แก้วิกฤตขาดแรงงานแบบถาวร
บทบรรณาธิการ
มติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) เมื่อ 12 พ.ย. 2564ที่เห็นชอบแนวทางการนำเข้าแรงงานต่างด้าวในลักษณะความตกลงรัฐต่อรัฐ (MOU) ตามข้อเสนอกระทรวงแรงงาน น่าจะทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานคลี่คลายลง ลดผลกระทบกับภาคการผลิต เกษตร ก่อสร้าง การบริการ ฯลฯ
เบื้องต้นรัฐจะนำเข้าต่างด้าว 4.2 แสนคน ตามความต้องการของนายจ้าง จากเมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว แต่สถานการณ์โควิดที่ยังเสี่ยงสูงทำให้ต้องกำหนดมาตรการตรวจสอบคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดภายในประเทศ
โดยแยกเป็นกลุ่มสีเขียวฉีดวัคซีน 2 เข็ม 1 เดือนขึ้นไป สีเหลืองฉีดวัคซีน 2 เข็มยังไม่ครบ 1 เดือน และกลุ่มสีแดงฉีดวัคซีน 1 เข็ม หรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีน พร้อมกักตัวตามระยะเวลาที่กำหนด
ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น อาทิ ค่าฉีดวัคซีน ค่าสถานที่กักตัว ค่าตรวจเชื้อ RT-PCR ค่ารักษาพยาบาล เบ็ดเสร็จ 9,700-26,720 บาทต่อหัว แม้กระทรวงแรงงานจะรับจัดหาวัคซีนให้
แต่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นายจ้าง สถานประกอบการต้องรับภาระ ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว การยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ประกันสังคม ฯลฯ
มาตรการดังกล่าวแก้วิกฤตขาดแรงงานได้ระดับหนึ่ง แต่ระยะยาวปัญหาขาดแคลนแรงงานยังเป็นระเบิดเวลารอปะทุ เนื่องจากโครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนแปลงไป ประเทศเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจึงต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว หากรัฐมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นโยบายแรงงานไม่ชัด บริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ วิกฤตขาดแรงงานจะเกิดขึ้นซ้ำ
โดยเฉพาะหลังการเปิดประเทศ ภาคการผลิต ส่งออก สถานประกอบการ กลับมาเปิดดำเนินการตามปกติมากขึ้น ความจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวมีเพิ่มขึ้น เป็นตัวเร่งให้ต่างด้าวทะลักแนวชายแดน
เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ยอดจับกุมชาวเมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว เข้าเมืองผิดกฎหมายสูงถึงกว่า 10,870 คน ส่วนเดือน พ.ย.แค่สัปดาห์แรกจับกุมได้กว่า 3,160 คน
ประเด็นแรงงานต่างด้าวจึงค่อนข้างซับซ้อน เชื่อมโยงหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง สาธารณสุข ฯลฯ และมีส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจ ความมั่นคงอาจมีปัญหาหากขบวนการขนแรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์ นายทุน ผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐที่ประพฤติมิชอบยังลอยนวล
วิกฤตแรงงานต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมแก้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการทำงาน และบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น นายจ้าง ภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามกฎ ขณะที่ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อแก้ปัญหาแบบถาวร