ช่วงสุญญากาศ เอกชนต้องช่วยตนเอง

บทบรรณาธิการ


การเห็นพ้องร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำสองมหาอำนาจ ที่จะเปิดโต๊ะเจรจาลดข้อพิพาทขัดแย้งด้านเศรษฐกิจการค้ารอบใหม่ทำให้บรรยากาศการค้าการลงทุนทั่วโลกคลายความตึงเครียดลง

ประเด็นดังกล่าวแม้ถือเป็นข่าวดีจากเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่จะถึงขั้นที่สองมหาอำนาจจะผ่อนปรนมาตรการตอบโต้ตาต่อตาฟันต่อฟันหรือไม่ ยังต้องจับตาดูไม่กะพริบ

ขณะที่การเมืองไทยยังอยู่ในสภาพฝุ่นตลบต่อเนื่อง เพราะนอกจากการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่นิ่งแล้ว ข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่ปรากฏออกมามีแต่เรื่องการเจรจาต่อรองแย่งชิงเก้าอี้

อีกทั้งความไม่ลงตัวในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล มีแนวโน้มจะบานปลายกลายเป็นศึกภายใน ทำให้คะแนนเสียงในมือที่มีปริ่มน้ำอยู่แล้วตกอยู่ในสถานะที่ล่อแหลมมากยิ่งขึ้น

ทั้งที่รัฐบาลใหม่มีศึกใหญ่รออยู่ข้างหน้า สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งภายในและนอกประเทศรายล้อมไปด้วยปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสงครามทางการค้าที่สหรัฐอเมริกา กับจีนพักรบชั่วคราว แต่ยังคาดเดาได้ลำบากว่าโอกาสที่มหาอำนาจโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกจะเกลี่ยผลประโยชน์ได้ลงตัว หย่าศึกการค้าแบบถาวรในระยะยาวมีมากน้อยแค่ไหน ไทยในฐานะเป็นทั้งคู่ค้า คู่เจรจาจึงต้องพร้อมรับมือกับความพลิกผัน

ลำพังแค่ปัจจัยลบจากภายนอกอาจพอรับมือไหว เมื่อเทียบกับสถานะที่มั่นคงแข็งแกร่งของประเทศทั้งด้านการเงินการคลัง เงินทุนสำรอง การเกินดุลการค้า ฯลฯ แต่ปัญหาใหญ่เศรษฐกิจฐานรากที่อ่อนแอ ค่าครองชีพไม่สมดุลกับรายได้ ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังย่ำแย่ จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลเพิ่งตั้งไข่ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ถูกยื้อไป 4 เดือน กว่าจะประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการอาจเป็นต้นปีหน้า แม้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐ เบิกจ่ายงบฯปี 2562 ไปพลางก่อน แต่ด้วยเม็ดเงินที่จะนำมาอัดฉีดเยียวยามีค่อนข้างจำกัด และอีกนานกว่าจะถึงมือรากหญ้า จึงอาจไม่ทันการ

นักการเมือง พรรคการเมือง จึงควรตระหนักว่าช่วงรอยต่อรอรัฐบาลใหม่เข้าบริหารจัดการประเทศ ซึ่งภาคเอกชน ประชาชน อย่างผู้ส่งออก เอสเอ็มอี เกษตรกร ที่มีปัญหาต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเองคลายความเดือดร้อน ต้องไม่ล่าช้าเนิ่นนานจนเกิดสุญญากาศ ที่สำคัญฝ่ายการเมืองต้องรู้หน้าที่และทำตามคำมั่น แทนการยื้อแย่งเก้าอี้เหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้

Previous article“สกสว.” หนุนงานวิจัย ใช้งานได้จริง-ลดเหลื่อมล้ำ
Next articleเซ็นทรัลพัฒนา เชิญคุณมาสัมผัสมนเสน่ห์อโยธยาสไตล์ร่วมสมัย งานกรุงเก่า เล่าใหม่ ตอนอโยธยา 2562