เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
Economic กรมทางหลวง เปิดเวทีรัฐ-เอกชน ถอดโจทย์พัฒนาจุดพักรถรับ “บรรทุก-บัสอีวี“
“โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
Real Estate “โซลีน่า เรสซิเดนท์”ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เปิดวิลล่า Ultra-Luxury กระบี่
คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ ‘พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.’ สกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา”
Finance คลัง ลั่น 1 เดือนสรุปแก้ ‘พ.ร.ฎ.ค่ารักษาพยาบาล ขรก.’ สกัดทุจริต “ช้อปปิ้งยา”
ดูทั้งหมด

ปลุกสัญชาตญาณ การตลาดแบบเถ้าแก่

06 มี.ค. 2569 | 14:30น.
Business woman team Consulting meeting working and brainstorming new business project finance
คอลัมน์ : Smart SMEs
ผู้เขียน : ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ กรุงศรี SME

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาตอบโจทย์คนทำธุรกิจในยุคนี้มาก ๆ จนอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “Entrepreneurial Marketing” หรือการตลาดแบบผู้ประกอบการ ซึ่งเขียนโดยปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก Philip Kotler และทีมงาน ที่ได้สะท้อนให้เห็นว่าในโลกธุรกิจปัจจุบัน การตลาดของหลายองค์กรมีความเป็นมืออาชีพมากเกินไปจนแทบจะไร้ชีวิตจิตใจ

ธุรกิจยุคนี้โดยเฉพาะในช่วงที่โลกมีความผันผวนสูง จึงต้องการความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณของผู้ประกอบการเข้ามาเติมเต็ม เพื่อหยิบเอา DNA ดั้งเดิมของ SMEs มาปัดฝุ่นใหม่และบูรณาการเข้ากับระบบการทำงานอย่างลงตัว แทนที่จะทิ้งตัวตนเดิมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรที่มีแต่กรอบระเบียบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

หัวใจสำคัญของการตลาดแบบผู้ประกอบการที่หนังสือเล่มนี้พยายามเน้นย้ำ คือการรักษาสมดุลระหว่างสองขั้วทักษะที่มักจะขัดแย้งกันเองในองค์กร นั่นคือการดึงทักษะ “สัญชาตญาณเถ้าแก่” ซึ่งประกอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความเป็นผู้ประกอบการ และความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ SMEs ทุกรายมีเต็มเปี่ยมมาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจ นำมาขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับทักษะ “ระบบการจัดการแบบมืออาชีพ” ที่เน้นไปที่ประสิทธิผล การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ความเป็นมืออาชีพ และการบริหารจัดการ

โดยความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรไม่เอนเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป หากมีแต่ความเป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจอาจจะเติบโตแบบไร้ทิศทางและควบคุมต้นทุนไม่ได้ แต่หากมีแต่ความเป็นมืออาชีพ ธุรกิจก็จะกลายเป็นเครื่องจักรที่ปราศจากความแปลกใหม่ ดังนั้น SMEs จึงต้องรู้จักใช้ความยืดหยุ่นและกล้าเสี่ยงในการหาโอกาสใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการมีระบบเพื่อขยายสเกลธุรกิจอย่างมั่นคง

การหลอมรวมแนวคิดความสมดุลนี้ยังนำไปสู่กรอบการทำงานใหม่ที่ Kotler เรียกว่า “The Omnihouse Model” ซึ่งเป็นการทลายกำแพงระหว่างแผนกหรือไซโล (Silo) ในองค์กร ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสูงสุดของธุรกิจขนาดเล็กที่มักจะทำงานกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ในบริษัทขนาดใหญ่ แผนกการตลาด ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายการเงิน มักจะทำงานแยกส่วนกัน ขาดการสื่อสารที่ไร้รอยต่อ

แต่ในโมเดลนี้ ทุกคนในองค์กรตั้งแต่แอดมินตอบเพจ พนักงานฝ่ายผลิต ไปจนถึงคนขับรถส่งของ ล้วนถูกหล่อหลอมให้มีเป้าหมายเดียวกันและเป็นตัวแทนของแบรนด์ พวกเขาคือนักการตลาดตัวจริงที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ในทุกจุดสัมผัสสู่การบอกต่อที่ทรงพลังและยั่งยืนยิ่งกว่าการทุ่มงบฯโฆษณามหาศาล

ด้วยโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อนี้เอง ทำให้ SMEs สามารถใช้ความไวชนะความสมบูรณ์แบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปทุกวัน ธุรกิจขนาดเล็กไม่มีเวลาหรือเงินทุนมากพอที่จะทำวิจัยตลาดนานเป็นเดือนหรือเป็นปี

จุดแข็งของ SMEs จึงอยู่ที่ความคล่องตัวในการลงมือทำ การเปิดโอกาสให้พนักงานกล้าสร้างสินค้าต้นแบบ แล้วโยนไอเดียลงทำตลาดเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากลูกค้าตัวจริง กลายเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด การกล้าล้มให้ไว เรียนรู้ให้เร็ว แล้วรีบนำฟีดแบ็กหรือคำติชมเหล่านั้นกลับมาพัฒนาต่อยอดทันที ถือเป็นอิสระและข้อได้เปรียบที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทำได้ยาก เพราะมักจะติดขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ การตลาดยุคใหม่ยังต้องโฟกัสที่การสร้างคุณค่าที่มุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างแท้จริง มากกว่าแค่การสร้างภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราเพียงเปลือกนอก บางครั้ง SMEs มักจะหลงทางไปกับการพยายามสร้างแบรนด์ให้ดูยิ่งใหญ่ทัดเทียมบริษัทระดับโลก จนลืมไปว่าลูกค้าในยุคปัจจุบันมีความฉลาดและไม่ได้มองหาแค่โลโก้ที่สวยงาม แต่มองหาสินค้าหรือบริการที่สามารถเข้ามาช่วยตอบสนองพวกเขาได้อย่างแท้จริง หากธุรกิจสามารถนำเสนอทางออกได้อย่างตรงจุด ความไว้วางใจและแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะก่อตัวขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ

เสน่ห์สำคัญและอาวุธลับของ SMEs คือความเป็นมนุษย์ (Human Touch) แม้ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วย AI หนังสือเล่มนี้ยังย้ำแนวคิด High Tech, Higher Touch ว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าเท่าไร แบรนด์ยิ่งต้องสื่อสารด้วยความเข้าใจและความจริงใจมากขึ้น เทคโนโลยีควรถูกใช้เพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซาก เพื่อให้เจ้าของกิจการและพนักงานมีเวลาไปสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า รับฟังปัญหา และถ่ายทอดความตั้งใจของธุรกิจด้วยตัวเอง เพราะสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ระบบอัตโนมัติไม่อาจทดแทนได้ ท้ายที่สุด จุดแข็งของ SMEs ไม่ได้อยู่ที่ขนาด แต่คือความยืดหยุ่น ความใกล้ชิดลูกค้า และสัญชาตญาณของผู้ประกอบการ

ในโลกที่ผันผวน ข้อมูลและตัวเลขควรเป็นเพียงเข็มทิศนำทาง ขณะที่ความคิดสร้างสรรค์และความจริงใจคือพลังสำคัญที่จะพาธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว