รู้จักเทคโนโลยีความปลอดภัย

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย อมร พวงงาม

 

การขับรถในขณะฝนตกมีความเสี่ยงที่รถจะลื่นไถลออกนอกช่องจราจรมากกว่าขณะขับขี่ในสภาพอากาศปกติถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากการขับรถออกนอกช่องจราจรนั้นมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุรถชนทั้งหมดที่มีผู้เสียชีวิต

ดังนั้น ระบบป้องกันการชนจึงมีความจำเป็นมาก

เช่น ระบบช่วยเตือน เมื่อขับขี่รถออกนอกช่องจราจร

ตอนนี้รถยนต์เกือบทุกยี่ห้อมีกันหมด แม้แต่อีโคคาร์

เพราะช่วยลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการชนได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยในการขับขี่อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องขับขี่รถยามฝนตก

ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 40 กม./ชม.ขึ้นไป กล้องที่มีความคมชัดสูงซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณกระจกมองหลังในรถจะวิเคราะห์และประเมินระยะห่างของรถคันหน้าตลอดเวลา

หากพบว่ารถของเราเข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป ระบบจะส่งสัญญาณเสียงและสัญญาณภาพเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

จากการศึกษาของสถาบันประกันความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ Insurance Institute for Highway Safety (IIHS) พบว่ารถยนต์ที่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า และมีระบบหยุดรถยนต์ฉุกเฉินอัตโนมัติ ช่วยป้องกันการชนได้จริง

ส่วนรถยนต์ที่ติดตั้งเพียงระบบป้องกันการชนด้านหน้า แต่มีเพียงแค่สัญญาณเตือนไม่สามารถหยุดรถได้

ก็สามารถลดอัตราการชนด้านหน้าถึงด้านหลังได้ 17 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดอัตราการชนที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บด้านหน้าถึงด้านหลังรถได้ถึง 30%

เรื่องทัศนวิสัยการมองเห็น ถือเป็นอีกสิ่งจำเป็นในการขับขี่รถยนต์

หากทัศนวิสัยการมองเห็นผ่านกระจกด้านหน้าลดลง ทัศนวิสัยการมองเห็นผ่านกระจกด้านข้างและจุดอับสายตานั้นย่อมแย่ยิ่งกว่า

ผู้ผลิตรถยนต์จึงได้คิดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในการขับขี่ด้านอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การขับขี่รถได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อาทิ ระบบช่วยเตือนการจราจรด้านหลัง เตือนขณะถอยรถซึ่งใช้เรดาร์จะตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ท้ายรถ

เมื่อผู้ขับขี่กำลังถอยหลังออกจากที่จอดรถ จะมีสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อพบความเคลื่อนไหวบริเวณท้ายรถ

หรือหากมีรถคันอื่นผ่านด้านหลังรถสัญญาณภาพและเสียงจะดังขึ้น

ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา ก็ใช้เรดาร์ในการตรวจจับรถที่เคลื่อนที่ในจุดหรือพื้นที่อับสายตา

เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรถยนต์ด้านข้างที่เข้ามาประชิดโดยส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟ LED-lit ที่จะแสดงขึ้นบนกระจกมองข้าง

ระบบป้องกันการลื่นไถลในสภาวะที่ถนนเปียกลื่นยิ่งเป็นสิ่งที่ควรมีไว้ในรถ

โดยเฉพาะการขับขี่บนพื้นที่บริเวณภูเขา

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะรถลงทางลาดชัน (hill descent control) ช่วยป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลอย่างรวดเร็วขณะวิ่งลงทางลาดชัน

โดยใช้ ระบบเบรก ABS ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ ทำให้มั่นใจเวลาขับรถลงทางลาดชัน

อีกระบบหนึ่งที่ไม่ควรขาด คือ ระบบช่วยการออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (hill start assist control) ขณะที่พื้นถนนลื่นระบบจะช่วยลดการออกตัวที่รุนแรง อันจะมีผลทำให้รถลื่นไถลออกนอกทางได้

และที่หลายคนคิดว่าไม่จำเป็น แต่ช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการจอดรถได้มาก เซ็นเซอร์หน้าหลังช่วยในการนำรถเข้าจอด เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับสามารถจอดรถยนต์และสัญญาณจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อเข้าใกล้วัตถุ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการชนสิ่งของจากทางด้านหน้าหรือด้านหลังในขณะที่ใช้ความเร็วต่ำ

สุดท้ายช่วงที่ฝนเทกระหน่ำลงทุกวัน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

ตรวจสอบสภาพของดอกยางและแรงดันลมยาง

ตรวจสอบการใช้งานของที่ปัดน้ำฝน

เปิดไฟหน้ารถขณะฝนตก

ขับรถด้วยความเร็วต่ำ

หลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเหินน้ำได้

งดใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติโดยเด็ดขาด

จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสอง และตาจ้องมองอยู่ที่ถนนขณะขับขี่อยู่ตลอดเวลา

เท่านี้ก็จะขับขี่รถในช่วงหน้าฝนได้อย่างปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูล เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @Prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ