบน ปัญหาการลากเส้นแบ่งเขตไหล่ทวีปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณเกาะกูด ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า หลังการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสอง มีการแถลงข่าว ด้านความมั่นคงพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า จะมีการตกลงที่จะหารือเพิ่มเติมเพื่อแสวงหาประโยชน์ร่วมกันจากพื้นที่ทับซ้อน OCA ในประเด็นนี้ ยังเป็นคำถามต่อไปว่า ในเมื่อทั้ง 2 ประเทศเจรจาภายใต้ MOU 2544 มาถึง 23 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า การ “ตั้งคณะทำงานร่วม” ต่อจากนี้ไปจะใช้กรอบเจรจากันอย่างไร ด้วยการเวตน้ำหนักระหว่าง แหล่งปิโตรเลียม JDA กับทะเลอาณาเขตไหล่ทวีป