บทเรียนที่สำคัญ

รุ่งโรจน์
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
คอลัมน์ สามัญสำนึก
ดิษนีย์ นาคเจริญ

เมื่อเทคโนโลยี “ดิจิทัล” ดิสรัปต์ทุกสิ่ง ใครปรับตัวได้เร็วกว่ามีโอกาสมากกว่า

ดังคำกล่าวที่ว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า” ในวิกฤตโควิด-19 ก็ด้วย แต่ไม่ว่าจะปลาใหญ่หรือปลาเล็กต่างได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า

ในงานสัมมนาแห่งปีของประชาชาติธุรกิจ หัวข้อ “ธุรกิจ-สังคม สร้างภูมิคุ้มกัน ฝ่าภัยโควิด” เมื่อเร็ว ๆ นี้ แม่ทัพเอสซีจี “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” พูดถึงบทเรียนสำคัญจากวิกฤตโควิด-19 ว่า คือ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว

พร้อมกับฉายภาพให้เห็นถึงเทรนด์ที่จะพลิก “วิกฤต” ให้เป็น “โอกาส” ได้ว่า ประกอบด้วย 4 เทรนด์ คือ 1.การนำระบบอัตโนมัติ (automation) มาใช้ ทั้งจากปัญหาขาดแคลนแรงงานหรือแรงงานติดโควิด

ส่งผลให้การทำงานขาดความต่อเนื่อง แต่ลูกค้ามีความต้องการหลากหลายขึ้น การนำระบบอัตโนมัติมาใช้จึงเป็นความจำเป็นพื้นฐานเพื่อให้ดำเนินงานมีความต่อเนื่องทำงานที่ซับซ้อน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้

2.โควิดเร่งให้ “อีคอมเมิร์ซ” เกิด และเติบโตรวดเร็ว


3.เทรนด์สมาร์ทฟาร์มมิ่ง คนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากย้ายกลับภูมิลำเนาเดิมแล้วหันไปทำการเกษตร คนกลุ่มนี้ยอมรับเทคโนโลยีทำให้สมาร์ทฟาร์มมิ่งเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ

และ 4.การก่อสร้างที่คำนึงถึงความยั่งยืน (green construction) การนำเทคโนโลยีมาใช้วางแผนออกแบบการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพ มีของเสียน้อยที่สุด ทำให้โครงการใหญ่ ๆ จัดระเบียบการจราจร ลดความเดือดร้อนให้ชุมชนใกล้เคียงไซต์ก่อสร้างลงได้ คุณภาพงานก่อสร้างดีขึ้น ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

“เอสซีจี” มองเห็นโอกาสจาก 4 เทรนด์นี้ และหวังว่าภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการจะมองเห็นโอกาส และเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มด้วยเพื่อสร้างโอกาส ช่วยให้เกิดการปรับตัว และฟื้นฟูธุรกิจหลังโควิดผ่านพ้นไปได้

เมื่อวิกฤต “โควิด” ทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนไป แม่ทัพเอสซีจีย้ำว่า หากยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ความสามารถในการแข่งขันก็จะเท่าเดิม ซึ่งหมายถึง “ลดลง” นอกจากไม่เติบโตขึ้นแล้ว ตลาดก็จะหดตัวลงไปด้วย

“เราโชคดีที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรงเหมือนธุรกิจอื่น ในทางกลับกัน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้รับผลเชิงบวกจากการซื้อขายผ่าน e-Commerce ที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์มากขึ้น ธุรกิจเคมิคอลเองก็บริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ความต้องการสินค้าประเภทพลาสติกก็มากขึ้น ส่วนการก่อสร้างอาจได้รับผลกระทบในเชิงลบบ้าง แต่สิ่งที่เห็นชัดเจน และเป็นบทเรียนสำคัญ คือ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว”

และว่า ถ้าไม่เร็วก็อยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะการเข้าสู่ “อีคอมเมิร์ซ”

“เราไม่เคยคิดว่าตัวแทนของเราที่อายุเยอะ ๆ 60-70 จะปรับตัวนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ในการทำตลาด และการกระจายสินค้าได้ ช่วงวิกฤตโควิดใหม่ ๆ เราเซตซีโร่ทุกสิ่งใหม่หมด เพื่อดูว่าหลายสิ่งที่วางไว้จะยังเหมาะไหมเมื่อพ้นโควิด”

อีกส่วนอาจเป็นเรื่องเล็ก แต่โดยส่วนตัวมองว่าใหญ่ คือ เรื่อง “คน” เมื่อเจอวิกฤต พนักงานมีวิธีการทำงาน มีวิธีตอบรับอย่างไร เรื่องลีดเดอร์ชิปของน้อง ๆ ในทีม และการปรับรูปแบบการทำงานเป็น “เวิร์กเพลซ ไฮบริด” รวมไปถึงการรับคน-รับพนักงานใหม่ที่จะต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น และมีการ WFH

“WFH” ทำให้การสร้างทีมเวิร์กระหว่างพนักงานด้วยกันไม่ง่าย คือด้านลบก็มี เพราะเราไม่สามารถทำหลายเรื่องพร้อมกัน แต่โดยรวมแล้ว คิดว่า “ในวิกฤตเป็นโอกาสเสมอ” และยังเป็นทางเลือกที่จะถือว่าเป็น “วิกฤตหรือโอกาส” ก็ได้

แม่ทัพเอสซีจี เปรียบ “โควิด” เหมือนโรคร้ายแรง ทำให้เราป่วยหนัก แต่ก็ผ่านมาได้ เอาตัวรอดได้ แต่มีคำถามที่เราต้องถามตัวเองเหมือนกันว่า “เมื่อผ่านมาได้แล้ว เราจะใช้ชีวิตแบบเดิมไหม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การออกกำลังกาย เราจะใช้เป็น โอกาสทำให้แข็งแรง และเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ